วิทยา บุรณศิริ หารือเรื่องการชำระหนี้สาธารณะของรัฐวิสาหกิจ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลชำระหนี้แทนการกู้เงิน และชำระหนี้สาธารณะให้เต็ม เพื่อลดหนี้สาธารณะที่สูงกว่ากรอบเพดาน 4.4 ล้านบาท
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียติ ต้องขออนุญาตใช้เวลาน้อยนิดต่อการแสดงความคิดเห็น ในส่วนที่เปึนเรื่องสําคัญแล้วก็ไม่แพ้กับสิ่งที่สมาชิกได้อภิปราย ท่านประธานครับ ฝากท่านประธานไปถึงท่านกรรมาธิการเสียงข้างมาก แล้วก็จะต้องสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่การปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกในซีกของพรรคเพื่อไทยในวันนี้ โดยเฉพาะมาตราหลัง ๆ นี้จะเปึนเรื่องสาระสําคัญแล้วก็เปึนประโยชน์ ท่านประธานครับ ประเด็นของผมเปึนเรื่องของรัฐวิสาหกิจที่เรียนตามตรงต่อนโยบายรัฐบาลในเรื่องของ การชําระหนี้เงินกู้เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายในการลดภาระค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน ประเด็นนี้ถ้าเราจับตามองในนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมา โดยเฉพาะต่อเนื่องมาจาก ท่านอดีตผู้ที่ล่วงลับไปแล้วคือท่านสมัคร สุนทรเวช ในนามของพรรคพลังประชาชน ในเรื่องของการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่มีรายได้ต่ําในภาวะวิกฤติน้ํามันแพง ประเด็นนี้ผมในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ซักถามรัฐวิสาหกิจที่มาชี้แจง เปึนเรื่องที่ น่าวิตกกังวลครับท่านสมาชิกในห้องประชุมแห่งนี้ รัฐบาลพยายามสร้างหนี้ก่อหนี้ขึ้นมา โดยที่พวกเราอาจจะคิดไม่ถึง เนื่องจากกรอบเพดานหนี้สาธารณะนั้น ๔.๔ ล้านบาท ซึ่งเราถือว่าสูงอยู่แล้ว แต่เราได้พบในความไม่ชอบมาพากลในเรื่องของการเบียดบัง รัฐวิสาหกิจ ซึ่งในที่นี้ท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ก็อยู่ในที่นี้ด้วยและเปึนกรรมาธิการ แล้วผมคิดว่าคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านก็ต้องดูในฐานะนายกรัฐมนตรี ๕ มาตรการ ๖ เดือนไม่ใช่เรื่องที่น่ารังเกียจ ในอดีต ๖ มาตรการ ๖ เดือนก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ารังเกียจ และเปึนความจําเปึนที่ต่างสถานะ ต่างบริบทไป ทําไมผมต้องพูดเรื่องนี้ ท่านประธานครับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้สอบถามกัน เฉพาะตัวผมเองต่อแต่ละรัฐวิสาหกิจ
เริ่มที่ ขสมก ท่านประธานรู้หรือไม่ว่า ขสมก นั้นตั้งขอกู้เงิน รัฐบาลให้เขา ไปกู้เงิน ๕๓๐ ล้านบาท ต้นเงินกู้ ๓๓๗ ล้านบาท ดอกเบี้ย ๑๙๓ ล้านบาท นี่คือการลด ภาระประชาชน แต่บังคับให้รัฐวิสาหกิจที่มีการขาดทุนอยู่แล้วนั้นไปก่อหนี้ครับ หนี้ตัวนี้ ก็คือติดกับรัฐวิสาหกิจต่อไปอีกแทนที่เขาจะได้รับชําระหนี้ ผมต้องถามท่านรัฐมนตรีกรณ์ ในฐานะที่เปึนกรรมาธิการ ทําไมเราไม่จ่ายหนี้ให้กับรัฐวิสาหกิจครับ ในเมื่อเรามีรายได้ เรามีประมาณการรายรับไว้ สิ่งสําคัญที่สุดผมไม่สามารถปรับลดได้ เพราะนี่คือการชําระหนี้ เปึนภาคบังคับกรรมาธิการไม่สามารถได้ ต้นเงินกู้และดอกเบี้ยเปึนภาระผูกพันที่ดูเสมือนว่า กรรมาธิการเวลาพิจารณางบประมาณจะต้องยอมจํานนต่อการพิจารณา แต่นี่เปึน การสงวนคําแปรญัตติเพื่อเอามาอภิปราย เพื่อให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้รู้ว่าเรากําลังก่อหนี้ แบบที่ไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกับรัฐวิสาหกิจซึ่งน่าจะมีผลประกอบการดีขึ้นหากได้รับชําระหนี้ จากรัฐบาล ผมเรียนว่า ๖ มาตรการ หรือ ๕ มาตรการไม่ใช่เปึนเรื่องที่น่ารังเกียจ แต่เมื่อ ต่างบริบทแล้วรัฐบาลต้องใจปล้ําสิครับ อย่าไปเบียดบังเขาครับท่านนายกรัฐมนตรี ต้องขออนุญาตพาดพิงนะครับท่านประธาน เพราะเรื่องนี้เปึนนโยบายที่ผ่าน ครม. ของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
การรถไฟแห่งประเทศไทย ตามไปดูอีกครับ การรถไฟแห่งประเทศไทย ผลประกอบการขาดทุนเปึนแสนล้านแต่ก็อยู่ในมาตรการเรื่องการลดภาระให้กับ ประชาชน ถามว่าการรถไฟเปึนหนี้ใช่ไหม เปึนครับ แล้วรัฐบาลทําอย่างไร ติดหนี้ไว้ก่อน แทนที่จะชําระค่าโดยสารซึ่งมีการดําเนินการตามโครงการ ๕ มาตรการ ๖ เดือน
ตามไปดูรัฐวิสาหกิจอื่น การประปาส่วนภูมิภาค เช่นกันการประปาส่วน ภูมิภาครัฐบาลก็บังคับให้เขากู้ไปก่อน ต้นเงินกู้ ๑,๒๗๗ ล้านบาทโดยประมาณ ดอกเบี้ย ๖๕ ล้านบาท ให้เขาไปเปึนหนี้ แต่รัฐบาลชําระดอกเบี้ยครับ แต่ก็มากู้ มาขอรับสนับสนุน งบประมาณจากสภาแห่งนี้เพื่อให้ผ่านความเห็นชอบ ทําไมละครับ เมื่อเขามีรายการ ที่เราจะต้องจ่ายเขา เราน่าจะจ่ายเขาไปเลยเมื่อถึงกําหนดชําระ โดยตั้งงบประมาณชําระ ให้เขาไปครับ อย่างให้เขาไปเปึนหนี้ซ้ําซ้อน มันทําให้ผมมองดูว่ารัฐบาลกําลังจะกลบ หนี้สาธารณะหรือเบี่ยงเบนความสนใจจากการพิจารณาหรือไม่ อันนี้ต้องบอกกับพี่น้องประชาชนว่าในเมื่อเราลดภาระให้กับประชาชน แต่รัฐบาล เปึนหนี้แล้วต้องใช้ครับ โดยเฉพาะหนี้กับรัฐวิสาหกิจ เพราะอะไรครับ มันเปึนการประเมิน และชี้วัดรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าว เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย ขสมก. การไฟฟัา ส่วนภูมิภาค การไฟฟัาฝ์ายผลิต การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาคเหล่านี้ ล้วนเปึนรัฐวิสาหกิจ ถ้าผมเปึนผู้บริหาร ถ้าเปึนหนี้ก็ต้องพิจารณา มันคํานึงไปถึง การบริหารการจัดการเรื่องของอะไร ผลประโยชน์ตอบแทนซึ่งปลายป้เขาจะมีผลประกอบการ ได้กําไร มีโบนัส อันนี้เข้าไปมีส่วนคํานวณหรือเปล่า ท่านรัฐมนตรีกรณ์ในฐานะ คณะกรรมาธิการตอบให้ชื่นใจหน่อยว่าจะไม่มีสิ่งเหล่านี้ต่อไปในป้งบประมาณหน้า ได้ข่าวว่ารัฐบาลโดยเฉพาะท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กําลังตั้งงบประมาณแบบสมดุล จะต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ได้ เพราะมิฉะนั้นเล่นเอากระเปิาซ้ายย้ายไปกระเปิาขวา กู้ยังไม่พอแถมยังมากู้ในรัฐวิสาหกิจ ผมไม่เห็นด้วย นี่คือสิ่งที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อย โดยเฉพาะกระผมในฐานะสมาชิกของพรรคเพื่อไทยจําเปึนต้องบอกกับที่ประชุมแห่งนี้ว่า ถ้าท่านเห็นด้วยตามกระผมก็ต้องโหวตมาทางผม เพราะไม่เห็นสมควรว่าให้ไปสร้างหนี้ เหล่านี้ในอนาคต หรือมีข้อสังเกตในครั้งต่อไปต่อการสนับสนุนที่พรรคเพื่อไทย ได้แสดงความคิดเห็น เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าผมไม่รังเกียจ เดี๋ยวพี่น้องประชาชน ฟังแล้วว่า ๖ มาตรการ ๖ เดือน หรือ ๕ มาตรการ ๖ เดือน แต่ผมรังเกียจที่ว่าผู้บริหารนั้น จะซุกกระเปิาซ้าย ซุกกระเปิาขวา แต่การอภิปรายของผมครั้งนี้ก็ไม่สามารถที่จะ ปรับลดได้ เพราะว่ามันเปึนเรื่องของหนี้ที่จะต้องชดใช้เขา แต่เปึนข้อสังเกตผ่าน คณะกรรมาธิการที่มีต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่าเพื่อที่จะได้นําไปพิจารณาว่าเราควรชําระหนี้ ให้รัฐวิสาหกิจเต็มหรือไม่ แทนที่จะให้เขาไปกู้ ก็ถือว่าการที่ตั้งงบประมาณในป้ ๒๕๕๔ ในหมวดเงิน ๕ มาตรการ ๖ เดือนต่อภาระที่มีกับพี่น้องประชาชนที่เราเรียกว่า พีเอชโอ (PHO) เราควรจะจ่ายให้เขา เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทยก็ได้รับไป ให้บริการรัฐ ในครั้งนี้ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท พี่น้องประชาชนมาใช้จ่ายเขาไป การรถไฟแห่งประเทศไทย เท่าไรจ่ายเขาไป การประปาเท่าไรจ่ายเขาไป การไฟฟัาเท่าไรจ่ายเขาไป อย่าติดหนี้สิครับ นี่คือความสามารถที่น่ายกย่องถ้าชําระได้จริง เพราะฉะนั้นเวลาที่เหลือผมได้พูดต่อ ที่ประชุมเสมอนะครับ ว่าผมขอมอบให้สภาแห่งนี้ได้เอาไปบริหารต่อไป ผมคงมีความคิดเห็น ในส่วนที่สงวนคําแปรญัตติในเรื่องของรัฐวิสาหกิจไว้เท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ