ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทย หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ มาตรา 140 (2) และมาตรา 302 วรรคห้า และเรียกร้องให้ท่านประธานสภาไม่หยิบยกว่า พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ ให้อภิปรายและลงมติในกรณีนี้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ก็ต้องขอขอบคุณหมอวรงค์ และขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้เห็นตรงกันในประเด็นนี้ แต่ผมต้องกราบเรียน ท่านประธาน การที่ท่านประธานหยิบยกว่า พ.ร.บ. ผู้สูงอายุเหมือนกันกับตรงนี้ไม่ใช่ครับ พ.ร.บ. ผู้สูงอายุมันอยู่ในระเบียบวาระ ผมเองเปึนผู้เสนอ ผมรับหน้าที่จากท่านประธาน วิปฝ์ายค้านว่าถ้าพี่มีความเห็นว่าทําตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ วรรคสองได้ พี่เปึน คนเสนอได้ไหม ผมบอกได้ ในสิ่งเหล่านี้ผมก็ให้ความร่วมมือ ถ้ามันถูกต้องผมเสนอเอง แต่ท่านประธานหยิบยกว่าเราเคยทํามาแล้ว นี่ไม่ใช่ครับ คนละเรื่อง เรื่องนี้ไม่ได้มีการบรรจุ ระเบียบวาระจะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาทันทีไม่ได้ตามข้อบังคับ แต่การดําริของท่านประธานเองที่ จะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๒๕ นั้น ปรึกษาหารือนั้นเปึนสิ่งที่ชอบ ผมนํากราบเรียนว่าผมสืบค้น จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่กระผมยังไม่ได้เข้ามามันมีตํานานที่ไปที่มาครับท่านประธาน กฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติในขณะที่ทําหน้าที่รัฐสภา ผ่านไปแล้ว แต่บังเอิญศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยว่าองค์ประชุมไม่ครบ จึงให้พระราชบัญญัตินี้ตกไป ทางสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเขาเสนอมาใหม่ พอเสนอมาใหม่แล้วก็ผ่านความเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ เปึนวันพุธของสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ส่งไปทางวุฒิสภา วุฒิสภาก็ได้มีการพิจารณาแล้วลงมติในวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ โดยลงมติด้วยคะแนนเสียง ๗๐ คะแนน เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ๕๓ คะแนน งดออกเสียง ๑๖ คะแนน และไม่ลงคะแนน ๒ คะแนน เปึนประเด็นข้อกฎหมายว่าในกรณีนี้เราจะใช้ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๐ (๒) มาใช้บังคับ หรือจะใช้มาตรา ๓๐๒ วรรคห้า มาใช้บังคับ มันก็เกิดข้อถกเถียงกันตรงนี้ ท่านประธานครับ ท่านประธานอย่าทําหนังสือถึง ส.ว. เลย เขาจะตบหน้าท่านประธาน และตบหน้าบรรดาพรรคพวกของเราในฐานะที่เปึนสถาบันนิติบัญญัติ ในฐานะที่เปึนสภาผู้แทนราษฎร เมื่อมีความเห็นตรงกันและศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่า กรณีดังกล่าวนั้นจะต้องเคร่งครัดตามมาตรา ๑๔๐ (๒) ในกรณีที่ลงมตินี้ถือว่าวุฒิสภายับยั้ง ถ้าถามต่อไปว่าทําไมคุณไม่เอามาตรา ๓๐๒ มาใช้บังคับในวรรคห้า มันใช้บังคับไม่ได้ครับ มันพ้นบทเฉพาะกาลไปแล้ว เมื่อมีการพิจารณากฎหมายฉบับหนึ่ง เมื่อมีการใช้ในมาตรา ๓๐๒ วรรคห้า คือ มากกว่ากึ่งหนึ่ง มันผ่านพ้นไปแล้ว บทเฉพาะกาลมันมีอันพับไปไม่ใช้บังคับ นี่เปึนการพิจารณาในฉบับที่ ๒ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๓๐๒ วรรคห้า นั้นทิ้งไปเลย ท่านประธานครับ เรามาเคร่งครัดว่าในกรณีที่จะออกเสียงลงคะแนน ในกรณีพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญจะต้องใช้บังคับโดยมาตรา ๑๔๐ (๒) เท่านั้น จะต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจํานวนสมาชิกทั้งหมด ต้องเท่าที่มีอยู่ หมายความว่าถ้าในกรณีที่ ส.ว. ท่านมี ๑๕๐ ท่าน จะต้องไม่น้อยกว่า ๗๕ ท่าน อย่างนี้เปึนต้นนะครับ ถึงจะชอบมันก็ต้องมาตีความต่อไปว่า เมื่อ ส.ว. เขามีมติกันอย่างนั้น มีผลตามรัฐธรรมนูญอย่างไร มีความเห็นของตัวผม โดยส่วนตัวนะครับท่านประธาน ถือว่าสมาชิกวุฒิสภาให้การยับยั้ง ท่านประธานก็ต้อง ทําตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ วรรคสอง การหยิบยกขึ้นมาทันที ท่านประธานในกรณี อย่างนี้ที่ว่า พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ ที่ผมเปึนคนหยิบยกขึ้นมาเองให้ความร่วมมือกับซีกรัฐบาล ด้วยซ้ําไป ซึ่งผมก็ได้รับการตําหนิจากหลายคนเลยว่าทําทําไม ผมบอกว่าอยากจะให้ การทํางานตรงนี้มันลุล่วงขึ้นไปด้วยดี ผมก็จะลองให้ความเห็นว่าให้ความร่วมมือ กับท่านประธานและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าเราใช้ข้อกฎหมายของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ วรรคสอง ดีกว่า ท่านเสนอเข้ามาใหม่เปึนร่างเดิม ท่านประธานสั่งบรรจุ แล้วเราก็พิจารณา แต่ในการพิจารณาตามมาตรา ๑๔๘ วรรคสอง มันก็มีข้อจํากัดนะครับ ไม่มีการอภิปราย จะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น ส่วนจะหนักเบาอย่างไร มีข้อวิจารณ์ต่อไปว่าเปึนการให้อํานาจของ สตง. มากเกินไป เปึนการให้อํานาจการล้นฟัา ล้นแผ่นดิน อาจจะมีเสียงสะท้อนจาก ขอประทานโทษนะครับ เปึนเสียงแว่ว ๆ จาก เพื่อนสมาชิกซีกรัฐบาลว่า ในการที่จะติดดาบในทํานองนี้ ครอบจักรวาลอย่างนี้มันไม่ถูกต้อง แล้วเราก็ต้องหาทางว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้จะตกไปได้อย่างไร นั่นต่างหากครับท่านประธาน ถ้าตกไปแล้วเสนอมาใหม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง ในกรณีที่พิจารณาตามมาตรา ๑๔๘ วรรคสอง เราอาจจะมีมติไม่เห็นชอบ ทําให้ร่างตรงนี้ตกไปแล้วไม่มีร่าง แล้วเราก็เสนอร่างเข้ามาใหม่ ในกรอบอํานาจที่มันควรจะเปึนไป ผมจึงอยากกราบเรียนว่าท่านประธานอย่าสับสน ถ้าไม่สับสน ถ้านิ่ง ๆ แล้ว เราจะทําหน้าที่นิติบัญญัติได้อย่างสง่างามครับ