สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๓

สุนทร ชัยวิรัตนะ ขอปรับลดงบประมาณในมาตรา 22 ให้เหลือ 20,000 ล้านบาท เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่สำคัญและต้องดูแลอนาคตของประเทศ นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดซื้อครุภัณฑ์สำหรับวิทยาลัยอาชีวศึกษา และเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขอธิบายเรื่องการย้ายงบประมาณของอาคารหอประชุม และบริษัทที่รับเหมาในการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ส่งมอบให้โรงเรียนและเด็กนักเรียน

นางสาวสุนทร ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๒๒ ดิฉันได้สงวนความคิดเห็นโดยขอปรับลดเอาไว้ที่ ๕ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนะคะ เหตุที่ดิฉันต้องขอปรับลดในขณะที่จริง ๆ ดิฉันต้องบอกว่า กระทรวงศึกษาธิการเปึนกระทรวงที่ต้องเรียกว่าดูแลอนาคตของประเทศชาติ แต่ก็จําเปึน ด้วยความรู้สึกว่าถ้าไม่ตัดก็คงจะไม่ได้พูดถึงสาเหตุที่ยังมีปัญหาอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ

ประเด็นแรก สาเหตุแรกที่ดิฉันจําเปึนจะต้องปรับลดก็จะพูดในเรื่องของ กรมอาชีวศึกษา หรือที่เราเรียกว่า สํานักงานการอาชีวศึกษา ท่านประธานคะ ต้องเรียนถาม ท่านกรรมาธิการว่าได้มีการสอบถามไหมว่าครุภัณฑ์ของอาชีวศึกษาป้งบประมาณที่ผ่านมา โดยเฉพาะงบไทยเข้มแข็งได้งบประมาณไปประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีการจัดครุภัณฑ์ ให้กับวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศประมาณ ๑๘๘ ชุดครุภัณฑ์ แล้วก็มีสเปก มีข่าวลือ เรื่องเกี่ยวกับการทําสเปกของครุภัณฑ์ทั้ง ๑๘๘ ชุดค่อนข้างมากมายเปึนข่าวปรากฏ ในหน้าหนังสือพิมพ์ค่อนข้างมากมาย เมื่อมีเลขาธิการคนที่หนึ่งก็คือเลขาธิการเฉลียว ได้มีการทําสเปกเรียบร้อยแล้ว ๑๘๘ ชุด แต่เมื่อมีการเปลี่ยนมาเปึนเลขาธิการพรหมสวัสดิ์ ด้วยความที่ว่ามีปัญหา แล้วก็ข่าวลือในแง่ที่ไม่ดีเกี่ยวกับสเปกที่จัดทําโดยเลขาธิการเฉลียว จึงได้มีการตั้งกรรมการโดยที่เปึนครู แล้วก็กรรมการที่เปึนส่วนเก่าจากชุดท่านเลขาธิการ เฉลียว แล้วก็ชุดที่เปึนอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถมารวมกันเปึนกรรมการจัดทํา สเปกของชุดท่านเลขาธิการพรหมสวัสดิ์ ต้องถามค่ะท่านประธานว่าท่านกรรมาธิการ ได้ถามไหมว่ามีส่วนต่างห่างกันเท่าไรระหว่างสเปกที่ทําโดยเลขาธิการเฉลียว แล้วก็สเปก ที่ทําโดยเลขาธิการพรหมสวัสดิ์ เพราะดิฉันเองจากการที่ได้เชิญเลขาธิการคณะกรรมการ การอาชีวศึกษาก็คือท่านพรหมสวัสดิ์ในขณะนั้นมาสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสเปก ของอาชีวศึกษา ปรากฏว่าท่านพรหมสวัสดิ์มาบอกว่าสเปกที่ท่านทําได้ของเยอะขึ้น คําว่าของเยอะขึ้น ดิฉันยกตัวอย่างนะคะ สมมุติว่าซื้อเครื่องครัว เลขาธิการเฉลียวได้ช้อน ๘ คัน เลขาธิการ พรหมสวัสดิ์จะได้ช้อน ๑๕ คัน แล้วก็ช้อนนี้อาจจะต้องมีการอบรมดูแลด้วยว่าทําอย่างไร จะให้ใช้ได้นาน ๆ ใช้อย่างไรถึงจะถูกวิธี ต้องเรียนถามว่ากรรมาธิการได้สอบถามไหมว่า แล้วเมื่อมีการจัดซื้อจัดจ้างแล้วตอนนี้งบที่เหลืออยู่ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทใช้สเปกของ เลขาธิการคนไหนที่ทํา เพราะว่าเท่าที่ทราบส่วนต่างเอาว่าตีเปึนมูลค่านะคะท่านประธาน เขาบอกว่าห่างกันบางชุดถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นดิฉันถามในคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ถามว่าท่านเลขาธิการสรุปแล้วสเปกท่านเฉลียวกับสเปกที่ท่านทํา ถ้าเอามูลค่าที่ท่าน ได้ของมากขึ้น มีการอบรมให้มากขึ้น ถ้าตีเปึนมูลค่าเงินมีมูลค่าห่างกันถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หรือเปล่า ปรากฏว่าท่านเลขาธิการพรหมสวัสดิ์ตอบดิฉันกับกรรมาธิการในห้องประชุม คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ว่าบางชุดถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ละคะท่านประธาน ในเมื่อครุภัณฑ์ มีปัญหาของงบไทยเข้มแข็ง ปรากฏว่างบประมาณป้ ๒๕๕๔ ก็ยังมีการจัดซื้อครุภัณฑ์ ของอาชีวศึกษาอยู่อีกเปึนมูลค่าประมาณหลายพันล้านบาทเหมือนกัน เท่าที่ดิฉัน ตรวจสอบได้จากหนังสืองบประมาณเล่มขาวคาดแดงนะคะ ท่านประธานต้องเรียนว่า ดิฉันก็เกิดความสงสัย ดิฉันอยู่คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ดิฉันก็เลยรู้สึกว่ามันมีความรู้สึก ไม่สบายใจในการจัดทําครุภัณฑ์ให้กับวิทยาลัย ดิฉันก็โชคดีมากลองสุ่มเข้าไปดู เป่ดไปดู ปรากฏว่าท่านทราบไหมว่าดิฉันลองสอบถามเอาง่าย ๆ ถามไปที่วิทยาลัยในจังหวัดของดิฉันเอง ดิฉันถามว่าป้ที่ผ่านมางบไทยเข้มแข็งท่านได้ครุภัณฑ์ชุดอะไร เขาก็บอกมาว่าเปึนชุดสิ่งทอ ดิฉันพูดอย่างนี้เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีคงจะไปทราบว่าเปึนวิทยาลัยอะไร แต่อย่าไปว่าเขานะคะ เพราะว่าเขาไม่ทราบหรอกดิฉันถามทําไม ดิฉันก็ตกใจ ดิฉันเลยมาดูข้อมูลที่ได้จาก กรรมาธิการ ป.ป.ช. ปรากฏว่างบไทยเข้มแข็งวิทยาลัยแห่งนี้ได้รับงบครุภัณฑ์ชุดสิ่งทอ เขามีนักศึกษาประมาณ ๘๐๐ กว่าคน ท่านประธาน ดิฉันดูว่า ๘๐๐ กว่าคนชุดครุภัณฑ์สิ่งทอ ๒๐ ล้านบาท ของงบไทยเข้มแข็ง เด็ก ๘๐๐ คนได้ ๒๐ ล้านบาท น่าจะดูดี แต่เปล่าเลยค่ะ ดิฉันก็ลงไปดูลึกกว่านั้นอีกว่าวิทยาลัยท่านมีเด็กนักเรียนที่จะใช้ครุภัณฑ์ชุดนี้ได้กี่คน ท่านประธานคะ น่าตกใจมากเด็ก ๘๐๐ กว่าคนจะมีคนที่สามารถใช้ครุภัณฑ์เครื่อง ที่ท่านจัดให้ตามงบไทยเข้มแข็งได้เพียง ๙ คน ๙ คนได้ ๒๐ ล้านบาท แต่คนอีกประมาณ ๘๐๐ คนไม่ได้รับครุภัณฑ์ที่จะไปส่งเสริมการเรียนการสอน ดิฉันก็ตกใจไม่พอ มาดูงบ ป้ ๒๕๕๔ ท่านประธานคะ ป้ ๒๕๕๔ ได้รับงบต่อยอดจากครุภัณฑ์ไทยเข้มแข็งมูลค่าเท่าไร ท่านทราบไหม มูลค่า ๑๘ ล้านบาท ดิฉันเองก็โอ้โฮอีก ๑๘ ล้านบาท ดิฉันก็เลยไปดูว่า มีเด็กนักเรียนจํานวนกี่คนที่จะได้ใช้ครุภัณฑ์ชุดนี้ ท่านประธาน ดิฉันตกใจอย่างมาก ปรากฏว่าครุภัณฑ์ที่จะได้ไม่มีเด็กนักเรียนที่เรียนเลยค่ะ แล้ววิทยาลัยนี้ไม่มีการเป่ด การเรียนการสอนในหลักสูตรนี้ด้วย แล้วจัดไปให้ใครค่ะท่านประธาน ท่านประธาน คณะกรรมาธิการได้สอบถามไหม มีวิทยาลัยที่เกิดเหตุอย่างนี้อีกกี่วิทยาลัย แล้วอย่างนี้ ดิฉันจําไม่ผิดเปึนนโยบายรัฐบาลบอกว่าอยากจะให้เด็กมาเรียนอาชีวศึกษาคือมาเรียน ทางสายอาชีพให้ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ให้เปึนสายสามัญ กลับกันกับปัจจุบัน ที่เด็กเรียนสายสามัญมากกว่าถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วอย่างนี้ท่านประธาน ดิฉันเปึน ผู้ปกครองดิฉันก็ต้องไม่แน่ใจแล้ว สาขาวิชาที่มีเด็กเยอะ ๆ ท่านกลับไม่ให้ครุภัณฑ์ไปส่งเสริม การเรียนการสอน ท่านจะบอกว่าจําได้ว่าท่านเคยมาตอบในสภาบอกว่าจะส่งเสริม แบบกลุ่มจังหวัด เพื่อจะได้ให้เปึนว่าจังหวัดนั้นกลุ่มจังหวัดนี้อยู่กลุ่มวิชาชีพอะไร แต่อย่างนี้ท่านประธาน เอาไปทําไมละคะ ๓๘ ล้านบาท คนเรียน ๙ คน เด็กจบป้การศึกษานี้ยังไม่มีเด็กขึ้นมาอีก สรุปแล้ว ๓๘ ล้านบาทนี้ไม่เกิดประโยชน์ค่ะ นี่จึงเปึนสาเหตุทําให้ดิฉันต้องปรับลด ของกรมอาชีวศึกษา แล้วที่สําคัญท่านประธานคะ ครูอาชีวศึกษา ดิฉันนี่อดีตเด็กอาชีวศึกษา เหมือนกัน เขาฝากถามมาว่า ๑ ป้ที่ผ่านมายังไม่หมดป้งบประมาณ เปลี่ยนเลขาธิการไปแล้ว ๓ คน อีก ๒ เดือนท่านจะเปลี่ยนอีกสักคนไหม อันนี้เพื่อน ๆ ที่อาชีวศึกษาเขาบอกให้ ดิฉันสอบถามมาแล้วให้ฝากถามท่านกรรมาธิการผ่านไปยังท่านที่เกี่ยวข้องด้วยนะคะ

เรื่องที่ ๒ ที่ดิฉันขอปรับลด ท่านประธานคะ ก็คงจะไม่พ้นของสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดิฉันเห็นใจท่านมาก ท่านต้องดูแลเด็กที่เปึนอนาคต ของประเทศเรา ดิฉันจึงปรับลดท่าน ๑๕ เปอร์เซ็นต์หรือประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมถึงต้องปรับลด ตามข่าวท่านประธาน ดิฉันไม่ทราบเหมือนกันว่าครู อาจารย์ของ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูประถมศึกษา ครูมัธยมศึกษามาถามดิฉัน ถามว่าท่าน ส.ส. งบอาคารหอประชุมที่ว่าจะได้มันหายไปได้อย่างไร ท่านจุรินทร์ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน มีหนังสือมาแจ้งวิทยาลัยแล้วว่าได้ ท่านทราบไหมคะ เมื่อท่านจุรินทร์ย้ายไปอยู่ที่ กระทรวงสาธารณสุข งบประมาณก่อสร้างอาคารหอประชุม ๑๘๕ แห่งมันตามไปกับ ท่านจุรินทร์หรืออย่างไรคะท่านประธาน อันนี้ครูเขาถามมา ดิฉันเปึน ส.ส. ดิฉันตอบไม่ได้ค่ะ ดิฉันก็บอกว่าแล้วเดี๋ยวดิฉันจะลองสอบถามผู้เกี่ยวข้องให้ วันนี้ก็เลยได้มีโอกาสถาม ท่านกรรมาธิการว่าได้สอบถามไหม งบมันย้ายตามท่านจุรินทร์หรืออย่างไร ดิฉันอายค่ะ อายเด็กนักเรียนด้วย เจอหน้าถามดิฉัน ส.ส. หอประชุมเมื่อไรมา ดิฉันก็ตอบไม่ได้เหมือนกันค่ะ ต้องถามท่านกรรมาธิการ ได้ถามประเด็นนี้ไหมคะ ท่านอายเด็กที่มาทวงท่านบ้างหรือเปล่า ดิฉันอายนะคะ

อีกประเด็นหนึ่งท่านประธาน นอกจากที่จะต้องปรับลดในเรื่องข้องใจ เรื่องเกี่ยวกับหอประชุม เมื่อกี้มีหลายท่านพูดในเรื่องเกี่ยวกับการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ ท่านประธานคะ โรงเรียนดีใจ เด็กนักเรียนดีใจได้คอมพิวเตอร์กันแล้ว จะได้มีอินเทอร์เน็ต มาใช้กันบ้าง ปรากฏว่าเมื่อได้บริษัทรับเหมา ปรากฏยังไม่ยอมส่งมอบ เด็กก็รอแล้วรอเล่า ดิฉันก็เลยลงไปดู ปรากฏว่ามีอยู่ ๓ บริษัทอย่างที่ท่านสุนัยพูด ดิฉันเลยไม่แน่ใจที่ยัง ไม่ได้รับคอมพิวเตอร์เกิดจากเพราะล็อกสเปกให้เปึน ๓ บริษัทได้แล้ว ๓ บริษัทนี้ ไม่มีความสามารถในการจะส่งมอบคอมพิวเตอร์ให้เด็กนักเรียนให้โรงเรียนหรือเปล่า

ต้องเรียนว่าอีกประเด็นหนึ่งท่านประธาน อันนี้ฝากสั้น ๆ ท่านอย่าเพิ่งตัด ดิฉันนะคะ หน่วยงานที่ ๓ ที่ดิฉันต้องปรับลดงบประมาณก็คือสํานักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษา ท่านประธานคะ ประเด็นนี้สําคัญเพราะอะไร ข่าวคราวออกกันมากมายค่ะ ท่านประธาน