ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องข้อบังคับข้อ ๒๕ เพื่อใช้พิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และเรียกร้องให้วุฒิสภาใช้มาตรา ๓๐๒ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย สตง. นอกจากนี้เขายังหารือเรื่องการคุ้มครองผู้เสนอกฎหมาย โดยกล่าวถึงการเสนอกฎหมายฉบับแรกที่ตกไป และการเสนอกฎหมายฉบับนี้ที่ยังอยู่ในขั้นตอนการตรากฎหมาย และเรียกร้องให้วุฒิสภาลงคะแนนใหม่เพื่อให้การลงคะแนนสมบูรณ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ประเด็นที่ท่านประธานได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบ กับประเด็นข้อหารือของท่านประธานที่จะขอความเห็นกับสภาแห่งนี้ที่จะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๒๕ เพื่อจะหยิบยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ คตง. ขึ้นมาพิจารณา ผมขออนุญาตท่านประธาน ๒ ประเด็น
ประเด็นแรก ประเด็นกรณีท่านประธานแจ้งทราบนั้นเปึนเรื่องของผลการที่ ท่านประธานได้รับแจ้งมาจากศาลรัฐธรรมนูญว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคําฟัองหรือไม่รับคําร้องของ ผู้ว่าการ สตง. ที่ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีที่วุฒิสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย สตง. ว่าคําร้องที่ร้องไปก็คือว่าวุฒิสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยอาศัยรัฐธรรมนูญมาตราเดียวคือมาตรา ๑๔๐ เท่านั้น โดยข้อเท็จจริงผู้ร้องต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าอํานาจหน้าที่ในการตรากฎหมาย เปึนการขัดกันตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๔ หรือไม่ ผลการพิจารณาของ ศาลรัฐธรรมนูญ คือศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคําร้อง นี่คือข้อสรุป คือไม่รับคําร้องเนื่องจากว่า สตง. เองไม่มีอํานาจหน้าที่ในการตรากฎหมาย ข้อสรุปของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็บอกว่าไม่ใช่อํานาจหน้าที่ที่ขัดกัน เพราะว่าอํานาจหน้าที่ในการตรากฎหมายเปึนของ รัฐสภา สตง. ไม่มีอํานาจหน้าที่ในการตรากฎหมาย แต่เปึนผู้เสนอกฎหมาย เพราะฉะนั้น อํานาจหน้าที่เลยไม่ขัดกัน จึงไม่เข้าสู่การวินิจฉัยที่จะรับคําร้องที่จะวินิจฉัยได้ แต่ประเด็น มันอยู่ตรงนี้ท่านประธานครับ ประเด็นที่ สตง. ร้องไปถึงแม้ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัย แต่ข้อสังเกตที่ผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อประกอบการพิจารณาในข้อหารือ ของท่านประธานที่จะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๒๕ ผู้ร่างคือประธาน คตง. มีอํานาจตามรัฐธรรมนูญ เสนอกฎหมาย เสนอกฎหมายมาแล้วผู้ร่างเองก็ยังเข้าใจเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญว่า กฎหมายของเขาจะได้รับการคุ้มครองด้วยรัฐธรรมนูญ ๒ มาตรา คือเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๐ ในการที่จะออกเสียงให้ความเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญที่เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๐ (๒) ท่านประธานครับ ที่จะต้องใช้เสียง ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา นั่นคือตามมาตรา ๑๔๐ แล้วผู้ร้องเองก็ยังมีเจตนาว่าเขาเองจะขอใช้เจตนารมณ์ของ บทเฉพาะกาล มาตรา ๓๐๒ เพื่อคุ้มครองกฎหมายของเขาในกรณีที่สภาจะไม่เห็นด้วย หรือจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมตามวรรคห้า วรรคห้าของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๒ ท่านประธานครับ บอกว่า การที่สภาใดสภาหนึ่งจะแก้ไขเพิ่มเติม หรือไม่ให้ความเห็นชอบร่างกฎหมาย ที่เปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ๔ ฉบับ จริง ๆ มี ๕ ฉบับ ๔ ฉบับนั้นก็คือเรื่องของ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณา คดีอาญาของนักการเมือง ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. แล้วก็ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินคือฉบับนี้ ๔ ฉบับนี้ เจตนารมณ์บทเฉพาะกาล จะคุ้มครองเขา แล้วมีอีกฉบับครับ ออกเสียงประชามติที่อนุโลมให้ใช้ได้ตามมาตรา ๓๐๒ วรรคห้า คือถ้าจะไม่ให้ความเห็นชอบหรือจะแก้ไขกฎหมายของเขาในการเสนอเข้ามา ปรับปรุงแก้ไขตามวรรคสอง วรรคหนึ่งเปึนตัวกฎหมาย ๔ ฉบับ วรรคสอง ให้ประธาน ขององค์กรอิสระนั้นทําการปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพราะว่ากฎหมายเดิมเปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐แต่เขา อนุโลมให้ใช้ไปก่อน ขณะที่ใช้ก็บอกให้ประธานช่วยไปปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพราะว่ามีเนื้อหาสาระที่เปลี่ยนไปมากให้เสร็จภายใน ๑ ป้ แล้วก็มีบทบัญญัติที่บังคับให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน บทบัญญัติให้วุฒิสภา ๙๐ วันต่าง ๆ เขียนไว้ในมาตรา ๓๐๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ เนื่องจากว่ามันมีข้อถกเถียงเชิงเจตนารมณ์ ของกฎหมายฉบับนี้ว่า สภาเราจะใช้แนวทางในการพิจารณาอย่างไร อย่างไรความหมาย ก็คือว่าถ้าพิจารณาว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะต้องใช้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ๒ มาตรา ในการพิจารณาอยู่ ก็มีแนวทางการพิจารณาอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าสภาแห่งนี้หรือวุฒิสภา พิจารณาว่าใช้รัฐธรรมนูญเฉพาะมาตราเดียวคือมาตรา ๑๔๐ ก็เปึนอีกรูปแบบหนึ่ง มันมีผลที่แตกต่างกัน ท่านประธานครับผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า วุฒิสภาเองไม่ใช้มาตรา ๓๐๒ วุฒิสภาใช้มาตรา ๑๔๐ ผลการลงคะแนนของวุฒิสภา เนื่องจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านการพิจารณาของวุฒิสภาโดยไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นต้องใช้มาตรา ๑๔๐ (๒) ให้เปึนไปตามมาตรา ๑๔๗ (๒) นั่นเองคือจะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๒) ท่านประธานครับ ถ้าไม่มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงก็ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ วุฒิสภาลงคะแนน ท่านประธานครับ คะแนนผมกราบเรียนสภาแห่งนี้คือ เห็นชอบ ๗๐ คะแนน ไม่เห็นชอบ ๕๓ คะแนน งดออกเสียง ๑๖ คะแนน องค์ประชุมครบครับ เกินกึ่ง แต่ว่าถ้าเปึนไปตามมาตรา ๑๔๐ คะแนนเสียงที่เห็นชอบต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกของวุฒิสภาที่มีอยู่ ๗๐ คะแนน ไม่ถึงครับ ก็ไม่เกินกึ่ง เพราะฉะนั้นถ้าใช้มาตรา ๑๔๐ มาตราเดียว กฎหมายฉบับนี้แปลความชัดเจนถูกยับยั้งด้วยสมาชิกวุฒิสภา ถือว่าเปึนการยับยั้ง แต่ถ้าท่านประธานครับ อีกมุมหนึ่งถ้าใช้มาตรา ๓๐๒ ประกอบกฎหมายฉบับนี้ถามว่า ถูกยับยั้งด้วยสมาชิกวุฒิสภาหรือไม่หรือวุฒิสภาหรือไม่ คําตอบคือยังครับท่านประธาน เนื่องจากว่ามาตรา ๓๐๒ บอกว่าการที่จะให้กฎหมายฉบับนี้จะให้ความเห็นชอบ หรืออนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงต้องได้เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิก ที่มีอยู่ทั้งหมดของสมาชิกทั้งหมดของแต่ละสภาด้วย นั่นคือถ้าเปึนสมาชิกวุฒิสภา ก็ ๗๕ คะแนน ถ้าเปึนสภาผู้แทนราษฎรของเรา ๒๔๐ คะแนน เอาจํานวนทั้งหมด ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญไม่ใช่เท่าที่มีอยู่ท่านประธานครับ มันก็เลยแปลความว่า กฎหมายฉบับนี้ถ้าใช้มาตรา ๓๐๒ มันก็ยังไม่ตกไป ไม่ถูกยับยั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นมาตรา ๓๐๒ ดูตามเจตนารมณ์ท่านประธานครับ
อันที่ ๑ เขาเขียนเพื่อจะคุ้มครองผู้เสนอกฎหมาย ผู้เสนอกฎหมายนะครับ หมายถึง การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ๔ ฉบับ ในฐานะ ที่เขาเปึนองค์กรอิสระ เดิมเขาไม่ใช่องค์กรอิสระที่เสนอกฎหมายเองได้ เมื่อเขาสามารถ เสนอกฎหมายเองได้บทบัญญัติมาตรานี้เลยคุ้มครองเขาว่าการที่จะตีของเขาตกไปนั้น จะต้องใช้เสียงข้างมากของสภา อย่างน้อยต้องกึ่งหนึ่งถึงจะตกถึงจะยับยั้ง ถ้าเปึน สภาผู้แทนราษฎรตกครับ ถ้าเปึนวุฒิสภาถือว่ายับยั้ง ถ้าจะยับยั้งกฎหมายเขาวุฒิสภาต้อง ๗๕ คะแนน อันนั้นคือ เจตนารมณ์ของการคุ้มครององค์กรอิสระผู้ร่างใน ๔ ฉบับที่ประกอบรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ทีนี้ความเห็นผม ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ เพื่อประกอบกับข้อหารือของท่านประธานในการที่จะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๒๕ ความเห็นผม ดูตามเจตนารมณ์แล้ว การเสนอกฎหมายฉบับนี้มันมีที่มาที่ไป ฉบับแรกเสนอมา สมัย สนช. ผ่านกระบวนการของสภาทั้งหมดเลยคือสภา สนช. ขึ้นไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญในการตรากฎหมายเนื่องจาก องค์ประชุมไม่ครบ เปึนเหตุให้กฎหมาย สตง. ฉบับแรกตกครับ ยังไม่ประกาศบังคับใช้ เปึนกฎหมายอยู่ในขั้นตอนของการยกร่าง ตกไปอีก คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๑ กฎหมายก็ดี สภาเราจะเห็นชอบอย่างไรครับ แต่รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ให้อํานาจศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสามารถจะตกหรือไม่ตกได้ ไม่ใช่จะตกเพราะเรานะครับ ถึงแม้เสียงข้างมากผ่าน แต่ศาลรัฐธรรมนูญไปพบไปเจอว่าการตรากฎหมายไม่เปึนไป ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ถ้าเปึนสาระสําคัญตกทั้งร่าง ถ้าเฉพาะถ้อยคําก็ตกเฉพาะ ถ้อยคําที่ไม่เกี่ยวกับสาระสําคัญ ความเห็นผม ท่านประธานที่เคารพครับ การที่จะแปลความว่า ร่างกฎหมายที่เสนอมาใหม่ เมื่อตกแล้วทาง สตง. เขาเสนอมาใหม่ ใช้ร่างเดิมนั่นละครับ เนื้อหาสาระเหมือนเดิมทุกอย่างเพื่อเปึนการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ป้ ๒๕๔๒ ให้เปึนไป และสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตราที่เกี่ยวกับ สตง. และสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ โดยเจตนารมณ์ผมเองกราบเรียนท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้ ยังต้องใช้มาตรา ๓๐๒ อยู่เพราะอะไรครับ เพราะว่าเปึนกฎหมายที่ยังเสนออยู่ในขั้นตอน การเสนอกฎหมายถึงแม้จะเหลื่อมเวลาเกิน ๑ ป้ก็แล้วแต่ แต่นั่นคือเปึนการเร่งรัด ไม่มีสภาพบังคับที่เปึนโทษหลายฉบับที่อยู่ในสภาแห่งนี้ กฎหมายท้องถิ่นต้องรอตรา ประมวลกฎหมายท้องถิ่นให้แล้วเสร็จภายใน ๒ ป้ ขณะนี้ค้างเติ่งอยู่ครับยังไม่ทําเลย จะครบ ๒ ป้อยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ความเห็นผมดูเจตนารมณ์ ดูกระบวนการ ขั้นตอน ถ้ากฎหมายฉบับแรกผ่าน เสนอมาใหม่นี่ผมยอมรับใช้มาตรา ๓๐๒ ไม่ได้ ต้องใช้มาตรา ๑๔๐ อย่างเดียว ถ้าจะแก้ไขกรณีฉบับแรกเปึนกฎหมายไปแล้วนะครับ แต่ฉบับแรกยังไม่เปึนกฎหมายครับ อยู่ในขั้นตอนของการตรากฎหมายอยู่ เสนอเข้ามาใหม่ ในขั้นตอนการตรากฎหมายก็ยังถือว่าเปึนการตรากฎหมาย เปึนการปรับปรุงแก้ไข ในวรรคหนึ่ง สอดคล้องกับมาตรา ๓๐๒ อยู่ เพราะฉะนั้นความเห็นผม กฎหมายฉบับนี้ ค้างอยู่ครับ ทีนี้ค้างอยู่ที่ไหนท่านประธานครับ ไม่ใช่ค้างอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร ต้องค้างอยู่ที่วุฒิสภาครับ การลงคะแนนครั้งนั้นของวุฒิสภาจะไปเห็นชอบก็ไม่ใช่ จะให้ตกก็ไม่ใช่ เหมือนวิธีพิจารณาคดีอาญาของนักการเมืองที่ค้างอยู่ที่เราครับ ที่ท่านประธานบรรจุในระเบียบวาระอื่น ๆ ที่จะขอหารือว่าจะนําเข้ามาพิจารณาใหม่ คล้าย ๆ กันครับกฎหมายฉบับนั้นก็คุ้มครองด้วย มาตรา ๓๐๒ อยู่ ท่านประธานครับ ท่านประธานแอบยิ้มเล็ก ๆ ว่าผมบอกค้างอยู่ที่วุฒิสภา ท่านอาจจะบอกว่ามันจะเปึนไปได้หรือ ความเห็นผมครับ การลงคะแนนของวุฒิสภาถือว่ายังไม่สมบูรณ์ ทําไมไม่สมบูรณ์ครับ ไปซ้ายก็ไม่ได้ ซ้ายคือยับยั้ง ไปขวาก็ไม่ได้คือเห็นชอบ ทั้งไม่เห็นชอบ ทั้งไม่ยับยั้ง มาตรา ๗๕ ไม่ถึงทั้ง ๒ ฝ์ายมาตรา ๗๐ กับมาตรา ๕๓ ฉะนั้นความเห็นผมท่านประธานครับ กฎหมาย ฉบับนี้ต้องค้างอยู่ที่วุฒิสภา ทางออก ถ้าเปึนผมนะครับ วุฒิสภาต้องไปลงคะแนนใหม่ ต้องบรรจุให้เข้าพิจารณาเพื่อลงคะแนนใหม่ให้สมบูรณ์