สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลคุณภาพการศึกษา และเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงการทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการ

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ขออนุญาตที่จะชี้แจงและอธิบายถึงเหตุและผลให้กับสภาแห่งนี้ ซึ่งถือว่าร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. .... ได้รับเกียรติจากสภา เป็นอย่างสูง มีสมาชิกที่นอกจากผู้เสนอแล้วได้อภิปรายใช้เวลา ๒ ชั่วโมงครึ่งถึง ๒๑ ท่าน ทั้งข้อคิดเห็นในรายละเอียดแต่ละมาตรา ทั้งข้อเสนอแนะ ข้อห่วงใยในหลาย ๆ ด้าน ผมต้องเรียนอย่างนี้ว่าสรุปออกมาได้ ๔ ประการที่จะเรียนต่อสภาแห่งนี้ว่า การเสนอ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. .... ในวันนี้แสดงให้ชัดเจนว่าในหลักปฏิรูป การศึกษาของรัฐบาลชุดนี้ในเรื่องการขยายโอกาส การขยายโอกาสทางการศึกษา ทุกระดับแม้แต่เรื่องของการเรียนฟรีที่หลายท่านได้พูดถึงที่ทางรัฐบาลได้พยายาม ดําเนินการเพื่อเปิดโอกาสให้คนทุกอาชีพและทุกฐานะได้มีโอกาสเรียนอย่างเท่าเทียมกัน หรือแม้แต่เรื่องของการตั้งมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ ก็ขอบคุณท่านสมาชิกหลายท่าน ที่พูดถึงรัฐบาลว่าให้การสนับสนุน ก็แสดงชัดเจนว่ารัฐบาลชุดนี้เราให้การสนับสนุน การศึกษาหรือนโยบายต่าง ๆ นั้นโดยไม่คํานึงถึงพื้นที่หรือการเมือง ไม่ว่าพื้นที่นั้นจะมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของรัฐบาลหรือไม่ อย่างไร แต่เรามองประโยชน์ของชาติ ของภูมิภาค ของจังหวัด และของประเทศ เป็นหลัก ซึ่งตรงนี้ต้องเรียนว่าการขยายโอกาส ของรัฐบาลในการเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. .... นั้นเพื่อต้องการ ที่จะให้ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดพะเยาเท่านั้นที่จะได้โอกาสตรงนี้ เราถือว่าที่จะดูแลนักศึกษา ในภาคเหนือตอนบนและเพื่อการพัฒนาการศึกษาของประเทศด้วย ผมจึงขออนุญาต ที่จะกราบเรียนว่า คุณภาพของมหาวิทยาลัยพะเยาซึ่งสมาชิกหลายท่านได้เป็นห่วงเป็นใย ว่าถ้าดําเนินการแล้วจะเป็นอย่างไร ห่วงว่าการดําเนินการจะมีปัญหาด้านคุณภาพ ก็ขออนุญาตชี้แจงถึงความพร้ อมของมหาวิทยาลัยพอสังเขปนิดเดียวว่า มหาวิทยาลัยพะเยานั้นต้องถือว่าไม่ใช่ตั้งใหม่นะครับ เป็ นวิทยาเขตสารสนเทศ ของมหาวิทยาลัยนเรศวรอยู่แล้ว มีความพร้อมเพราะว่าจัดตั้งกันมา ๑๕ ปี งบประมาณ ด้านก่อสร้างที่ดําเนินการไปแล้วทั้งหมด ๑๐ กว่าปีนั้นเกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่ง ที่ผ่านมา ๑๕ ปีนั้นผลิตบัณฑิตไปแล้วกว่า ๗,๐๐๐ คน ปริญญาโทมหาบัณฑิตมากกว่า ๒,๐๐๐ คน ขณะนี้หลายท่านก็เป็นห่วงในเรื่องของงบประมาณว่าเราจัดตั้งมหาวิทยาลัย แห่งนี้แล้วจะเป็ นภาระงบประมาณหรือไม่ ก็ต้องเรียนว่าในการจัดตั้งตรงนี้จะมี งบประมาณเพิ่มเติมที่คํานวณ แล้วก็เรื่องของบุคลากรที่เพิ่มขึ้นในตําแหน่งบริหารก็คือ อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี และคณบดีของ ๑๔ คณะวิชา คาดว่า งบประมาณเพิ่มเติมที่จะเข้ามาดูเพื่อความพร้อมสําหรับบุคลากรในเชิงบริหารเท่านั้น แล้วต้องเรียนว่าในคุณภาพของวิทยาเขตแห่งนี้ที่เราคิดว่ามีความเหมาะสมที่รัฐบาล ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วในการที่จะยกฐานะขึ้นนั้น ขณะนี้มีอาจารย์อยู่ทั้งหมด เกือบ ๕๐๐ คน จบปริญญาตรี ๘๘ คน ปริญญาโท ๓๓๖ คน และปริญญาเอก ๗๒ คน อยู่ที่วิทยาเขตแห่งนี้ และขณะนี้กําลังส่งศึกษาต่อปริญญาโท ๕๕ คน และปริญญาเอกอีก ๑๒๒ คน เพราะฉะนั้นถ้ามองโดยคร่าว ๆ ลักษณะเช่นนี้จะเห็นว่าความพร้อมของ วิทยาเขตสารสนเทศของมหาวิทยาลัยนเรศวรที่จังหวัดพะเยานั้นมีความพร้อมทั้ง เชิงปริมาณและด้านคุณภาพ รวมทั้งการใช้งบประมาณในการจัดตั้งนั้นแทบจะเรียกว่า เพิ่มเพื่อบุคลากรในเชิงบริหารอีกปีละประมาณไม่เกิน ๑๕ ล้านบาทเท่านั้น นอกจาก การพัฒนาที่จะขยายคณะวิชาหรือที่จะเพิ่มเติมในภายหลังเท่านั้น ก็ขออนุญาต ให้ความมั่นใจต่อสภาแห่งนี้ว่าเราจะต้องดูแลด้านคุณภาพของมหาวิทยาลัยพะเยาต่อไป

ส่วนที่ท่านสมาชิกหลายท่านพูดถึงมากก็คือนโยบายของรัฐในการตั้ง มหาวิทยาลัยใหม่ว่าแนวนโยบายหลักเป็นอย่างไร ก็ขอเรียนชี้แจงว่าขณะนี้ในประเทศเรา มีมหาวิทยาลัย ๑๐๐ กว่าแห่งเกือบจะเรียกว่าทั่วทุกภูมิภาค แต่อาจจะไม่ครบทุกจังหวัด เพราะฉะนั้นในขณะนี้ภาระใหญ่เหมือนที่ท่านสมาชิกหลายท่านเป็นห่วงนะครับว่า มหาวิทยาลัยทั้งหลายขณะนี้ที่ได้ดําเนินการอยู่นั้นมีคุณภาพการศึกษาเพียงใด ผมต้อง เรียนอย่างนี้ครับว่า ขณะนี้ภาระทางกระทรวงศึกษาธิการเราเน้นหนักในเรื่องนี้ เป็นอย่างมาก เหมือนที่ท่านสมาชิกหลายท่านเป็นห่วงนะครับ เพราะฉะนั้นในช่วงที่เราเข้ามาทํางานปี เศษนี้ถึงได้มีการเสนอกรอบมาตรฐาน คุณวุฒิระดับอุดมศึกษาขึ้น หรือที่เรารู้จักกันในนามทีคิวเอฟ (TQF) เพื่อที่จะกําหนดกรอบ และดูแลคุณภาพของบัณฑิตของแต่ละมหาวิทยาลัยในสาขาวิชาต่าง ๆ รวมทั้งขณะนี้ หลายท่านที่เป็นห่วงกับการตั้งวิทยาเขตเพิ่มเติมหรือหลายท่านพูดถึงว่าเป็นการขยาย อาณาจักรนั้นขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้มีประกาศ ทั้งประกาศของ กกอ. และกฎ ของกระทรวงที่ออกไปในการที่จะจัดตั้งมหาวิทยาลัย สถานศึกษานอกเขตที่ตั้งเข้าไป ควบคุมให้รัดกุมมากขึ้น ให้คํานึงถึงคุณภาพการศึกษาของบัณฑิตมากขึ้น เพราะฉะนั้น สิ่งที่ขณะนี้มีข่าวอยู่เสมอถึงเรื่องคุณภาพ ผมเองในฐานะที่ดูแลในส่วนนี้เราเป็นห่วงมาก ว่านักศึกษาที่เข้าไปนั้นบางครั้งไม่ได้รู้หรอกครับว่าหลักสูตรที่ตัวเองเข้าไปเรียนรู้นั้น มีคุณภาพเพียงใด เป็นหน้าที่ซึ่งทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน แต่ต้องเรียนต่อสภาแห่งนี้ว่า ในพระราชบัญญัติการศึกษาของมหาวิทยาลัยหรืออุดมศึกษานั้น พระราชบัญญัติของรัฐ เรามีพระราชบัญญัติของแต่ละมหาวิทยาลัยเอง ซึ่งให้อํานาจในการดูแลอนุมัติหลักสูตร หรือการจัดการศึกษาเป็ นอํานาจของสภามหาวิทยาลัย ในส่วนของ กกอ. หรือ กระทรวงศึกษาธิการนั้นมีหน้าที่กํากับและดูแลในส่วนนโยบายเท่านั้น แต่ถึงไม่ได้มีส่วน รับผิดชอบโดยตรง แต่ในฐานะภาครัฐซึ่งเราสนับสนุนงบประมาณ เพราะฉะนั้นเราก็ต้อง พยายามดูแลในเรื่องคุณภาพ แต่เรียนให้ทุกท่านได้สบายใจนะครับว่าส่วนใหญ่แล้ ว มหาวิทยาลัยในประเทศของเรานั้นได้คุณภาพ เพียงแต่มีบางแห่งเท่านั้นที่เราจะต้อง เข้าไปช่วยกันกํากับและดูแล สนับสนุน หรือให้คําแนะนํา เพื่อที่จะให้เขามีคุณภาพ อย่างน้อยให้ผ่านเกณฑ์ขั้นตํ่าเพื่อจะผลิตบัณฑิตของเราให้อย่างมีคุณภาพต่อไป เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตที่จะชี้แจงให้กับที่ประชุมได้รับทราบ แล้วก็ข้อสังเกตต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกทั้งหลายได้ให้ไว้ ผมโน้ตไว้หมดแล้วที่จะเข้าไปพิจารณาในคณะกรรมาธิการ รวมทั้งข้อห่วงใยที่จะเข้าไปดูแลในส่วนของงานกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งในส่วนของ อุดมศึกษา หรือแม้แต่ส่วนอื่น ๆ ก็พร้อมที่จะนําไปแก้ไข และรวมทั้งเรื่องของการที่ ท่านสมาชิกได้พูดถึงเรื่องการดําเนินการในกระทรวงศึกษาธิการที่ห่วงเรื่องของการทุจริตนั้น ตรงนี้เราในฐานะผู้บริหารนะครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านก็ได้กําชับอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นถ้าท่านมีข้อมูลใดที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ หรือที่คิดว่าเราจะสามารถ ดําเนินการแก้ไข เราก็พร้อมและยินดีในการที่จะดําเนินการให้ถูกต้องที่สุดเท่าที่จะทําได้ ก็ขออนุญาตขอบคุณสภามา ณ โอกาสนี้ ขอขอบคุณครับ