สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

เชิดชัย วิเชียรวรรณ อภิปรายเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ และเสนอแนะให้รัฐบาลพิจารณาให้อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ค่าตอบแทน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องโครงการกลุ่มอาสาสมัครปกป้องสถาบัน โดยชมกระทรวงมหาดไทยที่กล้าเริ่มโครงการนี้ และตั้งกลุ่มอาสาสมัครปกป้องสถาบันในแต่ละอำเภอ เพื่อส่งเสริมความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราได้มีการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ตามที่ คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอนะครับ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ นั้น รัฐบาลได้นําเสนอมา ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ให้เป็นหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ที่จะต้องนําไปบริหารประเทศชาติบ้านเมืองจํานวนหนึ่ง ท่านประธานครับ เนื้อหาสาระ ของการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวนั้น โดยเฉพาะเริ่มตั้งแต่มาตรา ๓ ให้ตั้งเงิน งบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น จัดให้กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ มากบ้างน้อยบ้างตามลําดับตามความจําเป็ น ท่านประธานครับ ถ้าเราจะอภิปรายกันตามความจําเป็นโดยที่เราไม่มีอคติต่อกระทรวง ทบวง กรม ใด ๆ แล้วเราจะเห็นว่าคณะรัฐมนตรี คณะรัฐบาล นั้นได้มีการพิจารณา อย่างรอบคอบแล้วที่จะนําเสนอขออนุมัติสภาแห่งนี้ ตั้งแต่มาตรา ๓ ถึงมาตรา ๒๘ นั้น รวมถึงมาตรา ๒๙ ซึ่งเป็นการใช้จ่ายเงินงบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดเป็นเงิน ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ บางจังหวัดนั้นเราต้องบอกกันตรงไปตรงมา ได้ ๒ เด้งเลยทีเดียว ไม่ได้อิจฉาพี่น้องทางภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็น ๕ จังหวัดหรือ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ท่านได้เงินงบประมาณของกลุ่มจังหวัดและเงินค่าใช้จ่ายของจังหวัดนั้น เท่า ๆ กับจังหวัดอื่น แต่ท่านยังได้เงินงบประมาณจากกระทรวง ทบวง กรม อื่นเพิ่มเติมอีก เราทราบดีครับว่าพี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้เรามีปัญหาที่ต้องดําเนินการแก้ไข ดังนั้น เงินงบประมาณต่าง ๆ นี้จึงถูกผลักดันไปที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ค่อนข้างมาก ท่านประธานครับ ๒ วันแล้วที่เรามีสมาชิกร่วมกันอภิปราย หลังจากนี้ก็จะมีการลงมติ แล้วก็รับหลักการ จากนั้นก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนะครับ ผมอยากจะฝากถึงคณะกรรมาธิการครับ อยากให้ คณะกรรมาธิการนั้นได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะเงินดังกล่าวนี้เป็นเงินของ แผ่นดิน เป็นเงินของพี่น้องประชาชนทุกคน ท่านจะตัด ท่านจะทอน ท่านจะเพิ่ม ก็ดูที่ ความเหมาะสมก็แล้วกันครับ โดยส่วนตัวแล้วผมเห็นว่ามีความเหมาะสมนะครับ ผมมีข้อเสนอที่จะเสนอให้กับรัฐบาลได้พิจารณาว่ารัฐบาลเองอาจจะมองข้าม การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในการจัดสรรเงินงบประมาณในปี ๒๕๕๔ นี้ ท่านประธานครับ อย่าลืมว่าวันนี้ส่วนราชการต่าง ๆ นั้นซึ่งเป็นส่วนราชการของรัฐ ได้มีการร้องขอให้ชาวบ้านนั้นช่วยทําโน่นบ้างทํานี่บ้างทําสารพัดละครับ แต่คนเหล่านั้น เขาไม่ได้มีค่าตอบแทนเลย เพื่อเป็นแนวทางในการแสวงความสมานฉันท์ แล้วก็ความปรองดอง ดังนั้นเงินจํานวนนี้ ของงบประมาณฝากรัฐบาลต้องพิจารณาให้เขาด้วย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม อปพร. ซึ่งอยู่กับ ท้องถิ่น ขณะนี้ อปพร. นั้นมีค่าตอบแทนเพียงเทศบาลหรือ อบต. ที่มีเงินงบประมาณ พอสมควรที่จะจัดให้เท่านั้นเอง ค่าตอบแทนอย่างอื่นนั้นไม่มี ถ้ารัฐบาลจะเจียด งบประมาณส่วนนี้จัดให้เขาโดยออกมาเป็นกฎหมายเขาจะได้มีสิ่งตอบแทนแล้วจะมี ขวัญกําลังใจในการทํางานต่อไป ท่านประธานครับ กลุ่มที่ ๒ นั้นคือกลุ่มกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งหมู่บ้านหนึ่งจะมีกรรมการหมู่บ้านประมาณ ๒๕ คน ทั้งหมด ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน ทั่วประเทศครับ กรรมการหมู่บ้านนี้จะทําหน้าที่ประชุม สัญญาประชาคมต่าง ๆ กรรมการ หมู่บ้านนี้จะเป็นคนกลั่นกรองแล้วนําไปสู่การปฏิบัติ แต่กรรมการหมู่บ้านเหล่านี้ครับ หมู่บ้านละ ๒๕ คนนี้ ๘,๐๐๐,๐๐๐ คนทั่วทั้งประเทศนั้นไม่ได้มีค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น ขณะเดียวกันถ้ารัฐบาลจะเจียดเงินสักส่วนหนึ่งเพื่อเป็นเบี้ยประชุมให้คนกลุ่มนี้น่าที่จะ เป็นประโยชน์และเป็นขวัญกําลังใจครับ

ท่านประธานครับ กระทรวงใด กรมใด ทําดีเราก็ต้องชมละครับ ถ้าทําไม่ดี ก็ต้องตําหนิติติงกันบ้าง ขอชมกระทรวงมหาดไทยครับ ที่กระทรวงมหาดไทยกล้าที่จะคิด โครงการนี้ขึ้นมา นั่นคือโครงการกลุ่มอาสาสมัครปกป้ องสถาบัน ผมต้องกล้าพูดคํานี้ครับ เพราะว่าผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ขันอาสาที่จะมาทํา วันนี้กระทรวงมหาดไทย ตั้งกลุ่มอาสาสมัครปกป้ องสถาบันนั้นอําเภอละ ๑,๐๐๐ คน ทั้งหมด ๗๘๐ อําเภอ ก็มีคนประมาณ ๗๘,๐๐๐ คน ที่จะทํานี่ครับมีภารกิจเพื่อรณรงค์ทํากิจกรรมร่วมกันกับ พี่น้องประชาชนทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล ทุกอําเภอ ให้พี่น้องได้มีความสํานึกถึง ความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะทุกวันนี้มีกลุ่มบุคคลบางพวกกําลังจะล้มเจ้า จาบจ้วงล่วงเกิน