สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

บัญญัติ เจตนจันทร์ เสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา เพื่อให้มีความเป็นอิสระในการบริหารงานและวิชาการของมหาวิทยาลัย พัฒนาความเป็นสากล ความเป็นเอกลักษณ์และความเป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่ เพื่อให้มีจุดเด่นและศิลปะที่แตกต่างกัน และหวังว่าร่างพระราชบัญญัตินี้จะผ่านสภาเพื่อประกาศใช้โดยเร็ว

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยทั้ง ๓ ร่างนะครับ คือร่างแรก จากคณะรัฐมนตรี ร่างที่สอง จาก ส.ส. ไพโรจน์ ตันบรรจง และคณะ และร่างที่สาม จาก ส.ส. นคร มาฉิม และคณะ ผมต้องขอขอบคุณรัฐบาลนะครับ นําโดยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่เห็นความสําคัญของการศึกษา ระดับอุดมศึกษาที่ได้นําร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ร่างเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ต้องขอขอบคุณคณาจารย์ของวิทยาเขตพะเยา แล้วก็มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งได้ออกแบบแล้วก็ได้ทําการพัฒนาให้การศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่มีการจัดการเรียน การสอนที่จังหวัดพะเยามาเป็นมหาวิทยาลัย แล้วก็มีความเป็นอิสระหากว่าได้รับ การพิจารณาในสภาให้ร่างพระราชบัญญัตินี้ผ่านก็จะมีความเป็นอิสระและมีเสรีภาพ ทางด้านวิชาการและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีความคล่องตัวมากขึ้น ก็ต้องขอเท้าความว่าการศึกษานั้นเป็นวิธีการที่สําคัญที่สุดที่จะสร้างคนแล้วก็จะสร้างชาติ เพราะว่ามนุษย์นั้นเกิดมาก็เกิดมาพร้อมกับความไม่รู้ เราเรียกว่า อวิชชา เพราะฉะนั้น วิชาการความรู้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประกอบอาชีพก็ดี เรื่องจริยธรรมก็ดี ก็จําเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการศึกษาไม่ว่าจะเป็นการศึกษาจากครอบครัวหรือการศึกษา ในระบบการศึกษา ในการศึกษาในระดับอนุบาลและประถมศึกษานั้นเราเชื่อว่า เป็นการทําให้เด็กของเรานั้นเป็นเด็กดีครับ เปรียบเสมือนเป็นรากแก้วของต้นไม้ใหญ่ เมื่อเข้าสู่วัยมัธยมศึกษาเราทําเด็กดีให้เป็นเด็กเก่งครับ เปรียบเสมือนเป็นลําต้นของ ไม้ยืนต้นต้นไม้ใหญ่ เด็กดีก็คือชั้นประถมศึกษา เด็กเก่งก็คือชั้นมัธยมศึกษา แต่พอเป็น ชั้นอุดมศึกษาก็เปรียบเสมือนเป็นกิ่งไม้ของต้นไม้ใหญ่นั้นซึ่งกิ่งไม้นั้นก็จะแตกเป็นใบ เป็นดอก แล้วก็เป็นผล แล้วก็มียอดที่สามารถที่จะขยาย แล้วก็สามารถที่จะเติบโตต่อไป เพื่อบ่งบอกถึงเผ่าพันธุ์และความงดงามของต้นไม้นั้น เพราะฉะนั้นการศึกษา ระดับอุดมศึกษานั้นมันจึงเป็ นการต่อยอดจากเด็กดี เด็กเก่งมาสู่ความเป็ นเลิศ ตามพรสวรรค์ของเด็กและตามต้นทุนของทางสังคมที่มุ่งหวังที่จะให้เยาวชนและเด็กใน ประเทศนั้นมีศักยภาพไปทางด้านไหนเพื่อในการพัฒนาประเทศชาตินั่นเอง เพราะฉะนั้น ต้องถือว่าในปัจจุบันการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษานั้นมีกระจายทั่วไป ทุกหนทุกแห่งในประเทศ ทุกจังหวัด ทุกอําเภอ ทุกตําบลก็ว่าได้ ก็ทําให้การศึกษานั้น ไม่เปลืองค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แล้วก็เด็กนักเรียนยังสามารถอยู่ในความดูแลของ พ่อแม่ได้ แต่ในระดับอุดมศึกษานั้นในปัจจุบันจะต้องเดินทางไกลไปต่างจังหวัด เป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นในจังหวัดที่มีความโชคดีที่ได้รับการพัฒนาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรุงเทพมหานครและในจังหวัดในหัวเมืองใหญ่ ๆ ก็จะมีมหาวิทยาลัยประจําจังหวัด สําหรับจังหวัดที่มีศักยภาพน้อยยังได้รับการพัฒนาไม่ทั่วถึงนั้นสมควรอย่างยิ่งที่รัฐบาล จะยกฐานะวิทยาเขตการศึกษาต่าง ๆ ที่อาจจะเรียกว่าเป็นวิทยาเขตสารสนเทศก็ดี หรือเป็นวิทยาเขตทางด้านการศึกษาโดยการใช้ฐานการเรียนของวิทยาลัยเทคนิคต่าง ๆ วิทยาลัยเกษตรต่าง ๆ ก็ดี ของมหาวิทยาลัยที่อยู่ในกรุงเทพมหานครหรือในเมืองใหญ่ ๆ ก็ดี ก็เรียกว่าเป็นวิทยาเขตต่าง ๆ นั้นรวบรวมกันเพื่อยกฐานะขึ้นมาเป็นมหาวิทยาลัย เมื่อยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยแล้วจุดเด่นก็คือจะมีความเป็นอิสระในการบริหารงาน แล้วก็มีอิสระในการบริหารในเชิงวิชาการนะครับ นี่ก็เป็นหลักการและเหตุผลที่สําคัญ ตามรัฐธรรมนูญว่าการศึกษาในระดับอุดมศึกษาซึ่งเป็นการศึกษาในระดับวิชาชีพชั้นสูงนั้น จะต้องมีความเป็นอิสระในทางวิชาการ มหาวิทยาลัยที่จะยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย พะเยานั้นเท่าที่ศึกษาก็พบว่ามีการเปิดการเรียนการสอนถึงประมาณ ๖๐ สาขา แล้วก็มี บัณฑิตที่สําเร็จนับหมื่นคน ที่ผ่านมานั้นก็เป็นการใช้หน่วยราชการในพื้นที่พัฒนาเป็น วิทยาเขต หากได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยพะเยาแล้วก็เชื่อว่าจะเป็นการเพิ่ม ศักยภาพและอิสระในทางวิชาการและการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ผมเห็นด้วยกับรัฐบาล ที่ได้นําพระราชบัญญัตินี้มาเข้าสู่สภา แล้วก็ยังเห็นว่ารัฐบาลควรจะสนับสนุนและส่งเสริม ให้จังหวัดในหัวเมืองใหญ่ ๆ ต่าง ๆ ที่มีศักยภาพได้พัฒนาวิทยาเขตต่าง ๆ ให้เป็น มหาวิทยาลัย ยกตัวอย่างที่จังหวัดระยอง กระผมเองก็ได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยระยอง เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการและท่านนายกรัฐมนตรีจะได้สนับสนุนที่จะเสนอ ร่างของรัฐบาล เพื่อที่จะให้จังหวัดระยองซึ่งมีศักยภาพเช่นเดียวไม่แพ้จังหวัดพะเยา แล้วก็มีรายได้ ต่อหัวอันดับหนึ่งของประเทศ แล้วก็มีปัญหาที่แตกต่างจากจังหวัดพะเยาและจังหวัดอื่น ๆ จะได้มีสถาบันการศึกษาที่มีการศึกษาวิจัยควบคู่ไปกับปัญหาและการพัฒนาของพื้นที่

สําหรับเรื่องของมหาวิทยาลัยที่เกิดขึ้นในจังหวัดต่าง ๆ นั้น ผมไม่คิดว่าเป็น สมบัติเฉพาะของจังหวัดนั้น ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยนั้นคือสมบัติของชาติ และผลิตผลงาน ทางวิชาการเพื่อรับใช้สังคมของประเทศชาติและชาวโลกนะครับ ดังนั้นผมคิดว่า ในความเป็นมหาวิทยาลัยแล้วต้องมีความเป็นสากลเป็นเรื่องสําคัญที่สุด และจะต้องมี ความเป็นเอกลักษณ์ มีความเป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่เข้ามาผสมร่วมด้วย เพื่อที่จะให้ มหาวิทยาลัยนั้นมีจุดเด่น หรือมีศิลปะ มีวัฒนธรรม ที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ดังนั้นมหาวิทยาลัยพะเยานั้นก็จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับบัณฑิตจากทั่วทั้งประเทศไทย เพื่อไปให้การศึกษาที่วิทยาเขตเหล่านั้น ซึ่งมีลักษณะเด่นของภูมิอากาศเป็นอย่างดี และนอกจากนั้นการที่จะเปิดประเทศไทยเป็นประเทศในยุคใหม่ที่ไร้พรมแดน ก็จําเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องรับนักศึกษาจากต่างประเทศเพื่อให้เข้ามาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม แล้วก็ นําจุดเด่นของประเทศไทยนั้นไปเผยแพร่ให้ชาวโลกได้รู้ แล้วก็นอกจากนั้นยังนํา วัฒนธรรมของสากลเข้ามาสู่มหาวิทยาลัยในพื้นที่ของจังหวัดพะเยาอีกด้วย ก็คิดว่า ในส่วนของร่างพระราชบัญญัตินี้ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ก็คงจะผ่านร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ร่างนี้เป็นพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา แล้วก็ประกาศใช้โดยเร็ววันครับ กราบขอบพระคุณครับ