สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๙ กันยายน ๒๕๕๓

ไพจิต ศรีวรขาน หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงในมาตรา 4 ของพระราชบัญญัติเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการคุ้มครองเกษตรกร

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมต้องลุกขึ้นอภิปราย ในมาตรา ๔ เปึนรอบที่ ๒ ซึ่งผมไม่เคยปฏิบัตินะครับท่านประธาน แต่ฟังคําชี้แจง ของคณะกรรมาธิการแล้วดูประหนึ่งว่ายังจะดึงดันเอาตามที่ได้เพิ่มเติมแก้ไขไป ผมสงสัยแต่แรกว่าร่างพระราชบัญญัตินี้มีหลักการในการที่จะให้มีการโอนจาก กระทรวงการคลังไปอยู่สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แปลว่าเจ้าภาพ ในการบริหารกองทุนเดิม เดิมเกือบ ๔๐ กว่าป้ตั้งแต่ตั้งกองทุนอยู่ที่กระทรวงการคลัง คราวนี้เนื่องจากสัดส่วน ในการบริหารกระทรวงมันเปลี่ยนไปว่า พรรคนี้ดูกระทรวงนี้ พรรคนี้ดูกระทรวงนี้ คราวนี้ นโยบายเปลี่ยน ผมยังเคยดูว่ากระทรวงคมนาคม ประธานบอร์ด (Board) การบินไทยใหญ่ ๆ ก็ยังอยู่ที่กระทรวงการคลังอะไรอยู่ เพราะฉะนั้นพอมาเปลี่ยนแบบนี้ผมก็สงสัย แล้วโดยหลักการก็ยังบอกว่า การเปลี่ยนแปลงในเรื่องการค้าทางการเกษตร การผลิต การเกษตรทําให้ต้องเปลี่ยนกองทุนตรงนี้ มันเปึนเงินกว่าหมื่นล้านบาทนะครับท่านประธาน เงินอันนี้ที่มีอยู่ในกองทุนนี้ ค่าธรรมเนียมการส่งออกสินค้าเกษตร เอาเข้ามาสินค้าเกษตร ล้วนแต่กระทบต่อชีวิตความเปึนอยู่ของเกษตรกร วรรคแรกที่ผมอภิปราย ผมอภิปราย เฉพาะเรื่องเกษตรกรที่ท่านเปลี่ยนว่าเปึนเกษตรกรอะไร ๆ มันเปึนข้อวิตก แล้วก็เห็นจริง ๆ ว่า ท่านได้ใส่ข้อความว่า หรือองค์กรเกษตรกรอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง ใส่วรรคนี้เข้ามาทําให้ เจตนารมณ์การที่จะจ่ายเงินให้กับใครบ้าง มันปรากฏออกมา ถ้าดูวรรคต่อมา มาดูการอธิบาย เรื่องเกษตรกรรมไปใหญ่เลยนะครับ ท่านไปตัดข้อความ การทํานา การทําไร่ ทําสวน ท่านคงการเลี้ยงสัตว์ไว้ คงการประมงไว้ แต่ว่าไปตัดเรื่อง การเลี้ยงผึ้ง การเลี้ยงไหม การเลี้ยงครั่ง ออก แปลว่าไปตีความว่าเปึนการเพาะปลูก ไปใหญ่เลยนะครับ แม้จะมี ข้อความบอกว่าอาชีพอื่น เกษตรกรรมอื่นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศกําหนด กฎหมายเดิมเมื่อ ๔๐ กว่าป้ เขาเขียนไว้แบบนี้ แต่เขาใส่คําว่าประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คราวนี้ท่านก็ตัดไปให้ รัฐมนตรีประกาศ เข้าใจว่าจะให้คําว่าเพาะปลูก มันมาครอบคลุมเรื่องการเลี้ยงผึ้ง การเลี้ยงไหม มันไม่ใช่นะครับ ถ้าว่ากันถึงความเข้าใจตามภาษา ผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้น ยิ่งไปใหญ่เลยท่านประธานครับ ผมดูวรรคต่อมาอภิปรายสอดคล้องกัน ท่านเอาคําว่า แปรรูปขั้นต้น มาใส่ นี่จะเอาเงินที่เปึนรายได้เข้าออกในการส่งสินค้าเกษตรเข้ามาไปให้ กับอุตสาหกรรมการแปรรูปนี่ไปใหญ่แล้ว มองเห็นว่าใครจะเข้ามามีบทบาทอันนี้ ผมไม่เห็นว่าการที่ต้องแก้ แล้วก็อํานวยประโยชน์ซึ่งมีข้อจํากัดอยู่แล้วท่านประธาน ผลิตภัณฑ์อาหารไม่ว่าคนหรือสัตว์จะแปรรูปหรือไม่ ก็ให้ใช้ตามความหมายของมาตรา ๔ นี้ ทั้งหมด แปลว่าถ้าท่านไปดูถึงมาตรา ๖ ท่านจะตกใจเลยนะครับ ท่านประธานครับ ท่านรองประธานกรรมาธิการ ท่านประกอบ ท่านก็เปึนอดีตผู้อํานวยการวิทยาลัย เกษตรกรรม ท่านเข้าใจเรื่องเกษตร แต่ทําไมต้องมาทําเรื่องแบบนี้ มาตรา ๖ (๑) นี่ ออกทะเลเลย ไปใหญ่เลยท่านเพิ่มเข้ามาเกือบทั้งหน้า ผมรับไม่ได้วิธีการแบบนี้ แปลว่า มันจะเปึนเครื่องมือในการใช้เงินไปสร้างความมั่งคั่งร่ํารวยให้ใคร วันนี้เราต้องการที่จะ พลิกฟุ๋นภาคเกษตร ซึ่งเขาจําเปึนต้องทําอะไรปากกัดตีนถีบอยู่แล้ว ผมพูด เพราะผม เลี้ยงหมู เลี้ยงวัว แล้ววันนี้ก็ยังทําหน้าที่พวกเหล่านี้อยู่ รู้ชีวิตจิตใจของท่านเหล่านี้ เขาต้องแข่งขันลําบากขนาดไหน อย่าไปเอื้ออาทรต่อพวกอุตสาหกรรมที่เขามีทุน มีการคิดค้ากําไร มีศักยภาพในการที่จะแข่งขันมากกว่า วันนี้เราจะละเลยต่อเรื่อง เหล่านี้ไม่ได้ ท่านประธานความจริงไม่ใช่เรื่องของพรรคใด ไม่ใช่ฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล แต่ธรรมเนียมทางการเมืองกันนะครับ เรื่องแบบนี้เจ้าภาพ จะต้องเปึนรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงมานั่งตอบพวกผม เรื่องเกษตรไม่ใช่ท่านประกอบ ท่านประกอบไปตอบเรื่องการศึกษาค่อยว่ามา ผมก็เข้าใจ แต่วันนี้เปึนเรื่องสําคัญ ที่จะต้องถ่ายสิทธิประโยชน์ดอกผลที่ควรจะได้ รักษาอาชีพเหล่านี้ไว้กับพี่น้องอย่างจริงจัง ถ้าหากรัฐบาลเห็นบอกว่าจะต้องเอาแบบนี้ ซึ่งผมไม่เชื่อว่าวันนี้ฟังผู้อภิปรายหลายฝ์าย ที่เปึนฝ์ายรัฐบาลก็เห็นชอบเห็นคล้อยตามทํานองเดียวกันหมดนะครับ ยังเหลือแต่ ท่านคณะกรรมาธิการเท่านั้น ผมก็ต่อว่าพวกผมเวลาพิจารณาไปให้ใส่ข้อความพวกนี้ เข้ามาได้อย่างไร ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานบางทีเราต้องการให้เสร็จเร็ว ๆ จะเข้ามา เพื่อให้ทันได้ใช้ มันออกมาไม่ดี ออกมาแล้วขาดความรอบคอบ แม้จะผ่านจากเราไป ไปถึงวุฒิสภาเขาก็ไม่เอาถ้าท่านทําผิดเจตนารมณ์ กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ป้ ๒๕๑๗ ประชาธิปไตยเขาเบ่งบาน เขาต้องการคุ้มครองเรื่องการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ดูมาตรา ๖/๑ ท่านใส่ไปหมดแล้วนะครับ เอาไปให้ได้หมดเลย บางทีไม่ได้เกี่ยวข้องกับ เรื่องของกิจการการเกษตร แต่ว่าเอาไปใส่เพื่อให้เงินเหล่านี้มันออกไป ผมว่าถ้าไม่รีบร้อน ท่านประธานครับ อยากจะขอความกรุณาจากท่านคณะกรรมาธิการเอากลับไปทบทวน ดูกันใหม่ให้รอบคอบ มันไม่ได้ไปไหนหรอกครับสภายังอยู่อีกนาน กฎหมายที่เปลี่ยน โครงสร้าง กฎหมายที่เปลี่ยนฐานอํานาจที่จะไป ต่อไปกระทรวงการคลังโดยสํานักงาน ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เขาจะเปึนคนกํากับดูแล ตัดออกไปจากเจ้าของ ที่จะเปึนเรื่องของเงิน เรื่องของกองทุนที่โดยธรรมเนียมก็กระทรวงการคลังนั่นแหละ เปึนคนเก็บรักษา เปึนคนบริหาร มีเจ้ากระทรวงมาเปึนคณะกรรมการประกอบ แต่คราวนี้ ตัดไปเลย แล้วก็เขียนเพื่อให้เห็นว่ามันจะเป่ดช่อง เห็นข้อขัดข้องอย่างไร ผมจะต้องขอร้อง เพราะว่าถ้าจะต้องพิจารณากันก็ต้องยืนไม่มีการเห็นตามกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ สภาจะเห็นก็ว่าไปทีละมาตรา ๆ ก็ใช้เวลาพอควรครับ ท่านประธานครับ ผมว่าถ้าท่าน ไม่รีบร้อน ประธานเขาก็ไม่อยู่อยู่แล้ว มีแต่ท่านรองประธาน รองประธานผมก็หายไปแล้ว คนหนึ่ง ขอบพระคุณครับท่านประธาน