ชลน่าน ศรีแก้ว อธิบายหลักการประชุมสภา โดยเน้นย้ำถึงหลักการเสียงข้างมาก และไม่ให้โทษสมาชิกเสียงข้างน้อย ตามข้อบังคับการประชุมปี 2551
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กระผมต้อง ขออนุญาตท่านประธานในช่วงนี้ใช้เวลาไม่มากที่จะกราบเรียนท่านประธาน ในประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับระเบียบที่ท่านประธานออกตามข้อ ๑๗ ของข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งท่านประธานได้กรุณาอ่านให้สมาชิกได้รับทราบไป ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ผม จะเข้าสู่เนื้อหาสาระที่ท่านประธานได้กรุณาแจ้งให้ท่านสมาชิกทราบ ผมเองต้อง ขออนุญาตท่านประธานใช้เวลานิดเดียวครับ กรณีเรื่องวิธีการประชุม วิธีการปรึกษาหารือ ซึ่งกระผมถือว่าผมมีส่วนแล้วก็สมาชิกได้กล่าวทํานองทําให้ผมได้รับความเสียหาย แต่ก็ขอบคุณสมาชิกบางท่าน ยกตัวอย่าง เช่น ขออนุญาต ท่านธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยกประเด็นขึ้นแล้วอ้างบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการประชุมอย่างชัดเจน ผมต้องขอบคุณท่านในประเด็นนั้น ท่านประธานครับ การประชุมของเราอย่างไรนี่ต้องทําตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่เราได้ออกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๔ สิ่งหนึ่งที่ผมเป็นกังวลแล้วก็กราบเรียนท่านประธานไป ท่านประธานก็ใช้ดุลยพินิจ ของท่านที่จะพยายามทําให้ถูกต้องตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ กระผมคิดว่าตรงนั้น เป็นเรื่องชอบ โดยเฉพาะประเด็นการปรึกษาหารือ ท่านประธานครับ ถ้าจะดูในข้อ ๑๗ ให้ชัดเจน เจตนารมณ์ของผู้ร่างและเจตนารมณ์ของสภาแห่งนี้ที่ได้ผ่านข้อบังคับมาเป็น ข้อบังคับการประชุม ปี ๒๕๕๑ เขียนไว้ชัดเจนว่า ก่อนเข้าสู่ระเบียบการประชุม ไม่ได้ หมายความว่าก่อนเปิดการประชุม ก่อนการประชุม ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม มีความหมายแตกต่างกันอย่างชัดเจน การประชุม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญเขียนไว้ ในมาตรา ๑๒๖ ใช้คําว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมวุฒิสภา การประชุมได้มาเขียนในบทนิยามในข้อบังคับ ปี ๒๕๕๑ ในข้อ ๓ ใช้ว่า การประชุม หมายความว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ล้อมาจากรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นจะเป็น การประชุมได้นี่มาตรา ๑๒๖ ของรัฐธรรมนูญเขียนว่า ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่ง ก็คือกึ่งพอดี อันนี้ก็ ๒๓๘ คน เพราะสมาชิกเราเพิ่มขึ้นเป็ น ๔๗๕ คน ท่านประธานครับ นั่นจึงถือว่าเป็นการประชุม การประชุมใด ๆ ไม่เป็นการประชุมก็ถือว่า เป็นการประชุมมิได้ ซึ่งเดิมที่เราปฏิบัติกันมากรณีองค์ประชุมไม่ครบ ก็ด้วยความเมตตา ของท่านประธานปล่อยให้สมาชิกได้หารือ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์มากที่ได้นําเอาปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องมานําเสนอท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ผมได้ทักท้วงในแง่ผลการปฏิบัติตามข้อหารือนั้น เพราะว่าเวลาเราแจ้งเขานี่เราใช้คําว่า จากการประชุม ครั้งที่ วันที่ สมัยที่ มันก็มีข้อทักท้วงมาว่าคุณไม่มีการประชุม แต่มาเขียนว่าเป็นการประชุม เขาไม่ปฏิบัติตามข้อหารือก็ได้ ซึ่งจริง ๆ เขาก็ไม่ปฏิบัติ อยู่แล้วครับท่านประธาน เพียงแต่แจ้งให้เราทราบว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าการปรึกษาหารือเป็นประโยชน์มาก ระเบียบ ท่านประธานที่ออกรองรับก็ถูกต้องตามข้อ ๑๗ ท่านมีสิทธิออกได้เลย แต่สิ่งที่ผมต้อง กราบเรียนก็คือว่ากรณีการเข้าสู่การประชุม เมื่อองค์ประชุมครบท่านประธานกดออด เปิดประชุม ก็เข้าสู่วาระการปรึกษาหารือเท่าที่ท่านประธานกําหนดได้ตามระเบียบ หลังจากนั้นก็เข้าสู่ระเบียบวาระไป แต่กรณีถ้าองค์ประชุมไม่ครบ กําหนดไว้ ๐๙.๐๐ นาฬิกา ถ้าองค์ประชุมไม่ครบท่านเองมีสิทธิจะมาขึ้นนั่งบัลลังก์ตอน ๐๙.๐๐ นาฬิกา แล้วมีสิทธิที่จะประกาศว่าขอเลื่อนการประชุมไปเนื่องจากองค์ประชุม ไม่ครบ ท่านเองไม่มีสิทธิพักการประชุม ท่านอาจจะใช้คําพูดผิดก็ได้ ขอเลื่อนการประชุมไป กี่นาที กี่ชั่วโมงบอกได้ เมื่อถึงเวลาเลื่อนอีกครั้งหนึ่งถ้าไม่ครบนั่นถือว่าการประชุมนั้น เกิดขึ้นไม่ได้ ข้อปฏิบัติอย่างนี้ผมคิดว่าถ้าปฏิบัติตามข้อบังคับแล้วเป็นประโยชน์ยิ่งครับ ท่านประธานเองไม่จําเป็นว่าต้องมานั่งรอ ๘ โมงครึ่งท่านประธานไม่จําเป็นมานั่งรอตรงนี้ ๙ โมงท่านขึ้นมา ถ้าไม่ครบประกาศเลื่อนประชุมไป ท่านไปทําธุระภารกิจอะไรของท่าน ก็ได้ ถ้าครบองค์ประชุมหรือครบเวลาที่ท่านแจ้งไว้ก็กลับขึ้นมาบนบัลลังก์มาดําเนินการ ประชุมไป ก็เข้าสู่ระเบียบวาระ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระก็เป็นวาระการปรึกษาหารือไป ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้เพื่อให้การประชุมเรามีคุณภาพ แล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เขาตอบสนองได้
ประการสุดท้าย ประเด็นเรื่ององค์ประชุม ด้วยความเข้าใจในระบอบ การปกครองระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เราใช้เสียงข้างมากนะครับ อย่าลืมหลักการพื้นฐานเรื่องนี้ หลักเสียงข้างมากท่านจะเป็นรัฐบาลได้ จะเป็นผู้บริหาร ประเทศไทยได้ท่านต้องมีเสียงข้างมาก เมื่อท่านมีเสียงข้างมาก สภานิติบัญญัติกลไกสอดรับกับรัฐบาล ระบบเราเป็นอย่างนี้นะครับท่านประธาน ระบบรัฐสภานะครับ ระบบเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นองค์ประชุมปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่า เป็ นภารกิจ เป็ นหน้าที่ของเสียงข้างมาก อย่าได้โทษสมาชิกเสียงข้างน้อยครับ พวกผมมาร่วมประชุมแต่มิใช่องค์ประชุมก็ได้ ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพอย่างนั้นนะครับ อันนี้เป็นหลักการพื้นฐานครับ เมื่อท่านมีเสียงข้างมาก ท่านต้องรับผิดชอบเสียงข้างมากของท่านเอง อย่าไปโทษคนอื่นเขาครับ เมื่อเสียงข้างมาก ไม่มีเป็นเสียงข้างมาก มันจะเป็นเสียงข้างมากที่ปกครองประเทศชาติบ้านเมืองได้อย่างไร ตรงนี้เราต้องตระหนักกันครับ อย่าได้มาพูดกระแนะกระแหน อย่าได้มาบอกว่าฝ่ายโน้น ฝ่ำยนั้นไม่มี ผมเองเห็นใจท่านประธานครับ ท่านก็พยายามทําหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่อย่างไรก็แล้วแต่รัฐธรรมนูญ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องสําคัญที่สุด ถ้าท่านปฏิบัติตรงนั้นได้ถูกต้อง ท่านเป็นกลางที่สุดครับ ไม่มีใครตําหนิท่านได้เลย ผมเองกราบขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงครับ