สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๐ กันยายน ๒๕๕๓

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเรื่องการแบ่งเขตพื้นที่มัธยมศึกษาและเรียกร้องการบริหารจัดการแบบใหม่ พร้อมเสนอแผนการจัดสรรงบประมาณที่มีความเป็นธรรมและเสมอภาคในเขตพื้นที่ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา โดยมุ่งเน้นการจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ และสนับสนุนการสร้างโอกาสในการศึกษาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ตอบประเด็นคําถามที่ ๒ ในเรื่องของการแบ่งเขตพื้นที่มัธยมศึกษา ผมขออนุญาตที่จะนําเรียนว่า ข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้นนี้จะเห็นได้อย่างชัดเจนนะครับว่าโรงเรียนที่เป่ดสอนระดับมัธยมศึกษา มีทั้งหมด ๒,๓๖๐ โรงเรียน มีนักเรียนประมาณ ๒,๔๘๑,๐๐๐ คน ถ้ารวมโรงเรียนขยายโอกาสด้วย อีกประมาณ ๗,๐๐๐ โรงเรียน นักเรียนอีก ๖๘๓,๐๐๐ คน โรงเรียนมัธยมศึกษาจะมี จํานวนสถานศึกษาทั้งหมดประมาณ ๓,๐๐๐ โรงเรียน แต่ว่าโรงเรียนประถมศึกษา ทั่วประเทศเรามีเกือบ ๓๐,๐๐๐ โรงเรียน เพราะฉะนั้นเขตพื้นที่ประถมศึกษาจึงเปึนเขตพื้นที่ ที่มุ่งเน้นในเรื่องของพื้นที่เปึนหลักและเขตประถมศึกษาจะเปึนเขตพื้นที่ที่เปรียบเสมือน เปึนตัวแทนของกระทรวง มุ่งเน้นในเรื่องของการสร้างโอกาสความเสมอภาคในการจัด การศึกษาในระดับประถมศึกษาโดยเฉพาะในระดับที่ต้องจัดการศึกษาภาคบังคับ แต่ในระดับมัธยมศึกษานั้นเปึนการจัดการศึกษาที่จะต้องให้เกิดความชัดเจนในเรื่องของ การพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาทางด้านวิชาการตามที่ผมกราบเรียนไปแล้ว และที่สําคัญ ก็คือให้มีประสิทธิภาพในการบริหารงานบุคคลให้มีการดําเนินการในเรื่องของการพัฒนา คุณภาพที่เปึนเปัาประสงค์ที่สําคัญของการจัดการศึกษาในยุคปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าถ้าเราบริหารจัดการเขตพื้นที่มัธยมศึกษา โดยใช้การบริหารจัดการแบบใหม่และเน้นกระจายอํานาจไปสู่สถานศึกษาที่แท้จริง ข้ามพ้นส่วนราชการที่มาอยู่กึ่งกลางระหว่างกระทรวงกับโรงเรียน เน้นไปถึงโรงเรียน ให้มากยิ่งขึ้น เขตพื้นที่มัธยมศึกษาก็จะเปึนเขตในการที่จะประสานงานดูแลเรื่องมาตรฐาน และคุณภาพ ผมคิดว่านี่คือเปัาหมายที่สําคัญ

สําหรับในกรณีที่ท่านได้ถามถึงการโอนโรงเรียนไปสู่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ความจริงก็ไม่ได้อยู่ในกระทู้ถามนี้ แต่ว่าอย่างไรก็ตามก็มีความเกี่ยวโยง และเปึนที่สนใจของเพื่อนครูและพี่น้องประชาชน ผมขออนุญาตกราบเรียนว่ากระทรวงศึกษาธิการ และรัฐบาลนี้ได้ให้ความสําคัญกับการกระจายอํานาจลงไปสู่ท้องถิ่นครับ เราขอเชิญชวน ให้ท้องถิ่นมามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้มากขึ้นและแน่นอนที่สุดการที่จะจัดการศึกษา ก็ทําได้ ๒ ทาง

ทางที่ ๑ ก็คือท่านสามารถที่จะรับโอนสถานศึกษาไปสังกัดองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้ตามพระราชกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจได้อยู่แล้ว

ทางที่ ๒ ท่านเองก็สามารถที่จะจัดตั้งสถานศึกษาขึ้นมาเพื่อที่จะบริหาร จัดการโดยท้องถิ่น อันนี้ก็จะได้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในกรณีที่ว่ามีสถานศึกษาที่ได้ขอโอนไปอยู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว แต่พอแบ่งเขตมัธยมศึกษาก็มีความสนใจว่าน่าจะทางนี้บริหารจัดการได้ตามความประสงค์เดิม ของตัวเองจะโอนกลับมาอีก อันนี้ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่าโดยข้อเท็จจริง ในเชิงกฎหมายในขณะนี้ยังไม่มีนะครับหลักเกณฑ์ที่จะให้โอนโรงเรียนจากท้องถิ่นมาเปึน ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยหลักในเชิงนโยบายเราต้องการจะโอนโรงเรียนจาก กระทรวงศึกษาธิการไปให้กับท้องถิ่น แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมคิดว่ากระบวนการในการโอน โรงเรียนหรือสถานศึกษานั้นเปึนกระบวนการที่ต้องมาปรับปรุงให้สอดคล้อง คือเดิมทีเดียวนั้น พระราชบัญญัติแผนขั้นตอนและการกระจายอํานาจลงไปสู่ท้องถิ่นได้กําหนดเรื่องรายได้ เอาไว้ถึงร้อยละ ๓๕ จึงเปึนที่มาที่มีความจําเปึนจะต้องโอนภารกิจ บุคคล และงบประมาณ ของการศึกษาลงไปสู่ท้องถิ่น ในขณะนี้เมื่อไม่ได้มีการกําหนดในส่วนของงบประมาณ ร้อยละ ๓๕ แล้ว ผมคิดว่าเราก็จะมาดูว่าในส่วนใดที่มีความสอดคล้องและมีความสมัครใจ กันจริง ๆ เพื่อให้การจัดการศึกษาของเราได้มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพตามเปัาหมาย

ประเด็นสุดท้าย ซึ่งผมคิดว่าเปึนประเด็นที่สําคัญมาก ไม่ใช่เฉพาะท่านทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย เท่านั้น ผมคิดว่าแม้แต่เพื่อนครูและพี่น้องประชาชนได้ให้ความเปึนห่วงว่า ในช่วงระยะเปลี่ยนผ่านที่จะมีการจัดตั้งเขตพื้นที่มัธยมศึกษาจะต้องมีการดําเนินการ ในการบริหารงานบุคคลก็คือมีการตั้งผู้อํานวยการเขตพื้นที่มัธยมศึกษา และในช่วงดังกล่าวนี้ เปึนช่วงสิ้นป้งบประมาณพอดี ข้าราชการครูของเราเกษียณอายุก็จะต้องแต่งตั้งผู้อํานวยการ โรงเรียนมัธยมศึกษาตลอดถึงการย้ายเพื่อนข้าราชการครู ผมขออนุญาตกราบเรียนให้เกิด ความมั่นใจครับ ผมได้กําชับเปึนพิเศษเปึนนโยบายโดยทั่วไปถึงแม้จะไม่แยกเขตพื้นที่ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา การบริหารงานบุคคลในยุคที่ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะต้องมีความโปร่งใสและผมได้ย้ํากับตัวแทนเพื่อนข้าราชการครูที่ได้รับการเลือกตั้ง ทั้งหมดว่าเราต้องช่วยกันดูแลไม่ให้มีการวิ่งเต้นซื้อขายตําแหน่งเหมือนมีข่าวที่ผ่านมา เปึนอันขาดครับ ถ้าผมทราบว่ามีกระบวนการดังกล่าวอยู่ในจุดใดก็จะดําเนินการ อย่างเด็ดขาดต่อไป แต่นั่นเปึนการแก้ที่ปลายเหตุครับ แก้ที่ต้นเหตุในขณะนี้คือผมได้แต่งตั้ง คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ อกคศ. วิสามัญที่จะดูแลในเรื่องนี้ มีท่านเลขาธิการ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเปึนประธาน มีผู้ทรงคุณวุฒิ มีตัวแทน เพื่อนข้าราชการครู ผมจะดูแลให้เกิดความเปึนธรรมและให้มีความโปร่งใสในระบบ การบริหารจัดการ ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าถ้าท่านติดตามข่าวการบริหารงานบุคคลแม้แต่ ในระดับกระทรวงที่ผ่านมา การโยกย้ายจะเปึนไปโดยระบบคุณธรรม และระบบความสามารถ อย่างชัดเจนจะไม่มีการให้มีการซื้อขายตําแหน่งหรือใช้ระบบอื่นที่เปึนการวิ่งเต้นเข้ามา

สําหรับในเรื่องความเปึนธรรม อีกประการหนึ่งที่ผมอยากย้ําก็คือว่าในเรื่อง ของการจัดสรรงบประมาณลงไปในเขตพื้นที่ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ผมได้วางระบบ ในการที่จะดูแลเรื่องงบประมาณที่ชัดเจนครับ งบปกติคืองบรายจ่ายรายหัวที่จะต้อง จัดให้กับนักเรียนหรืองบประมาณเรียนฟรีนี่ก็เปึนไปตามอัตราส่วนของนักเรียนในแต่ละ เขตพื้นที่อยู่แล้ว ในส่วนงบบริหาร ๑.๕ ล้านบาทที่จะให้กับสํานักงานเขตพื้นที่นั้นก็จะ ดําเนินการอย่างเท่าเทียมกันเพื่อให้ไปดําเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกัน งบพัฒนาที่ต้องการจะสนองตอบต่อกลยุทธ์ของกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องของ การสร้างโอกาส ในเรื่องของคุณภาพ ในเรื่องของการพัฒนาบุคคล ในเรื่องของการมีส่วนร่วม ในเรื่องของการบริหารจัดการ และการศึกษา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนี้ผมก็จะดูแล ในการจัดสรรงบประมาณเพื่อลงไปสู่เขตพื้นที่อีกเขตละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท อย่างมีความเปึนธรรม และเสมอภาคกัน ขอขอบคุณครับ