พิษณุ หัตถสงเคราะห เสนอความเห็นต่อร่างกฎหมายมาตรา ๓๐

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๓

พิษณุ หัตถสงเคราะห เสนอความเห็นต่อร่างกฎหมายมาตรา ๓๐ ว่าด้วยการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนรัฐวิสาหกิจ โดยเน้นกรณีของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ (ธ.ก.ส.) ที่ขอเพิ่มงบประมาณจาก ๕,๐๐๐ ลานบาท เป็น ๕๒,๐๐๐ ลานบาท เพื่อโครงการประกันรายไดเกษตรกร โดยชี้แจงว่าโครงการนี้ยังครอบคลุมเฉพาะพืชหลักบางชนิดเท่านั้น

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยได้สงวนความเห็นเพื่อที่จะมาแถลงให้กับที่ประชุมใหญ่แห่งนี้ว่าด้วยเรื่อง ของมาตรา ๓๐ เกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจ ท่านประธานครับ มาตรา ๓๐ มีหน่วยงาน ที่ของบประมาณสนับสนุนเข้ามาเปึนจํานวนมาก แต่ผมขออนุญาตเจาะลงไปเพียง หน่วยงานเดียว นั่นก็คือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ป้ ๒๕๕๔ ธ.ก.ส. ของบประมาณ ในการสนับสนุนทั้งหมด ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท จากเดิมป้ ๒๕๕๓ ธ.ก.ส. เคยใช้เงินเพียง ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นจาก ๕,๐๐๐ ล้านบาท กระโดดมา ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมถือว่าเปึนเรื่องสําคัญที่พี่น้อง ส.ส. ที่นั่งอยู่ในห้องนี้จะต้องร่วมพิจารณาด้วยกันว่า เราจะอนุมัติเม็ดเงินถึง ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท หรือเพิ่ม ๑๐ เท่าตัวให้กับ ธ.ก.ส. หรือไม่ กระผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าผมปรับลดไว้ ๑ เปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากที่ได้ฟัง กรรมาธิการหลายท่านได้พูดไปโดยเฉพาะ ส.ส. ซีกฝ์ายค้าน กระผมเห็นว่าตัวเลขปรับลด ที่เหมาะสมที่สุดผมขออนุญาตใช้ตัวเลขของท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ คือปรับลดลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนเงิน ๑๐,๔๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในการโหวตมาตรานี้ ท่านประธานครับ ผมแจ้งล่วงหน้าถ้าหากว่าพี่น้อง ส.ส. เอากับเสียงข้างมากคือให้ไป ๕๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าเอากับเสียงข้างน้อยก็คือผมปรับลดออก ปรับจาก ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท ลดไป ๑๐,๔๐๐ ล้านบาท ก็จะเหลือประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทต้น ๆ เหตุผลในการปรับลด งบประมาณในครั้งนี้กระผมขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ โครงการสําคัญที่ ธ.ก.ส. แล้วก็รัฐบาลเองเปึนคนจัดเม็ดเงินไว้เพื่อเอาไปทําอะไร เอาไปทําโครงการประกันรายได้ อธิบายสั้น ๆ สําหรับพี่น้องที่ไม่ได้ทําไร่ ทํานา ทํามันสําปะหลัง หรือทําข้าวโพด การประกันรายได้ คล้ายกับการประกันภัยรถยนต์ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกครับ แปลว่าอะไร ถ้าหากว่ารถชนกัน ใครจะเปึนคนเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม ถ้าท่านซื้อประกัน ผู้เอาประกันภัยนั่นก็คือคนขับรถเปึนคนซื้อจ่ายค่าเบี้ยประกัน เมื่อเกิดเหตุบริษัทประกันจ่าย ส่วนการประกันสินค้าราคาเกษตรไม่ได้เสียค่าประกัน ไม่มีเบี้ยประกัน แต่พอเกิดเหตุ มีส่วนต่างระหว่างราคา ราคาอ้างอิงกับราคาตลาดต่างกันปัูบ ถ้าราคาตลาดต่ํากว่า ราคาอ้างอิงมีคนเสียเงินให้ มีคนชดเชยให้ ใครเปึนคนชดเชย ท่านประธานครับ รัฐบาลชดเชย ถามว่ารัฐบาลเอาเงินใครมาชดเชย รัฐบาลเอาเงินภาษีของพวกเราทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้ ๑,๖๐๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท เปึนเงินภาษีที่กองเอาไว้ แล้วตัดออกมาส่วนหนึ่งเพื่อจะมาทํา โครงการประกันรายได้ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกครับ พี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ ทางบ้าน ถามว่าผมเห็นด้วยไหมกับโครงการประกันรายได้ ผมเห็นด้วยส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่ง ถ้าหากว่ามีการปรับปรุงให้ดีขึ้นก็จะเปึนประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน โครงการประกันรายได้ ที่รัฐบาลจัดทําของราคาพืชผลการเกษตรค่อนข้างทั่วถึง ผมใช้คําว่าค่อนข้าง เพราะว่ามันไม่ครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านช่วยแต่คนปลูกข้าว ท่านช่วยแต่คนปลูกมันสําปะหลัง ท่านช่วยแต่คนปลูกข้าวโพด แต่สินค้าอื่น ๆ ที่ทางด้านเกษตรของเรายังอีกเยอะ ท่านประธานครับ ไม่ว่าสินค้าประมง สินค้าที่จะเปึนของพืชสวนพืชไร่ เงาะ ทุเรียน มังคุด ลําไย พี่น้องทาง ภาคตะวันออกไม่ได้ประโยชน์ตรงนี้ เพราะฉะนั้นค่อนข้างทั่วถึงแต่ไม่หมด แต่ถามว่า เปึนธรรมไหม ผมเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกตรง ๆ เลยครับว่าโครงการนี้ ไม่เปึนธรรมครับ ถามว่าทําไมถึงไม่เปึนธรรม ผมอธิบายท่านประธานง่าย ๆ มีแผ่นพับอันนี้ เปึนหลักฐานนะครับ ผมไม่ได้อ้างตัวเลขลอย ๆ แผ่นพับโครงการประกันรายได้ ข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ มันสําปะหลัง และข้าวเปลือก เกษตรกรไทยเข้มแข็งรับประกันรายได้กําไรแน่นอน เอาตัวเลขมาจากตรงนี้ง่าย ๆ ท่านประธานตามผมนิดหนึ่งครับ ท่านสมาชิกโดยเฉพาะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และท่านอรรถวิชช์คงจะเปึนคนตอบผม ท่านประธานครับ ยกตัวอย่างผลผลิตง่าย ๆ อันหนึ่งคือข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ผมใช้ตัวเลขซึ่งผมก็เอามาจาก กนข. ภาคกลางในการคิดค่าเฉลี่ย การคิดค่าเฉลี่ยประกัน ว่าจะประกันให้กับพี่น้องเกษตรกรเท่าไร ไม่เท่ากันครับ ภาคกลางคิดค่าเฉลี่ยผลผลิตต่อไร่ อยู่ที่ ๔๔๕ กิโลกรัมข้าวเปลือกต่อไร่ ภาคเหนือมีค่าเฉลี่ย ๕๒๓ กิโลกรัมข้าวเปลือกต่อไร่ ภาคอีสานมีค่าเฉลี่ยที่เอาไปคูณเปึนราคาประกัน ๒๒๘ กิโลกรัมข้าวเปลือกต่อไร่เท่านั้น ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น จริงอยู่รัฐบาลอาจจะบอกว่า ประกันราคานี้ให้ประกันถึง ๒๕ ตันต่อครอบครัวข้าวเปลือกเจ้า แต่ท่านประธานครับ พอไปคูณจริง ๆ เอาง่าย ๆ ตัวเลขผมสมมุติให้ดูว่าท่านประธานมีที่นาอยู่ ๑๐ ไร่ ท่านสามารถ แก้วมีชัย มีที่นาอยู่ ๑๐ ไร่ กับนายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ มีที่นา ๑๐ ไร่เท่ากันท่านประธาน อยู่จังหวัดเชียงรายใช่ไหมครับ ค่าเฉลี่ยของจังหวัดเชียงรายภาคเหนือ ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าเอาอะไรไปคูณ ตัวคูณเลขผลผลิตต่อไร่ คือ ๕๒๓ คูณด้วยจํานวนไร่ ท่านประธานมี ๑๐ ไร่ ท่านประธานจะได้ตัวเลขในการประกันคือ ๕,๒๓๐ กิโลกรัม ข้าวเปลือก แต่นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปลูกข้าวอยู่ ภาคอีสานข้าวชนิดเดียวกัน แต่ตัวคูณผลผลิตต่อไร่ ทางการเขาให้คูณแค่ ๒๘๘ คูณด้วย ๑๐ ไร่ ก็คือผมได้แค่ ๒,๘๘๐ กิโลกรัม ท่านประธานครับมันจะเปึนธรรมอย่างไรคราวนี้ ท่านประธานลองคิดดูว่าถ้าหากว่ามีส่วนต่างของข้าวชนิดนี้ ๒ บาท สมมุติว่าราคาประกัน สูงกว่าราคาตลาด ๒ บาทต่อกิโลกรัม รัฐบาลต้องคูณให้ ๒ บาท ถูกไหมท่านรัฐมนตรีครับ หลักคิด เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าท่านสามารถ แก้วมีชัย ปลูกข้าวอยู่ทั้งหมด ๑๐ ไร่เท่ากับผม แต่ตัวคูณของท่านประธานคือ ๔๔๕ ต่อไร่ คูณ ๑๐ คือ ๔,๔๕๐ บาท คูณด้วย ๒ บาท ส่วนต่างท่านประธานได้รับเงินเข้ากระเปิาไป ๘,๙๐๐ บาท ท่านประธานมาดูผมครับ ผมปลูกข้าวเหมือนกันกับท่านประธานชนิดเดียวกัน ดําก็แทบจะพร้อมกัน ต้นทุนการผลิตปุิย ผมก็อาจจะแพงพอ ๆ กัน เพราะจังหวัดเชียงรายกับจังหวัดหนองบัวลําภูกว่าจะส่งจาก ท่าเรือคลองเตยไปพอ ๆ กัน แต่ตัวเลขในการประกันที่รัฐบาลจะจ่ายให้ รัฐบาลบอกว่า คุณพิษณุผมไม่เกี่ยว คุณอยู่ในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล แล้วตัวเลขที่ผ่านมานี่คุณเอาไปแค่นี้ ๒,๘๘๐ เพราะต้องคูณด้วย ๒๘๘ ผลผลิตต่อไร่ คูณ ๑๐ ก็คือ ๒,๘๘๐ คูณส่วนต่าง ๒ บาท ผมได้ ๕,๗๖๐ บาท ท่านประธานครับ ข้าวเหมือนกัน ต้นทุนเหมือนกันทุกอย่าง แต่ภาคเหนือ เอาไปโทษนะครับ ภาคเหนือ ๕,๒๓๐ บาท เมื่อสักครู่ ๔๕๐ บาท คือภาคกลาง เอาตัวเลข ภาคเหนือ ๕,๒๓๐ บาท นั่นคือท่านประธานรับไป ๑๐,๔๖๐ บาท ผมรับไป ๕,๗๖๐ บาท ถามว่าเปึนธรรมไหมท่านประธานครับ โครงการนี้บอกเลยครับว่าไม่เปึนธรรมแน่นอน อาจจะค่อนข้างทั่วถึงแต่ไม่เปึนธรรมต้องมีการแก้ไขท่านรัฐมนตรีครับ ท่านอาจจะบอกผมว่า การประกันรายได้มันช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น มีรายได้ที่มั่นคงผมไม่เถียงครับ แต่การมีรายได้ที่มั่นคงจะต้องอาศัยหลักความเปึนธรรมด้วยครับ ไม่ใช่ว่า ยกตัวอย่างง่าย ๆ อีกคนภาคกลางนะครับ คนรวยอยู่แล้ว รัฐบาลบอกว่าเราทํา ๒ ครอพ (Crop) คูณให้อีก ได้ไปแล้วเมื่อสักครู่ได้เท่าไร ได้ประมาณ ๘,๙๐๐ บาทต่อครั้ง ถ้า ๑๐ ไร่ คูณให้อีก ๒ เพราะว่าทํานาปรังด้วยครับ ได้ไปอีก ๑๐,๐๐๐ บาท เปึน ๑๗,๐๐๐ กว่าบาท ผลเท่าเดิมครับ พอทํานาก็ทําได้แค่ครั้งเดียวนาป้เท่านั้นท่านประธานครับ ภาคกลางได้ ๑๘,๗๐๐ ภาคเหนือได้ ๑๔,๖๐๐ แล้วภาคอีสานได้ ๕,๗๐๐ มันเปึนธรรมไหม ผมอยู่ ภาคอีสานเสียภาษีเท่ากันท่านประธานครับ ทุกคนอยู่ในห้องนี้เดินเข้าเซเว่นอีเลฟเว่น ซื้อแปรงสีฟันด้ามหนึ่งก็เสียแวต ๗ เปอร์เซ็นต์เท่ากันหมดทั้งประเทศไทยครับ แต่พอมี การประกันรายได้ทําไมครับคนรวยยิ่งได้มากยิ่งช่วยมาก คนจนยิ่งรายได้น้อย ยิ่งช่วยน้อย ผมว่ารัฐบาลนี้โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังต้องไปฝ๊กหัดเล่นกอล์ฟครับ เวลาเล่นกอล์ฟผมเรียนเลยนะครับว่า คนที่เล่นไม่เก่งเขาให้แฮนดี้แคป (Handicap) เยอะครับ แต่ถ้าคนเล่นเก่งแล้วเขาบอก ไม่ต้องเอาแฮนดี้แคป คุณรวยอยู่แล้วคุณเก่งอยู่แล้วไม่ต้องเอาแฮนดี้แคปไป นอกจากนั้น ท่านประธานครับ โครงการประกันรายได้นี้ทุกอย่างกะเอาครับท่านประธาน ผมใช้คําว่า กะเลยนะครับเพราะอะไร การกําหนดตัวเลขกะเอาทั้งนั้นครับ กะเอาว่านายพิษณุป้นี้ น่าจะได้แค่ประมาณ ๓๓๐ กิโลกรัมเท่านั้นคูณแค่นี้ก็พอ แต่ทําไมไม่คิดล่ะครับว่า เกิดนายพิษณุสูบน้ําเข้านาเหมือนกันครับ น้ําผมก็หล่อเลี้ยงผืนนาเท่า ๆ กับภาคกลาง ผมอาจจะได้ผลผลิตเท่า ๆ กับภาคกลางก็คือ ๔๐๐ หรือ ๕๐๐ กิโลกรัมข้าวเปลือกต่อไร่ เพราะฉะนั้นอย่ากะเอาครับท่านประธานต้องทั่วถึงและเปึนธรรม ผมจะไม่ว่ากับรัฐบาล อย่างเดียวผมแนะนําข้อเสนอให้ด้วย เพราะคุณเอาเงินไปแล้วยังมีเวลาแก้ไขทั้ง ธ.ก.ส. ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั่นก็คือ การกําหนดตัวเลขในการคํานวณผลผลิต ต้องกําหนดใหม่ครับท่าน ควรมีค่าเฉลี่ยที่เท่ากันทั้งประเทศนะครับ ผมเสนอว่าให้ใช้ จํานวนไร่เปึนตัวหลักเลยครับ ถ้าท่านประธานทํานาอยู่ภาคเหนือเชียงราย ๑๐ ไร่ ผมทํานา อยู่ภาคอีสาน ๑๐ ไร่ ปลูกข้าวประเภทเดียวกัน ชนิดเดียวกันเวลาเดียวกัน ถ้าได้ประกันรายได้ ก็ตั้งไปเลยว่าไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ท่านประธานมีที่นาอยู่ ๑๐ ไร่ คูณด้วย ๑,๐๐๐ บาท ท่านประธานรับ ๑๐,๐๐๐ บาท ผมมีที่นาอยู่ภาคอีสาน ๑๐ ไร่ ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ผมก็รับ ๑๐,๐๐๐ บาท เท่ากันครับท่านประธานนี่คือความเปึนธรรม รัฐบาลต้องคิดตรงนี้ ให้ถ่องแท้ อาจจะอ้างว่าเพราะว่าต้องการที่จะให้ภาคอีสานปลูกข้าวเหนียวน้อยลง ไปปลูกข้าวชนิดอื่นมากขึ้นมันทําไม่ได้หรอกครับ ได้ก็ได้ในระดับหนึ่ง เพราะพวกผม ต้องกินข้าวครับและกินข้าวเหนียว พวกผมไม่ได้กินข้าวเจ้าเหมือนทางภาคกลางนะครับ ทุกอย่างกะเอา

ข้อผิดพลาดของนโยบายตรงนี้อีก ท่านประธานครับในอดีตเราไม่เคยตั้ง งบประมาณรอไว้อย่างนี้นะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ เราไม่เคย ตั้งงบประมาณรอไว้อย่างนี้ถามว่าการตั้งงบรอไว้แปลว่าอะไร ท่านไปกําหนดอย่างนี้ ก็แปลว่าท่านเป่ดหน้าต่างให้คู่ต่อสู้ในตลาดโลกรู้เลยว่า ป้นี้ประเทศไทยจะเอาอย่างไร กับเรื่องของข้าว เปึนการส่งสัญญาณให้กับพ่อค้ารู้เลยว่ารัฐจะไม่แทรกแซงตลาด เพราะฉะนั้น แปลว่าพ่อค้ากดราคาไปเลยครับ กดให้เต็มที่ไปเลย เพราะอย่างไรรัฐบาลก็จะจ่ายให้แค่ ราคาประกันเท่านั้น กลายเปึนว่าโครงการนี้ทําให้เสียทั้ง ๒ ฝัืง ฝัืงรัฐบาลเองก็งบประมาณ ทั้งหมดละลายแม่น้ําไม่เกิดอะไรขึ้น คนรวยรวยขึ้น คนจนจนเท่าเดิม พี่น้องประชาชน คิดว่าจะได้รับส่วนต่าง จริงอยู่ครับอาจจะมีส่วนต่างให้ แต่ราคาก็ไม่ขึ้นครับ ราคาก็ตก ด้วยครับ แล้วมันจะไปเกิดประโยชน์อะไรครับ สมมุติว่าท่านประกันไว้ ๙,๕๐๐ บาท แต่ราคาจริง ๆ ท่านทําแบบนี้พ่อค้าบอกว่าผมจะซื้อแค่ ๕,๐๐๐ บาท ท่านบอกให้โป็มา ๔,๐๐๐ บาท มันก็ได้อยู่แค่นี้แต่ในกรณีที่ตลาดขึ้นราคาเราไปกําหนดตรงนี้ทําให้เกิด การกดตลาด เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ รัฐมนตรีครับต้องแก้ไขหาวิธีการ ถ้าเรา จะช่วยเขาจริง ๆ ต้องการที่จะทําประชานิยม ต้องการที่จะได้คะแนนเสียงจากพี่น้องภาคอีสาน และทุกภาคก็คือให้เปึนไร่ไปเลยครับ ไม่มีใครว่าครับ คูณด้วยไร่ไปเลยครับ มีกี่ไร่ ๑๐ ไร่ ก็ว่ากันไป

สรุปท่านประธานครับ ผมขออนุญาตปรับลดลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๑๐,๔๐๐ ล้านบาท กราบวิงวอน ส.ส. ทุกท่านในห้องนี้ ถ้าเห็นด้วยกับผมนะครับ ตอนโหวต ขอความกรุณาโหวตกับผมเสียงข้างน้อยปรับลดลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ถามว่าปรับแล้วเอาไป ทําอะไรไม่ต้องตกใจครับ กรรมาธิการเราประชุมได้อีกครับ เรายังประชุมแก้ไขได้อีก ถ้าปรับแล้วบางคนบอกว่าท่านพิษณุปรับแล้วได้เงินมา ๑๐,๔๐๐ ล้านบาทจะเอาไปทําอะไร มีเยอะแยะถ้าทําได้ท่านประธานครับ เอาไปทําให้มันเกิดประโยชน์อย่างที่รัฐบาลต้องการ สร้างเสถียรภาพราคา เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ถ้าผมเปึนรัฐบาลผมจะให้กรมพัฒนาที่ดินไปสร้างแหล่งน้ําในไร่นานอกเขตชลประทาน ขอมาทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ ราย ป้นี้ให้พวกผมเท่าไรท่านประธานครับ ๘,๐๐๐ รายเท่านั้นครับ มีความต้องการทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ ราย แต่รัฐบาลจัดให้เพียง ๘,๐๐๐ ราย เปึนเงิน ๑๔๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เทียบกับชลประทานนะครับ พื้นที่เขตชลประทานรับไป ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่พื้นที่นอกเขตชลประทาน กรมพัฒนาที่ดินซึ่งดูตรง ๆ กับตรงนี้ ได้ไป ๑๔๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท คิดเอาเองครับพี่น้องประชาชน

นอกจากนั้นสุดท้ายแล้วถ้ายังมาได้เงินอีกผมจะทําอย่างไร ผมจะมอบให้กับ รัฐมนตรีพรทิวาไป ๑,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปทําอะไร บอกท่านรัฐมนตรีพรทิวา หรือพี่วานี่แหละ เอาเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ไปทําการตลาดครับ ไปทําตลาดข้าวของเราตีตลาดให้ได้ทั่วโลก คุณจะไปบอกเปึนข้าวอินทรีย์กินแล้วดี แข็งแรง กินอะไรก็ตามแต่ทําตลาดครับ ของบางอย่าง ท่านประธานเห็นไหมครับว่าของนี่ของธรรมดาพื้น ๆ ครับ แต่ว่าพอทําตลาดมีข้าวตามตลาด ออกทีวี หรือทําประชาสัมพันธ์นี่ของดีมีราคาทันที ท่านพรทิวาเอาไป ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าทําการตลาดดีครับไม่ต้องมาแทรกแซง ไม่ต้องมาเสียเวลา ไม่ต้องมา เสียเงินอีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ต้องมาวุ่นวายเลยท่านประธานครับ ถ้าทําตลาดได้ เสียเงินน้อยครับ แต่ว่าคนเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ต้องเก่งเอาไป ๑,๐๐๐ ล้านบาท ต้องทําให้ได้ ต้องทําให้ได้ตันละ ๓๐,๐๐๐ บาท อย่างสมัยท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมขอสรุปนะครับ วันนี้ถ้าจะเอากับผมโหวต ข้างผมปรับลด ๑๐,๔๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าไม่เอากับผมเสียงข้างมากให้เขาอีก ๕๗,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขอบพระคุณครับ