จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ยืนยันว่าไม่ได้ไปสถานที่ที่สุนัยกล่าวอ้าง และขอชี้แจงเหตุผลในการเดินทางไปประชุมที่เจนีวา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องงบประมาณการศึกษา โดยกล่าวถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการใช้งบประมาณจัดซื้อชุดนักเรียนตามหลักสูตรเก่า และเรียกร้องการความเข้าใจและความชัดเจนในการดำเนินการ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ความจริงมีหลายประเด็นที่จะขอทําความเข้าใจกับสภา แต่ว่าช่วงนี้ขออนุญาตท่านประธาน ชี้แจงประเด็นเดียว ประเด็นที่คุณสุนัย จุลพงศธร เพิ่งพูดเสร็จไปเมื่อสักครู่นี้ ประเด็น ที่ท่านมาแสดงเอกสาร แล้วก็พูดถึงการเดินทางไปประชุมองค์การอนามัยโลกที่เจนีวา เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ผมเรียนว่าผมไปประชุมจริงครับ ที่ต้องไปประชุมเพราะว่า การประชุมองค์การอนามัยโลกถือว่าเปึนการประชุมระดับใหญ่ที่สุดของการประชุมของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของทั่วโลก แล้วก็รัฐมนตรีที่ไปนั้นจะต้องมีกําหนดการ สําคัญคือต้องไปกล่าวปราศรัยในที่ประชุมองค์การอนามัยโลกตามที่ได้กําหนดไว้ แล้วผมก็มีกําหนดการต้องไปกล่าวปราศรัยในที่ประชุมนั้นด้วย แล้วก็ได้กล่าวปราศรัย เสร็จสิ้นแล้ว แต่ว่าอย่างไรก็ตามกรณีที่คุณสุนัยได้นําเอกสารแล้วก็มากล่าวหาผม ในที่ประชุมเมื่อสักครู่ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่ามีหลายประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับ ความเปึนจริง แล้วก็น่าเสียดายที่คุณสุนัยไม่ตรวจสอบเสียก่อนว่าข้อเท็จจริงคืออะไร อย่างน้อยถ้ามีเจตนาที่ดีถามผมสักคําก็ได้ครับว่าเอกสารที่ได้รับมานั้นหรือเอกสาร ที่นํามากล่าวอ้างนั้นตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธาน เรื่องจํานวนคนที่เดินทางประมาณ ๕๐-๖๐ คน อันนี้เปึนเรื่องจริง ผมก็เอะใจครับ ตั้งแต่ต้นว่าทําไมถึงมีผู้เดินทางเปึนจํานวนขนาดนี้และมีความจําเปึนมากน้อยแค่ไหน อย่างไร แต่ว่าก็ได้ตรวจสอบแล้วก็พบว่าเกือบจะเรียกว่าทุกครั้งที่มีการประชุมก็มี ความจําเปึนที่จะต้องมีเจ้าหน้าที่ประมาณนี้ครับเดินทางไปในแต่ละป้ใกล้เคียงและ เช่นเดียวกัน เพราะว่าในการประชุมองค์การอนามัยโลกนั้นถือว่าเปึนการประชุมที่เปึน องค์กรที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้านสาธารณสุข และมีการประชุมหลายชุดหลายฟอรัม (Forum) ด้วยกัน ขออภัยที่ใช้ภาษาอังกฤษ แล้วก็เปึนการประชุมที่ต้องมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ในแต่ละเรื่องในแต่ละหน่วยงานที่ต้องเข้าร่วมประชุม ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็มีเจ้าหน้าที่ ตามความจําเปึน ๑ ๒ ๓ ก็สุดแล้วแต่ว่าหัวข้อเรื่องที่ต้องเข้าประชุมนั้นเปึนเรื่องอะไร นี่ประเด็นแรกที่ขอชี้แจงทําความเข้าใจ
ประเด็นที่สอง ผมไม่ได้ไปอย่างในสถานที่อย่างที่คุณสุนัยกล่าวอ้างละครับ ผมไม่ได้ไปโซโหครับ ไม่ได้ไปออกซฟอร์ดสตรีทที่คุณสุนัยพูดถึง ไม่ได้ไปแฮรอท แล้วก็ ไม่ได้ไปดูการผลัดเปลี่ยนเวรยามบักกิ้งแฮม ไม่ได้ไปบิ๊กเบน แล้วก็ไม่ได้มีปัญหาทางจิต อย่างที่คุณสุนัยพูด แล้วก็ขณะเดียวกันขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าไม่ได้ไป ขึ้นลอนดอนอาย หรือชิงช้าสวรรค์อะไรทั้งสิ้น แล้วก็ขอเรียนว่าผมไม่ได้ไปอังกฤษครับ ผมไปประชุมที่เจนีวาเสร็จแล้วก็รีบกลับ ไปปฏิบัติภารกิจสําคัญก็คือแน่นอนครับ ไปกล่าวปราศรัยในที่ประชุมใหญ่องค์การอนามัยโลก เวลาที่เหลือก็เท่าที่จําเปึนแล้วก็รีบ เดินทางกลับ เพราะช่วงระยะเวลานั้นเปึนช่วงระยะเวลาที่กําลังมีสถานการณ์การชุมนุม ที่ส่อเค้าว่าสถานการณ์มีการใช้ความรุนแรงในประเทศ แล้วผมก็เดินทางกลับแล้วก็ตั้งใจ ไปปฏิบัติหน้าที่ในส่วนนี้เปึนด้านหลัก เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือสิ่งที่ขออนุญาตที่จะกราบเรียน ทําความเข้าใจกับท่านประธานเปึนการเบื้องต้นก่อนในประเด็นนี้ครับ แล้วก็ประเด็นอื่น ๆ ก็ขออนุญาตที่จะละไว้นะครับที่จะใช้เวลาชี้แจงในช่วงเวลาถัดจากนี้ไป
สําหรับกรณีที่เกี่ยวพันไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ ขออีกนิดเดียวครับ ความจริงตอนอยู่กระทรวงศึกษาธิการคุณสุนัยก็อภิปรายผมเกือบจะเรียกว่าทุกครั้ง แล้วก็ผมคิดว่าถ้ามีประเด็นอะไรที่ต้องตรวจสอบคุณสุนัยก็ได้ตรวจสอบตามสมควร แล้วนะครับ นํามาพูดในที่นี้ผมก็ไม่ติดใจละครับ ความจริงก็ได้อธิบายไปหลายกรณี เช่น งบตําราเรียนทําไมถึงไปใช้หลักสูตรเก่าเหมือนกับเปึนตําราที่ผมจับความได้อย่างนี้ ถ้าไม่ตรงก็ขออภัย เพราะท่านพูดก็ไม่ได้ชัดเจนเท่าไร เหมือนกับว่าองค์การคุรุสภา เขาพิมพ์หนังสือไว้ล่วงหน้าแล้ว ถึงเปึนที่มาที่ทําไมผมอนุญาตให้ใช้งบตําราเรียน โดยหลักสูตรเก่า ความจริงไม่ใช่หรอกครับ ถ้าสมมุติว่าพิมพ์ไว้ล่วงหน้าก็ต้องพิมพ์ก่อน ผมเข้ามา แล้วผมก็เพิ่งเข้ามาเปึนรัฐมนตรี รัฐบาลชุดไหนพิมพ์ไว้ผมก็ไม่สามารถที่จะพูดได้ว่า เปึนอย่างไร แต่ว่าข้อเท็จจริงก็คือที่ต้องใช้ตําราที่เปึนหลักสูตรเดิมก็เพราะว่าหลักสูตรใหม่ เราเริ่มใช้ป้ ๒๕๕๔ ช่วงนั้นมันป้ ๒๕๕๒ เพราะฉะนั้นก็เปึนหลักสูตรป้ ๒๕๕๓ อันนี้ก็คือ สิ่งที่ขออนุญาตที่จะกราบเรียนทําความเข้าใจ ชุดนักเรียนคุณสุนัยบอกว่าถ้าไม่บอก เจ้าอาวาสก็กินไก่วัด ไม่หรอกครับ คุณสุนัยจะบอกหรือไม่บอก ผมก็มีดุลยพินิจของผม ดุลยพินิจในการที่จะตัดสินใจว่าอะไรคือประโยชน์สูงสุดของประชาชน งบชุดนักเรียน ที่จัดให้ก็คือจัดให้เปึนเงินสดให้กับมือผู้ปกครองเพื่อไปจัดซื้อด้วยตัวเองตามอัธยาศัย ตามเกณฑ์ที่กําหนดว่าทุกคนจะได้รับงบประมาณคนละ ๒ ชุด กระทรวงศึกษาธิการ ไม่ได้จัดซื้อเลยแม้แต่ชุดเดียว ทั้งหมดเปึนหน้าที่ของผู้ปกครองที่รับเงินสดไป อันนี้ ก็ขออนุญาตกราบเรียนทําความเข้าใจ