นิรมิต จี้ลดงบ 5% เน้นการศึกษาฟรี 15 ปี แก้ปัญหาขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๓

นิรมิต สุจารี เสนอแปรญัตติเพื่อปรับลดงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ 5% โดยชี้ว่าการศึกษาเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างกระบวนการคิดและกล่อมเกลาจิตใจให้รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และระบอบประชาธิปไตย พร้อมหารือเรื่องความเท่าเทียมในการจัดการศึกษาฟรี 15 ปี โดยเน้นปัญหาขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานในพื้นที่ห่างไกลภาคอีสาน และเรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อให้เด็กทุกกลุ่มมีโอกาสได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน

นายนิรมิต สุจารี ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๓ พรรคเพื่อไทย มาตรา ๒๒ กระทรวงศึกษาธิการ งบประมาณที่ตั้งไว้ ๓๘๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท กระผมขอแปรญัตติ ปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลดังที่จะกราบเรียนต่อท่านประธาน กระทรวงศึกษาธิการ เปึนกระทรวงใหญ่มีความสําคัญต่อพี่น้องประชาชนกันทั่วประเทศ เพราะว่าคนเรา ตั้งแต่เกิดมาจะต้องเข้ารับการศึกษา ไม่ว่าจะเปึนอาชีพทหาร ตํารวจ จะต้องผ่าน กระทรวงศึกษาธิการมาทั้งนั้น เพราะฉะนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงเปึนกระทรวงหลัก ที่จะสร้างกระบวนการทําให้คนคิดเปึน ทําเปึน และแก้ปัญหาเปึน และสิ่งสําคัญที่สุดก็คือ จะต้องสร้างกระบวนการกล่อมเกลาจิตใจ ให้บุคคลในชาติได้มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และที่สําคัญที่สุดนะครับก็คือ รักในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผม ตั้งข้อสังเกตกับกระทรวงศึกษาธิการที่จะกราบเรียนดังต่อไปนี้นะครับ

เรื่องที่ ๑ ก็คือสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสนับสนุน การจัดการศึกษา ๑๕ ป้ สิ่งที่ผมได้ตั้งข้อสังเกต ผมอยากจะเห็นความเท่าเทียม ความเสมอภาค ความมีมาตรฐานของการจัดการศึกษาฟรี ๑๕ ป้ ไม่ว่าจะเปึนห้องเรียน อาคารเรียน ไม่ว่า จะเปึนหนังสือเรียน เครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน แม้กระทั่งค่าใช้จ่ายในการจัด กิจกรรมพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน ท่านประธาน ผมอยากจะเรียนถามท่านกรรมาธิการว่า ท่านเคยสอบถามท่านผู้อํานวยการสํานักงานเขตการศึกษาต่าง ๆ ไหมครับว่ามีโรงเรียนที่ เป่ดทําการเรียนการสอนในขณะที่ฝนตกอยู่ไม่มีอาคารเรียน มาตรฐานของอาคารเรียน อยู่ที่ไหน เด็กนักเรียนอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาโดยเฉพาะภาคอีสาน จังหวัดร้อยเอ็ดก็ได้ โรงเรียนบ้านโนนตาเขงไม่มีโรงเรียนที่จะเรียน นักเรียนนั่งอยู่ใต้ร่มไม้เรียน ฝนตกมา ก็ไม่มีที่เรียน นี่คือสภาพที่เกิดขึ้น ความเสมอภาคและความเท่าเทียมของอาคารเรียน เปึนเครื่องบ่งชี้ที่จะบอกให้ผู้เรียนกับผู้สอนจะมีโอกาสได้เท่าเทียมกันทางจัดการการศึกษา เมื่อการจัดงบประมาณลงไปไม่เท่าเทียม ความคาดหวังที่จะให้เด็กได้รับการศึกษา เท่าเทียมกันและเสมอภาคเท่าเทียมกันนั้นคงเกิดขึ้นได้ยาก ผมอยากจะกราบเรียน อีกอันหนึ่งนะครับว่าหนังสือเรียนเมื่อก่อนหลายคนเขาบอกว่าผู้ปกครองลงทุนซื้อเอง และกลับไปบ้านได้อ่านด้วย แต่ทุกวันนี้หนังสือจะเอากลับไปบ้านไม่ค่อยได้เอากลับไปเลย ไม่ทราบว่าปัญหามันเกิดขึ้นเพราะอะไร เด็กก็เลยไม่ได้มีโอกาสได้เรียนหนังสือเท่าที่ควร จากเหตุผลดังที่ได้กราบเรียนมานี้บางโรงเรียนนอกจากอาคารไม่มีแล้ว ห้องน้ํา ห้องส้วม ก็ยังไม่มีอีก น้ําดื่ม น้ําสะอาด เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้มีเกียรติได้อภิปรายบอกว่ากระทรวงศึกษาธิการ กําลังจะชี้นําไปที่น้ําดื่ม น้ําสะอาด จัดสนามกีฬาอะไรพวกนี้ อย่าไปพูดถึงเลยครับ แม้แต่ อาคารที่จะหลบฝนยังไม่มี เพราะฉะนั้นผมไม่คาดหวังว่าการจัดการศึกษาฟรี ๑๕ ป้จะให้ เด็กในเมืองกับเด็กบ้านนอกมีคุณภาพเท่าเทียมกัน คงจะไม่เกิดขึ้นในยุคนี้แน่นอน

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ผมได้เห็น ความทุกข์ยากของเด็กนักเรียนที่กําลังจะสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัย สมมุติว่ามีนักเรียน คนหนึ่งสนใจอยากจะเข้าเรียนคณะเภสัชศาสตร์ ซึ่งมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้เป่ดรับตรง เด็กนักเรียนต้องวิ่งไปสมัครสอบ ผู้ปกครองก็ต้องจ่ายค่าเดินทาง ค่าอยู่ ค่ากิน เพิ่มเติมขึ้นมาอีก ผมถามว่าผู้บริหารได้เคยตรวจสอบไหมครับว่าความเดือดร้อน ตรงนี้มันเกิดขึ้นกับผู้ปกครอง ท่านบอกว่าจะจัดการศึกษาฟรีแต่ค่าใช้จ่ายตรงนี้เขาเดินทาง จากต่างจังหวัดเข้ามาในกรุงเทพฯ ต้องมาเช่าที่อยู่ ที่พัก ต้องไปสอบไปมหาวิทยาลัยอีก บางคนไม่รู้จักแม้กระทั่งมหาวิทยาลัยต้องเหมาแท็กซี่ ต้องเดินทาง ต้องเพิ่มค่าใช้จ่าย ไปอีก ผลที่เสียที่ตามมาเด็กหลายคนวิ่งรอบ แล้วที่สําคัญที่สุดก็คือว่าเมื่อสอบได้แล้ว ไปกันที่ของเด็กบางคนที่เขาอยากจะได้มีโอกาสเข้าเรียน แต่ก็โดนเด็กที่เก่ง ๆ ไปกันที่ไว้ ก็ทําให้เสียสิทธิไป อยากจะให้ทางกรรมาธิการได้ทบทวนว่าการดําเนินการอย่างนี้สอดคล้อง กับการจัดการศึกษาฟรีโดยตรงหรือไม่

เรื่องที่ ๓ ผมได้เห็นข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น แล้วก็เกิดขึ้นกับลูกชาวไร่ ชาวนา ที่ยืมเงินกองทุนการศึกษาเข้ามาเรียน ปรากฏว่าหลักสูตรที่เขาเป่ดยังไม่ได้รับรอง เดินขบวนกัน

-๑๕๑/๑ ผมเห็นบางคนเดี๋ยวนี้ถือโอกาสที่เขากําลังสนใจสาขาวิชาพยาบาลไปเป่ดหลักสูตร โดยที่ยังไม่ได้รับรอง แล้วก็ปรากฏว่ามีการร้องเรียนกัน ปัญหาอย่างนี้จะเกิดขึ้นอีกไหมครับ ทางคณะกรรมาธิการได้ตรวจสอบไหมครับ ได้สอบถามไหมครับว่าเงินงบประมาณ ที่บริหารจัดการเรื่องการจัดการศึกษาทําได้อย่างนี้ใช่ไหมครับ

แล้วอีกอันหนึ่งก็คือบรรยากาศทางการเรียนการสอน หลายคนบอกว่า เสรีภาพทางวิชาการได้ขาดหายไป นักศึกษาที่เรียนทางด้านสังคมศาสตร์ ไม่ว่ารัฐศาสตร์ หรือนิติศาสตร์ อึดอัด ไม่กล้าแสดงความคิดความอ่านทางวิชาการได้เท่าที่ควร แม้กระทั่ง นักวิชาการหรืออาจารย์ผู้สอนก็ยังมีปัญหา

และท้ายที่สุดครับ ผมอยากจะเห็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ส่งเสริมงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม ไม่ใช่ว่ารับใช้อํานาจนอกระบบ ต้องส่งเสริม ให้คนรักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา ไม่ใช่ว่ามีความเลื่อมใส ในการใช้อํานาจนอกระบบคือระบบเผด็จการ คือขึ้นสู่อํานาจโดยไม่ได้รับความยินยอม จากประชาชน อันนี้จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง และท้ายที่สุดผมจึงไม่เห็นด้วยขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ เปึนภาพรวมทั้งหมดครับ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ