สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๙ กันยายน ๒๕๕๓

คมเดช ไชยศิวามงคล หารือเรื่องกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร และวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับมาตรา 4 ของร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โดยอ้างว่า มาตรานี้มีจุดประสงค์ผิดพลาด และจะไม่ช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

กราบเรียนประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ตามมาตรา ๔ ท่านประธานครับ กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรตัวจุดประสงค์หลัก คือผมจะแยกแยะว่าคนจะมีอยู่ ๓ กลุ่มด้วยกัน กลุ่มหนึ่งจะเปึนกลุ่มที่ไม่มีความพอ กลุ่มไม่พอก็คือกลุ่มทุน ค้ากําไรได้มากเท่าไรก็ยิ่งดีครับ กลุ่มไม่มี จะเปึนกลุ่มชาวบ้าน ที่ขาดโอกาสทั้งหมด แล้วก็กลุ่มเกษตรกรรายย่อยซึ่งก็มีหลากหลายกันไปไม่ว่าการทําไร่ ทํานา ทําสวน ปศุสัตว์ ประมง หรือแนวทางต่าง ๆ แม้แต่กระทั่งการเลี้ยงหมู เลี้ยงวัวต่าง ๆ ท่านประธานครับ ผมเปึนคนหนึ่งที่เคยร่างกฎหมายสภาการเกษตรแห่งชาติ โดยใช้กฎหมายป้ ๒๕๔๐ ใช้มาตรา ๑๗๐ ร่างเข้าไป แต่ก็ติดค้างอยู่ส่วนหนึ่ง แล้วก็เคยจับงานเกี่ยวกับหนี้ธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์ของชาวบ้าน หนี้สินข้าราชการครู เพราะฉะนั้นตัววิถีชีวิต ของชาวบ้าน ผมมีความรู้อย่างลึกซึ้งพอสมควร เพราะฉะนั้นตามมาตรา ๔ ที่ทาง คณะกรรมาธิการได้มาแก้ไขร่างทั้งหมด ผมมาดูตั้งแต่มาตรา ๔ มาตรา ๑๒ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ ตัวนี้มันเปึนต้นขบวนของมัน ถ้าตรงนี้ ตัวปรัชญาหรือว่าตัววัตถุประสงค์มันผิดพลาดแล้วจุดอื่นมันก็จะผิดพลาดไปทั้งขบวน ของมันทั้งหมดเลย ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างให้ฟังเช่นว่า การทํานา คําคําเดียว แค่นั้น ความลึกซึ้งของมันก็คือชาวบ้านส่วนใหญ่เขาปลูกข้าวเพื่อ ๑. กินอยู่ ๒. ปลูกข้าว เพื่อขาย ๓. ปลูกข้าวเพื่อเอาข้าวไปทําบุญ บุญคุณลานต่าง ๆ ๔. เอาข้าวไปฝาก ลูกหลานต่าง ๆ อันนี้มันเปึนเกษตรกรรายย่อยทั้งหมดตรงนี้ ปัญหาภาคเกษตร ถ้าเรา นับกระบวนการของมัน ชาวบ้านขายข้าวเปลือกให้โรงสีจะได้กําไรหรือไม่ได้กําไร มันจะสิ้นสุดอยู่แค่นั้นเอง โรงสีข้าวนําไปสีขายภายในประเทศ แล้วก็ขายต่างประเทศ มี ๕ เสือควบคุมอยู่ อันนี้หลังจากการทํานา ชาวบ้านจะเสียโอกาสทั้งหมด ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ หรือการแปรรูปต่าง ๆ ก่อนจะเปึนตัวข้าว ท่านประธาน ค่าดํา ค่าหว่าน ค่าไถ ค่าภาษี ค่าดอกเบี้ย รายละเอียดลึกลงไปถึงทั้งหนู ทั้งนก ถ้าเปึนติดเขตชลประทานก็มีหอยเชอรี่ ที่กัดกินต้นข้าวต้นนาพวกนี้อยู่ เพราะฉะนั้นถ้าท่านวางโครงสร้างของเงินสงเคราะห์ เข้าไปอยู่ที่กลุ่มเกษตรกรแล้ว มันจะไม่ลงลึกเข้าไปถึงเกษตรกรรายย่อยต่าง ๆ เพราะว่า กลุ่มคนกลุ่มนี้ครับท่านประธาน วิถีชีวิตเขาจะเปึนทั้งเกษตรกรรายย่อยและเปึนแรงงาน ปลูกข้าวทํานา ทํามันสําปะหลัง ปลูกอ้อย โดยเฉพาะภาวะฝนแล้ง น้ําท่วมต่าง ๆ เปึนประเด็นปัญหาที่เปึนกําแพง โดยเฉพาะราคาผลผลิตต่าง ๆ แล้วก็การส่งออกป้นี้ เห็นบอกว่าไปอยู่อันดับที่ ๑๘ ก็ทําให้เกิดปัญหาตรงนี้มาก ท่านครับอยากให้ท่านถอนร่าง ออกไปทั้งหมดเลย เพราะว่าตัวจุดประสงค์ที่วางไว้ที่ผมเรียนให้ทราบว่า ตั้งแต่มาตรา ๔ แล้วไปมาตรา ๑๒ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ ในเมื่อ ตัวหัวขบวนมันผิดพลาดแล้ว ตัวกลาง ตัวหางมันก็จะผิดพลาดไปทั้งกระบวนการ คําว่า เราใช้เงินภาษีของชาวบ้าน ถ้ามันไม่ลงลึกถึงรากหญ้าแล้วมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรครับ มันจะไปอยู่กลุ่มที่ไม่มีความเพียงพอต่อรายได้ต่าง ๆ แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ผมมีประสบการณ์ ในการจับข้อมูลต่าง ๆ ในภาคเกษตรกร ถ้าเราลงไปลึกถึงเกษตรกรรายย่อย มันจะมี โอกาสไปช่วยกลุ่มคนอยู่หลายกลุ่มด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่เราจะเรียกรวมกันทั้งหมด ตัวอย่าง เช่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้านก็ปลูกข้าว ปลูกมันสําปะหลัง ปลูกอ้อย เลี้ยงวัว เลี้ยงหมู เหมือนกัน แต่เขาก็ไปอยู่ในกลุ่มของเกษตรกร กลุ่มแรงงาน ข้าราชครู บําเหน็จบํานาญ หรือข้าราชการรายย่อย อันนี้ก็เปึนเกษตรเหมือนกัน แม่บ้าน อสม. เปึนเกษตรทั้งหมดนะครับตรงนี้ ถ้าเขาไม่ได้อยู่ในกลุ่มองค์กร กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ที่ผมเรียนให้ท่านทราบว่าโดยเฉพาะตัวข้าว เราตีความลึกลงไป มันชัดเจนว่าคนส่วนใหญ่จะเปึนเกษตรกรรายย่อยไม่ต่ํากว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่า ความหลากหลายอาชีพต่าง ๆ แม้แต่ภาคที่ท่านอยู่ภาคใต้ ข้าราชการครูส่วนใหญ่ ก็ปลูกสวนยางกัน ปลูกปาล์มน้ํามัน ที่ผมเคยไปเอาข้อมูลเกี่ยวกับหนี้สินข้าราชการครู ส่วนใหญ่ก็เปึนรายได้หลัก รายได้รอง เพราะฉะนั้นถ้าเราร่างกฎหมายตรงนี้ผิดพลาด หรือเพี้ยนไป ผมว่าเราจะใช้เงินไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ ผมอยากให้เงินส่วนนี้ มีความกระจายออกไป วันนี้เราคงไม่เลือกฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ซึ่งมีช่วงหนึ่งที่มีกฎหมาย ผู้สูงอายุตีกลับมาจากวุฒิสภา ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ก็ร่วมกันเพื่อที่จะต่อสู้ เงินส่วนหนึ่งให้กลุ่มชาวบ้านไม่ว่าจนหรือรวยอะไรต่าง ๆ ซึ่งเราก็เคยดําเนินการตรงนี้ มาแล้ว ท่านประธานครับ การช่วยเหลือเงินบางทีมันเจออุปสรรคในด้านกฎหมาย ในด้านระเบียบ โดยเฉพาะเราเป่ดการค้าแบบเสรีเซ็นอาฟตา (AFTA) แล้วก็เป่ดอาเซียนต่าง ๆ การแข่งขันมันสูง บางทีเราอยากเอาเงินค่าปุิยให้ชาวนาชาวไร่ แต่มันไม่มีช่องทางที่จะเอาให้เขา อย่างเงินผู้สูงอายุเงิน ๕๐๐ บาท ๑๒ คูณ ๕ เท่ากับ ๖๐ เท่ากับ ๖,๐๐๐ บาท มันก็เปึน เงินค่าปุิยได้ ก็ในทํานองเดียวกันตัวมาตรา ๔ นี้ครับท่านประธานเงินกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกร ผมเคยจับข้อมูลตัวหนึ่งเกี่ยวกับยางพาราจะมีเงินสงเคราะห์เงินกองทุน เกี่ยวกับยางพาราสนับสนุนจนถึงขนาดว่าให้ปลูกฟรี ปลูกยางฟรีหมดเลย ทั้งต้นกล้า ตามกระบวนการของมัน แม้แต่ค่าปุิย ค่าอะไรต่าง ๆ ตรงนี้จริง ๆ แล้วอยากให้เกิด กระบวนการของการสงเคราะห์ภาคเกษตรกรทุกภาค เพื่อเปึนต้นทุนให้เขาไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม จะเปึนการลดค่าดอกเบี้ย จะเปึนการช่วยเหลือปุิย หรือว่าลดภาระ อะไรต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนเจอปัญหาในส่วน ๆ นี้ เราต้องยอมรับว่าคนด้อยโอกาส ของพี่น้องประชาชนกลุ่มหลัก ๆ ก็คือปัญหา ๔ อย่างด้วยกันท่านประธานปัญหาหนี้สินนี่ ชัดเจน หนี้ในระบบ หนี้นอกระบบ ถูกตกเขียว ๒. ปัญหาการศึกษามันก็โยงมาจาก ปัญหาหนี้สิน การขาดกําลังซื้อของประเทศ แล้วส่วนหนึ่งก็คือความเหลื่อมล้ํา แม้แต่ เกษตรกรชาวไร่ชาวนา จะไปเรียนหนังสือก็ไม่มีเส้นสาย จบออกมาจะไปเปึนข้าราชการ ก็ไม่มีเส้นสาย เพราะฉะนั้นโอกาสที่เราจะช่วยชาวบ้านให้ลึกลงไปถึงรูปแบบอันนี้เปึน โอกาสที่ดีที่สุดแล้ว โดยเฉพาะโครงสร้างเก่าของกฎหมายฉบับนี้อยากให้ท่านยืนตาม ร่างเดิมทั้งหมดครับท่านประธาน กราบเรียนขอความกรุณาให้ท่านช่วยถอนออกไปแก้ ทั้งหมดเลยครับ