นิยม ช่างพินิจ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายของ ภาครัฐวิสาหกิจ ซึ่งตั้งไว้จํานวน 110,000 กว่าล้านบาท และเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลการจัดการและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ในมาตรา ๓๐ ซึ่งเปึนเรื่องของงบประมาณรายจ่ายของ ภาครัฐวิสาหกิจ ซึ่งตั้งไว้จํานวน ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทีแรกกระผมก็ปรับลดไว้ ๑ เปอร์เซ็นต์เพื่อที่จะสะท้อนปัญหาและสะท้อนการบริหารจัดการให้ทางภาครัฐ ได้รับทราบแต่วันนี้ผมมาฟังแล้วและผมมาดูแล้วข้อเท็จจริงจากอีกหลาย ๆ ด้านด้วยกัน ผมรับไม่ได้จริง ๆ ท่านประธานครับ วันนี้เองจากอดีตที่ผ่านมาใช้เม็ดเงินไปเท่าไรครับ ป้ ๒๕๕๓ สําหรับโครงการประกันรายได้ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้ววันนี้มาตั้งอีกครับ อีก ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วจะมีแปรญัตติเข้ามาอีกครับ อีก ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ตกประมาณ ๕,๗๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็ถือว่าเยอะมาก เพราะฉะนั้นวันนี้เองให้แนวทาง การแก้ปัญหาของภาครัฐ ผมพูดอยู่เสมอแล้วผมก็มีโอกาสยื่นกระทู้ถามสุดและให้สะท้อน ปัญหาอยู่ตลอด วันนี้เองสิ่งที่รัฐบาลได้เปลี่ยนแปลงนโยบาย ผมพูดตั้งแต่แรกแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจะวิเคราะห์และพยายามที่จะเอาข้อเท็จจริง แล้วผมอยากให้ผู้บริหาร ได้รับรู้ด้วยว่าข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างไรที่ท่านเปลี่ยนแปลงนโยบายจากโครงการจํานํา ที่ผมถามมา ๓-๔ ครั้งแล้วว่าใช้เม็ดเงินไปเท่าไร ตอบผมไม่ได้หรอกครับ แต่วันนี้โครงการ ประกันรายได้เริ่มผุดตัวเลขออกมาเรื่อย ๆ ครับ เมื่อก่อนก็บอกว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาท ๔๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาท ตอนนี้ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เผลอ ๆ จะไป ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้ว มันเกิดจากความทุจริตคอร์รัปชันจากโครงการจํานํา แต่ไม่ใช่ว่าในยุครัฐบาลที่ผ่านมา เพราะสิ่งที่ผมพูดอย่างนี้เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะวันนี้เห็นได้ชัดเจนเลยครับ จากการที่สต็อกข้าวมี ๕,๐๖๐,๐๐๐ ล้านตัน ตั้งแต่ป้ไหนล่ะ ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๕๒ มานี่ ท่านไม่เคยระบายการบริหารการจัดการ ผมถึงได้ปรับลด เพราะท่านไม่มีความรู้สึกเลย ในการบริหารการจัดการ ผมบอกว่าแม่ค้าขายผักในตลาดสดยังดูดีกว่า สิ่งที่ผมต้องพูดอย่างนี้ เพราะอะไรครับ วันนี้ต้องมาเสียค่าจัดเก็บ ค่าเช่าโกดังเดือนละ ๗๐๐-๘๐๐ ล้านบาท แล้วท่านลองคิดดูเถอะครับ ต่อเดือน ต่อป้เท่าไร ท่านลองมาคิดถ้าท่านจะมาบอกว่า โครงการรับจํานํา ใช้เม็ดเงินเยอะ เยอะแน่นอนถ้าบริหารจัดการอย่างนี้ ผมจําเปึน ต้องพูดอย่างนี้เพราะอะไรครับ ป้หนึ่งก็ตก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ เพราะฉะนั้น ที่ท่านทําเรื่องข้าวมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ มีการทุจริตคอร์รัปชัน วันนี้สต็อกลม หรือเปล่า แล้วสิ่งที่สําคัญผมอยากจะถามข้าวที่จัดเก็บอยู่บอกว่าวันนี้มีเรื่องเข้ามา ในคณะกรรมาธิการบอกว่าจะลดค่าเสื่อมจะประมูลขาย จะลดค่าเสื่อม ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เอาอะไรมาพูดละครับ วันนี้เองผมอยากให้เข้าไปเช็กและเข้าไปดูว่ามันเสื่อมอย่างไร สิ่งนี้ข้อเท็จจริงที่ผมทราบมาข้าวเปลี่ยนมือไปหมดแล้วครับ เปลี่ยนมือนะครับ วันนี้ ข้าวป้ ๒๕๕๐ เอามาขายป้ ๒๕๕๑ แล้วเอาป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ มาแทน มันวนเวียน ไปหมดแล้วครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนนี่ล่ะ แล้วมาบริหาร จัดการอย่างนี้ครับท่านประธาน เม็ดเงิน สมมุติบอกว่า ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีเคยพูด ถ้าผมดูลองคํานวณเฉพาะค่าจัดเก็บโกดัง ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ เพราะฉะนั้นไม่แตกต่างกันเลย สิ่งตรงนี้ เพราะว่าอยู่ที่การบริหารการจัดการ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบ ท่านประธานครับว่าสิ่งที่มันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายมาจากการทุจริตคอร์รัปชัน สิ่งที่ผมพูดอย่างนี้เพราะอะไร โครงการจํานําท่านคุมไม่อยู่หรอกครับ เพราะวันนี้ ต้องพูดตรง ๆ การเมืองไม่มีเสถียรภาพ ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะอะไร วันนี้ทุจริตคอร์รัปชัน ทุกกระทรวง ทุกกรม ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็เห็นว่าเอาไม่อยู่แล้ว การทุจริตเหมือนจับปู ใส่กระด้ง เอาไม่อยู่ก็เปลี่ยนแปลงนโยบาย แต่ไม่รู้หรอกครับ ไม่เคยศึกษาปัญหา พอมาเปลี่ยนแปลงนโยบายแล้วเปึนอย่างไรครับ ใช้เม็ดเงินเท่าไรครับ เอาละครับ ผมคงจะไม่พูดมากหรอกท่านประธาน แต่จริง ๆ วันนี้ที่ผมจะพูดให้ท่านประธานทราบว่า สาเหตุที่ราคาข้าวตกต่ําอยู่ทุกวันนี้ตั้งแต่โครงการประกันรายได้เปึนอย่างไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบว่ามีภัยพิบัติประเทศอินเดียบ้าง ประเทศจีนบ้าง แล้วข้าว มันขึ้นบ้างหรือเปล่า ไม่มีหรอกครับท่านประธาน ที่ผมจําเปึนต้องพูดอย่างนี้ เพราะอะไรครับ เพราะว่าโครงการประกันรายได้พูดกันตรง ๆ เลยมันเปึนการประกันรายได้ขั้นสูง วันนี้ตลาดโลกข้าว ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท พ่อค้าผู้ส่งออกเขาไม่ซื้อหรอกครับ ว่าเขาจะมาซื้อหมื่นกว่าเขาไม่ซื้อหรอกครับ เพราะว่าถ้าซื้อไม่ถึงหมื่นปุ็บ รัฐบาลก็กู้เงิน มาชดเชยให้ นี่อย่างไร ซึ่งแตกต่างจากโครงการรับจํานําอย่างไร รุ่นสมัยที่พรรคพลังประชาชน หรือท่านมิ่งขวัญเปึนรัฐมนตรีโครงการรับจํานํา ๑๓,๐๐๐-๑๔,๐๐๐ บาท แต่ถ้าพี่น้อง เกษตรกรขายข้าวได้สูงกว่า ๑๓,๐๐๐-๑๔,๐๐๐ บาท เขาก็ไม่ต้องมาร่วมโครงการ แต่ถ้าต่ํากว่าเขาก็มาร่วมโครงการ ผู้ใช้สิทธิถึงน้อยอย่างไร ๓๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน แต่วันนี้ตัวเลขขึ้นมาเท่าไร จาก ๓,๘๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนมาเปึน ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ผมเองพูดกับพี่น้องเกษตรกรเองบอกว่าวันนี้เอาไปเลย เพราะว่าในพื้นที่ชนบท อย่างครอบครัวหนึ่งมีลูก ๔-๕ คน เขามีนา ๑๐๐ ไร่ เขาก็ได้สิทธิแค่ ๒๕ ตัน ผมบอกท่านแบ่งไปเลย แบ่งให้ลูกทําไปเลยเพราะเขาอยู่ครัวเรือนเดียวกัน แบ่งไปเลยครับ แล้วก็มาใช้สิทธิ ๒๕ ตันตรงนี้เพื่อให้เกิดความเสมอภาค เพราะฉะนั้นคนขยันมันจะ ไม่มีความหมายเลยถ้านโยบายเปึนอย่างนี้ นี่ละครับสิ่งที่ผมอยากจะพูด แล้วส่วนต่าง ประกันรายได้ผมยื่นกระทู้สดถามบอกว่าวันนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี วันนี้ไม่มา ผมต้องบอกว่าในการที่ประกาศราคาอ้างอิงผิดพลาดเปึนการคํานวณราคาผิดพลาด แต่ท่านบอกว่าการคํานวณราคาอ้างอิงผิดพลาดท่านต้องชดเชยเขานะครับ คนที่ขายข้าว ตั้งเดือนมีนาคมมา วันนี้ก็ยังไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สําคัญตรงนี้ทําเสียให้เกิด ความเสมอภาค เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากอีกอย่างหนึ่งครับท่านประธาน การระบายข้าว ถ้าบอกว่าไม่ทุจริตผมไม่เชื่อหรอกวันนี้ แต่ผมยังมองว่าท่านนายกรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูง ยังไม่คิดอะไร แต่วันนี้ผมไม่เชื่อหรอกครับ ข้าว ๕.๖ ล้านล้านตันยังไม่ได้ระบายเลย แบกภาระเก็บเขาไว้เสียค่าใช้จ่ายทุกรายเดือนเดือนละ ๘๐๐ ล้านบาท เดือนละ ๘๐๐ ล้านบาท เท่ากับงบองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัฒนา ๑ ป้ แต่ท่านต้องแบกภาระไว้ แล้ววันนี้ มีค่าเสื่อมค่าอะไรจะขายจะบริหารกันอย่างไรเอานะครับแล้วแต่นะครับ แต่ที่ผมเปึนห่วง พี่น้องประชาชนที่มันไม่เคยทําให้ราคาข้าวสูงขึ้นเลย เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝาก ท่านประธานสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบว่ามันจะมาเปลี่ยนแปลงนโยบาย ผมว่าคงยากแล้ว ผมจะยกตัวอย่างนะครับ นโยบายโครงการจํานําถ้าเปึนรัฐบาลที่แล้ว ตั้งแต่รุ่นอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านสมัคร ท่านสมชาย เดินทางด้วยรถโดยสารครับ เดินทางด้วยรถโดยสารนี่ละครับมันก็มีการรั่วไหลก็คือคนเก็บบัตร คนเก็บสตางค์ คนเปึนกระเปิา แต่ว่ายุคนั้นเขาเอาอยู่ครับ เขาคุมได้ครับ ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะอะไร เพราะการเมืองมีเสถียรภาพครับ ถ้าไม่ดีจริงรัฐมนตรีก็โดนปรับออก โดนปรับเปลี่ยน รัฐมนตรีได้ แต่วันนี้ทําได้ไหมทําไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่านายกรัฐมนตรี อยากให้เกิดรายได้ถึงพี่น้องประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดการทุจริตเปึนกระจุก ก็เปลี่ยนมาเปึน อะไร โครงการเดินทางทางเรือวันนี้นั่งเรือเข้าไปครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนกัปตัน แต่พวกเราที่นั่งอยู่นี่อย่าลืมนะครับเปึนผู้ช่วยกัปตันนะครับ วันนี้คนที่นั่งเรือไปบางคน ก็ยืนบ้าง บางคนก็นั่งบ้าง พ่อค้าผู้ส่งออกสบายนอนติดห้องแอร์สบายนั่งห้องเฟ่ร์สคลาส (First class) อย่างนี้นะครับ แต่วันนี้นโยบายอย่างนี้วันนี้เรือมันรั่วแล้ว ผมอยากจะฝาก นะครับท่านประธาน เราทําอย่างไรจะมาช่วยกันอุดเรือแล้วก็จะพากันไปหมดครับ ถ้าจะเปลี่ยนแปลงมันก็มาถึงกลางฝัืงแล้วครับ จะหวนกลับก็คงลําบาก แล้วสิ่งที่สําคัญเลย วันนี้ผมฝากผมพูดหลายครั้งแล้วครับว่าเกี่ยวกับการแข่งขันกับตลาดเวียดนาม วันนี้ ราคาข้าวเราบอกว่าสู้เวียดนามไม่ได้ ผมจะบอกให้ว่าต้นทุนเวียดนามเขาต่ํากว่าอย่างไร นา ๑๐๐ ไร่ในพื้นที่ระบบชลประทานเขา ๗๔ ไร่ หรือ ๗๔ เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้เปึนอย่างไร ประเทศไทย นา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ยังไม่มีเลย ถ้ามีนา ๑๐๐ ไร่ ระบบชลประทานที่สมบูรณ์แบบ ไม่ถึงหรอกครับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ยังไม่ได้ แล้วจะไปแข่งขันอะไรกับ เวียดนามละครับ แต่สิ่งที่สําคัญไปกว่านั้นครับท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียน ให้ทราบวันนี้นโยบายที่อภิปรายกันมายืดยาวถึงขนาดนี้โดยเฉพาะงบทหารที่พูดกัน ๗-๙ ชั่วโมง ทําไมจะไม่พูดละครับก็ไปลงทุนอย่างนั้นละครับ ผมถามว่าครอบครัวผม ถ้ากู้เงินมา ๑๐๐,๐๐๐ บาท ผมถามลูก ๆ ว่าจะเอาไปลงทุนอะไรดี คงไม่บอกหรอกครับ ว่าจะไปซื้ออาวุธป๋นไม่บอกหรอกครับ ก็ต้องบอกเอาไปซื้อเครื่องจักร ไปซื้อรถไถคูโบต้า ยันม่าเอามาเพื่อที่จะประหยัดค่าใช้จ่าย ลดรายจ่าย แล้วทําอย่างไรจะเพิ่มรายได้ ตรงนี้ละ เปึนสิ่งที่สําคัญมาก วันนี้เองก็เอาเงินมาซื้ออาวุธผมฟังท่านรองไตรรงค์ตอบแล้วผมสับสน ครับว่าการแข่งขันการต่อรองมันจะต้องมีของอยู่ใต้โต๊ะ อาวุธอยู่ใต้โต๊ะผมว่ามันไม่ใช่ มัน ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ที่แล้ว แต่ในช่วงนี้สมัยนี้วันนี้เองทุกวันนี้ถามว่าพี่น้องประชาชนซื้ออาวุธ จะไปต่อรองแบ่งเขตดินแดนเปึนเรื่องที่ในหมู่บ้านไม่มีหรอกครับ เขามีศาล มีตุลาการ คอยตัดสินอยู่ เหมือนกันครับระดับประเทศเขาก็มีสหประชาชาติ สุดท้ายนี้ผมคงไม่มีอะไร หรอกครับ เวลาแค่ ๑๐ นาที ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบว่าผมไม่อยากเห็นวัวหาย แล้วจึงจะมาล้อมคอก สิ่งที่ผมต้องพูดอย่างนี้เพราะอะไรครับ วันหนึ่งวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นมาแล้ว เราจะต้องมานั่งคิดถึงวินัยการคลัง วินัยการเงินเพราะเม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์เรากู้มา ก็อยากให้ใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องฝากไว้รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยก็กู้ แต่เขาก็ต้องดูว่ากู้ไปลงทุนอะไร เรียนรัฐศาสตร์ เขาบอกเลยการเมืองเปึนเรื่องของ กลุ่มผลประโยชน์ และอีกทฤษฎีหนึ่งก็บอกการเมืองเปึนเรื่องของการแจกแจงทรัพยากร อย่างจํานวนจํากัดให้เกิดความเสมอภาค แต่ในยุคนี้สมัยนี้ผมตั้งทฤษฎีให้ใหม่ครับ การเมืองเปึนเรื่องของการกู้อย่างไม่มีจํานวนจํากัดแล้วเอามาแจกแจงให้เกิดความเสมอภาค ท่ามกลางความไม่เสมอภาค นี่คือรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน