นฤมล ธารดํารงค์ อภิปรายเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณกระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะสํานักงานประกันสังคมที่ได้รับงบประมาณมากที่สุด แต่ไม่เห็นผลการบริหารจัดการที่ดี เธอจึงหารือเรื่องการดูแลสิทธิประโยชน์และสวัสดิการของคนงานอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง โดยเฉพาะเรื่องค่าแรงขั้นต่ำที่ไม่เท่ากันในจังหวัดต่าง ๆ และเรียกร้องการจัดค่าแรงขั้นต่ำให้เท่ากันเพื่อป้องกันแรงงานอพยพจากชนบทเข้าเมืองและปัญหาต่าง ๆ ที่ตามมา นอกจากนี้ เธอยังหารือเรื่องความไม่เท่าเทียมในด้านการชดเชยผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ โดยเฉพาะกรณีที่บาดเจ็บสูญเสียอวัยวะหรือไม่สามารถทำงานได้ และเรียกร้องการปรับปรุงการชดเชยให้เป็นธรรม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันอภิปรายเกี่ยวกับมาตรา ๑๙ กระทรวงแรงงาน กระทรวงนี้ได้รับงบประมาณ จัดสรรทั้งสิ้นประมาณ ๒๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันขอเสนอตัดงบที่ ๕ เปอร์เซ็นต์ คิดเปึนเม็ดเงินแล้วก็ประมาณ ๑,๔๐๐ กว่าล้านบาท เปึนที่น่าสังเกตว่าหน่วยงานที่ได้รับ งบประมาณมากที่สุดของกระทรวงแรงงานกลับเปึนสํานักงานประกันสังคม ซึ่งได้เม็ดเงิน ไปถึง ๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดเปึนสัดส่วนแล้วประมาณ ๘๓ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ทั้งหมดของกระทรวงแรงงาน เมื่อมาดูหน้าที่หลัก ๆ เลยหรือภารกิจของกระทรวง กระทรวงนี้จริง ๆ แล้วต้องเปึนกระทรวงที่บริหารจัดการดูแลเรื่องกําลังแรงงานของประเทศ ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ แล้วก็เตรียมความพร้อมสําหรับการพัฒนาแรงงาน ของประเทศในอนาคต นั่นก็หมายถึงว่ากระทรวงนี้ต้องเน้นถึงขีดความสามารถของแรงงาน ในการแข่งขันของประเทศด้วยการพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้อยู่ในระดับเชี่ยวชาญ เพื่อจะส่งเสริมให้เขาทํางานได้อย่างมีคุณภาพและมีปริมาณงานที่มากขึ้น ลดต้นทุน การทํางานที่ผิดพลาด ซึ่งจะทําให้ต้นทุนของหน่วยงานที่แท้จริงลดลง แต่เมื่อมาดู การทํางานจริง ๆ ของกระทรวงกลับไม่ได้เห็นแนวทางนี้ ทําให้ดิฉันคิดว่างบประมาณ ที่ดิฉันตัดอาจจะน้อยไปด้วยซ้ํานะคะ เมื่อมาดูการจัดสรรงบประมาณป้ ๒๕๕๔ ในส่วน ที่เหลือที่ดิฉันบอกเมื่อสักครู่นี้ ๘๓ เปอร์เซ็นต์เปึนการตัดงบประมาณไปให้สํานักงาน ประกันสังคม ที่เหลืออีกประมาณ ๙.๗๘เปอร์เซ็นต์หรือประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เปึนเม็ดเงินที่ ๒,๘๐๐ กว่าล้านบาทของกระทรวง แสดงให้เห็นถึงการบริหารงาน ของงบประมาณหรือการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้เปึนการจัดสรรที่ไร้ประสิทธิภาพ โดยสิ้นเชิงแล้วก็ไม่ตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศ ไม่ตอบสนองต่อหน้าที่ภารกิจ ของกระทรวงด้วยนะคะ ไม่สามารถที่จะสร้างให้มีการพัฒนาประเทศเจริญก้าวหน้าไปได้ อย่างยั่งยืน ดิฉันก็ไม่ทราบว่าทําไมงบประมาณของสํานักงานประกันสังคมถึงได้เยอะ ขนาดนี้นะคะ เพราะเท่าที่ดิฉันมาดูในภารกิจของสํานักงานประกันสังคมได้รับการจัดสรร งบประมาณที่ ๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีการเขียนว่า มีเปัาหมายในการจ่ายเงินทดแทน ให้กับแรงงาน ๑๖๖,๐๐๐ คน เปัาหมายที่กระทรวงป้ ๒๕๕๔ คุ้มครองผู้ประกันตน ทั้งหมด ๙,๓๐๖ ล้านคน แต่ในขณะที่ป้ ๒๕๕๓ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์มีผู้ประกันตน ทั้งหมด ๙,๓๙๙ ล้านคน ตัวเลขผู้ประกันตนลดลงถึง ๙๓,๐๐๐ คน ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่า โครงการเร่งด่วนต่าง ๆ ที่รัฐบาลออกมาเมื่อป้ ๒๕๕๓ ซึ่งได้แก่โครงการแจกเงินให้กับ ผู้ประกันตน ๒,๐๐๐ บาท ในส่วนนี้รัฐบาลใช้งบไปถึง ๑๕,๗๐๐ กว่าล้านบาท โครงการที่ ๒ ก็คือโครงการจัดสรรเงินให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการเพื่ออะไร เพื่อชะลอการเลิกจ้าง โครงการนี้รัฐบาลใช้เงินไปถึง ๗,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๒ โครงการนี้รัฐบาลใช้เงินงบประมาณ ไปถึง ๒๒,๗๐๐ กว่าล้านบาทผลสรุปออกมาไม่ได้ผล เปึนการสูญเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ แล้วก็ไม่คุ้มค่า มันเหมือนกับการตําน้ําพริกละลายแม่น้ํา ซึ่งเปึนสิ่งที่รัฐบาลนี้คุ้นเคย ตลอดมานะคะ อย่างในเรื่องของเงินประกันสังคม ดิฉันก็อยากจะเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปทางคณะกรรมาธิการไม่ทราบว่าได้เรียนถามผู้ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เกี่ยวกับเรื่องของ เงินกองทุนประกันสังคมที่นําไปหาผลประโยชน์จากแหล่งอื่น ๆ ไม่ทราบว่าผลประโยชน์ หรือกําไรที่ได้รับเพิ่มมาท่านได้นําเงินส่วนนี้มาใช้จ่ายอะไร มีการนําเข้ากองทุนทดแทน หรือไม่ ซึ่งโดยปกติแล้วเงินกําไรหรือผลประโยชน์ตรงนี้ต้องมีการนําเข้าในกองทุนทดแทน แต่เท่าที่ทราบที่ผ่านมาและติดตามข่าวรัฐบาลเปึนผู้แบกรับภาระปัญหาในส่วนนี้เกือบทั้งนั้น
ต่อมามาดูเรื่องปัญหาต่าง ๆ ที่กระทรวงเหล่านี้ไม่ได้ตั้งแผนขึ้นมารองรับ เท่าที่ควร ก็อยากจะฝากไว้ผ่านท่านประธานไปทางประธานคณะกรรมาธิการ
อย่างแรกควรที่จะให้ความสําคัญกับการดูแลสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ ของคนงานอย่างเปึนธรรมและทั่วถึง ทําไมถึงจะต้องเปึนธรรมและทั่วถึง อย่างเรื่องกรณี ค่าแรงขั้นต่ํา ค่าแรงขั้นต่ําถ้ามองผิวเผินอาจจะไม่เห็นปัญหาของมันที่ตามมาเท่าไรนัก แต่ปัจจุบันนี้มีการจัดสรรหรือมีการกําหนดระดับค่าแรงขั้นต่ําไว้อย่างไม่ค่อยเหมาะสม เท่าไรนัก ควรจะจัดอย่างเปึนธรรมต่อลูกจ้างและนายจ้าง อย่างกรณีค่าแรงขั้นต่ํา ที่ไม่เท่ากันและมีความเหลื่อมล้ํากันในจังหวัดต่าง ๆ ทั้งในเมืองและในชนบท มันก็เหมือน ปัจจุบันนี้มันก่อปัญหาที่ว่าแรงงานในต่างจังหวัดและในชนบทก็จะไหลทะลักและอพยพ เข้ามาในเมืองก่อปัญหาต่าง ๆ ที่ตามมาอีกมากมาย ทั้งนี้อยากจะฝากไว้ว่าเมื่อเกิด แรงงานอพยพจากท้องถิ่นเข้ามาในเมืองมาก ๆ ทําให้ท้องถิ่นเองก็ขาดแรงงาน จึงเปึน ที่มาของการนําแรงงานต่างด้าวเข้ามาแล้วก็เกิดปัญหาในด้านแรงงานต่างด้าวต่าง ๆ อย่างที่ท่านผู้อภิปรายก่อนหน้าดิฉันได้อภิปรายไปบ้างแล้ว ต้องฝากตรงนี้ไว้นิดหนึ่งนะคะ มีชาวบ้านบอกมา อันนี้เปึนปัญหาที่ชาวบ้านท้วงติงมาบอกว่าทําไมถึงจัดแรงงานขั้นต่ํา ไม่เท่ากัน ทั้ง ๆ ที่เขาเหล่านั้นจ่ายเงินต้นทุนค่าครองชีพเท่ากัน ทําไมถึงพูดอย่างนี้ ท่านลองเข้าไปดูในเซเว่นอีเลฟเว่น (Seven Eleven) ทําไมเราซื้อของกินไม่ว่าจะเปึนน้ํา เปึนนม เปึนข้าวเปึนขนม เปึนอะไรก็ตามแต่ ในเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วประเทศไทยเราถึงได้ ราคาเดียวกัน แล้วทําไมค่าแรงขั้นต่ํามันถึงได้เหลื่อมล้ํากันขนาดนั้น ในเมื่อในท้องถิ่น บางคนได้ค่าแรงขั้นต่ําวันละ ๑๓๐ บาท ในเมืองเขาได้อยู่ที่ ๒๖๐ บาท แต่เขาต้องซื้อของ ในราคาเดียวกันต้นทุนเขาเท่ากัน ท่านพิจารณาความเปึนธรรมในด้านนี้ให้เขาหรือเปล่า ขออีก สักนิดหนึ่งนะคะท่านประธาน
ต่อมาก็อยากจะฝากไว้ในเรื่องของความช่วยเหลือของกองทุนทดแทน เกี่ยวกับสํานักงานประกันสังคมในด้านของอุบัติเหตุ ซึ่งเท่าที่ผ่านมาการชดเชยตรงนี้ มันไม่สอดคล้องต่อค่าครองชีพในปัจจุบัน ทําไมถึงไม่สอดคล้องตรงนี้ ดิฉันก็ต้องขอฝากไว้ว่า อย่างเรื่องของการชดเชยผู้บาดเจ็บในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องของกรณีที่เขา เกิดอุบัติเหตุแล้วต้องสูญเสียอวัยวะหรือว่าทํางานไม่ได้ มีการชดเชยระยะเวลาที่เท่ากัน ถึงแม้ว่าเขาจะมีอายุ มีวัยที่แตกต่างกัน ตรงนี้ดิฉันมองว่าเท่าที่ผ่านมาไม่ได้รับความเปึนธรรม เพราะอะไร เพราะว่าอย่างคนงานที่อายุ ๒๕ ป้ สมมุตินะคะ อายุ ๒๕ ป้ กับคนอายุ ๕๐ ป้ เขาเกิดอุบัติเหตุเหมือนกัน อวัยวะส่วนเดียวกันที่ขาด แต่ระยะเวลาในการดูแลชดเชย รายได้ให้เขากลับใช้ระยะเวลาเท่ากัน ตรงนี้ทําไมมันถึงไม่ดีหรือว่าไม่เปึนธรรมกับเขา เพราะว่าอย่างคนอายุ ๒๕ ป้อย่างนี้เขาอยู่ในวัยทํางานเขาอยู่ในวัยที่จะต้องดูแลครอบครัว ถ้าเปึนผู้ชายก็จะมีลูกมีเมียที่จะต้องดูแลอย่างมากแต่เขาขาดรายได้ กลับได้รับเงินชดเชย ในระยะเวลาที่เท่ากับคนที่สมมุติว่าอายุ ๕๐ป้ ๕๐ ป้ คนวัยนี้ไม่ใช่ว่าไม่มีประโยชน์ แต่เขาเปึนวัยที่ใกล้เกษียณ แล้วในเรื่องของการแบกรับค่าครองชีพหรือการดูแลครอบครัว เขาก็อาจจะยังไม่เท่ากับคนที่อายุ ๒๕ ป้