วิฑูรย์ นามบุตร ชี้แจงและตอบคำถามเกี่ยวกับงบประมาณของท้องถิ่น โดยอ้างอิงข้อมูลที่ถูกต้อง และพูดถึงการจัดสรรงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมเสนอมุมมองเกี่ยวกับการจัดงบประมาณเรื่องเรียนฟรี โดยเน้นย้ำว่านโยบายของรัฐบาลนั้นครอบคลุมทุกโรงเรียน ไม่ว่าจะอยู่ในสังกัดใด และจึงต้องมีการจัดงบประมาณไว้ที่ท้องถิ่น
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ผมจะใคร่ถือโอกาสชี้แจงและตอบคําถามของเพื่อนสมาชิกที่มีคําถามกันมากเกี่ยวกับ งบของท้องถิ่น และท่านกรรมาธิการผ่องศรี ท่านกรรมาธิการอรรถวิชช์ก็จะได้ตอบชี้แจง ในงบส่วนอื่น ๆ อีกเพิ่มเติม
ท่านประธานที่เคารพครับ มีเพื่อนสมาชิกบางท่านอาจจะมีข้อมูล ที่ไม่ครบถ้วน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น บางท่านพยายามอธิบายว่ารัฐบาลไปหลอก เอาเงิน อบต. แห่งละ ๒ ล้านบาท โอนเข้างบไทยเข้มแข็ง หรือบางท่านก็อภิปรายว่า งบท้องถิ่นหายไป ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือบางท่านก็พยายามจะพูดว่าการช่วยเหลือ ผู้สูงอายุในเรื่องเบี้ยยังชีพจะมีการขยายเปึนอายุ ๖๕ ป้เปึนต้นไป ต้องถือโอกาส กราบเรียนเพื่อจะได้ข้อมูลตรงกัน และเปึนข้อเท็จจริงที่ถูกต้องดังนี้นะครับ
ท่านประธานครับ การจัดสรรเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐบาลได้จัดสรรให้ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นทุกป้ เพราะรัฐบาลให้ความสําคัญกับเรื่องกระจาย อํานาจ แล้วก็กระจายงบประมาณลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมยกตัวอย่างเช่น ป้ ๒๕๕๑ ได้ตั้งงบประมาณให้กับท้องถิ่นที่ ๑๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๒ ตั้งเพิ่มมาเปึน ๑๖๓,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มในสัดส่วนที่ ๑๐.๒๙ เปอร์เซ็นต์ เช่นกันครับป้ ๒๕๕๔ คือป้นี้รัฐบาลตั้งงบประมาณ อุดหนุนให้กับท้องถิ่นที่ ๑๗๓,๐๐๐ เพิ่มจากป้ที่แล้วคิดเปึนสัดส่วนที่ ๒๔.๓๔ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลไม่ได้เอาเงินของ อบต. มาใช้ อย่างงบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ เนื่องจากงบของท้องถิ่นที่รัฐบาลตั้งอุดหนุนไว้ในงบประมาณประจําป้นั้น มีจํานวนอยู่ที่ ๑๓๙,๐๐๐ รัฐบาลก็จัดงบไทยเข้มแข็งเพิ่มเติมให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเข้าไปอีกเปึน ๓๘,๐๔๖ ล้านบาท รวมแล้วรัฐบาลได้จัดสรรให้กับท้องถิ่น เปึนสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาทุกป้ตามลําดับ และถือโอกาสกราบเรียนกับท่านประธานว่า เงินของท้องถิ่นไม่ได้หายไปไหน มีแต่เพิ่มขึ้น แล้วเรื่องของผู้สูงอายุก็เช่นกันครับท่านประธาน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณอุดหนุนให้กับท้องถิ่นจํานวน ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผู้สูงอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไปขอเพียงมาใช้สิทธิลงทะเบียนก็จะได้รับสิทธิทุกคน อายุ ๖๐ ป้ ยังไม่ได้ขยายเปึน ๖๕ ป้ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นถือโอกาสกราบเรียน กับท่านประธานว่ามีสมาชิกพูดถึงเรื่องการแปรญัตติเพิ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายท่าน พยายามพูดว่างบที่รัฐบาลเสนอเข้ามาให้กรรมาธิการพิจารณาแปรเพิ่มเปึนจํานวน ๑,๓๐๐ ล้านบาทเศษนั้นกระจุกตัวอยู่ ๔-๕ จังหวัด ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ในกรรมาธิการมีการพิจารณาในเรื่องนี้โดยละเอียดครับ ท่านประธานไตรรงค์และพวกเรา ทุกคนไม่ว่ากรรมาธิการในฝ์ายค้านหรือกรรมาธิการซีกของรัฐบาลพิจารณาว่าจะให้ การจัดสรรงบประมาณที่กระจุกตัวอย่างนี้ไม่ได้ ต้องกระจาย ดังนั้นท่านประธานไตรรงค์ ถึงขั้นกับบอกว่าถ้าไม่ดําเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กรรมาธิการเรากําหนด สํานักงบประมาณ ไม่ต้องอนุมัติงบให้ เพราะท่านเปึนรองนายกรัฐมนตรีและกํากับดูแลสํานักงบประมาณด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ หลักเกณฑ์ที่เงินเกิน ๑๐ ล้านบาท และมอบให้กับหน่วยงานไป ทําการกระจายนั้นมีหลักเกณฑ์ดังนี้ครับ ๑. ร้อยละ ๕๐ ให้จัดตามจํานวนประชากร ในแต่ละจังหวัด ๒. ร้อยละ ๓๐ ให้จัดตามจํานวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตจังหวัด ๓. ร้อยละ ๒๐ ตามผลผลิตภัณฑ์มวลรวมในแต่ละจังหวัดโดยวิธีผกผัน (ความยากจน) ๓.๒ จัดสรรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความจําเปึนต้องใช้ งบประมาณสําหรับพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ๓.๓ ประเภทโครงการ ที่ได้รับการจัดสรรได้แก่ ๑. โครงการตามพระราชดําริ ๒. โครงการตามนโยบายรัฐบาล ๓. โครงการพัฒนาแหล่งน้ําเพื่อการอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตร ๔. โครงการพัฒนา เส้นทางคมนาคม ๕. โครงการตามอํานาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับ การพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โครงการปัองกันและแก้ไข ปัญหาสิ่งแวดล้อมและมลพิษในชุมชน ๓.๔ โครงการที่ได้รับจัดสรรต้องมีลักษณะและเข้า เงื่อนไขดังนี้ครับ ๑. ต้องดําเนินการในลักษณะงบลงทุนเฉพาะรายการที่เปึนสิ่งก่อสร้าง และสามารถดําเนินการได้ให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ป้ ๒. งบประมาณในการดําเนินการ แต่ละโครงการต้องไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาทแต่ต้องไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท นี่คือ หลักเกณฑ์ อย่างที่ ๓ มีรูปแบบรายการก่อสร้างที่ชัดเจนประมาณการค่าใช้จ่ายของ โครงการตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ ๔. มีความพร้อมที่จะดําเนินการได้ทันทีหลังจาก ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ๕. อยู่ในแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้น ท่านสมาชิกท่านไม่ต้องกังวลว่าโครงการต่าง ๆ ที่ได้รับการจัดสรรไปจะไปกระจุกตัวอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง
ประการสุดท้าย ขออนุญาตกราบเรียนครับว่าสมาชิกบางท่านพยายาม บอกว่าทําไมเรื่องเรียนฟรีถึงจัดงบไว้ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าเรื่องโรงเรียนนั้นมีอยู่ในหลายสังกัด นโยบายของรัฐบาล เรื่องเรียนฟรีนั้นจะต้องครอบคลุมทุกโรงเรียนไม่ว่าอยู่ในสังกัดใด ถ้าโรงเรียนที่สังกัด สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานก็ตั้งงบไว้ที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน ถ้าอยู่ที่ อาชีวศึกษาก็ตั้งไว้ที่อาชีวศึกษา ถ้าอยู่ที่ กทม. ก็ตั้งงบประมาณไว้ที่กรุงเทพมหานคร ถ้าอยู่ใน อบจ. อยู่ในเทศบาล อยู่ในท้องถิ่นก็ต้องตั้งในท้องถิ่นนั้น ๆ ครับ เพราะฉะนั้น ถือโอกาสกราบเรียนสั้น ๆ แค่นี้ครับประธาน