สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

สมัย เจริญช่าง เสนอร่างพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้งมากขึ้น และลดปัญหาการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในอดีต โดยเห็นด้วยกับการนับคะแนนรวมเพื่อความโปร่งใส และเรียกร้องให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเพื่อแก้ไขปัญหาการนับคะแนนในการเลือกตั้งท้องถิ่น

นายสมัย เจริญช่าง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเกรงใจเวลาในการประชุมสภาวันนี้ กระผมคงจะใช้เวลาไม่มากนักที่จะได้เรียน ต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ร่างพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ท่านถวิล ไพรสณฑ์ ผู้เสนอร่างพร้อมคณะ พร้อมด้วยร่างของพรรคชาติไทยพัฒนา ร่างของพรรคภูมิใจไทย ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่เปึน การท้าทายกระแสแนวคิดในการที่จะเป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วม การเป่ดโอกาส ให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมทั้งเรื่องของการใช้สิทธิเลือกตั้ง ทั้งเรื่องของการรับผิดชอบ ต่อผลการเลือกตั้ง วันนี้เราได้ผ่านพ้นการเลือกตั้งมาหลายสิบครั้งตามที่ท่านเจ้าของร่าง ได้เรียนไปเมื่อสักครู่ว่า ตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ จนถึงการเลือกตั้งครั้งสุดท้าย เมื่อป้ ๒๕๕๐ ประเทศไทยของเราได้ผ่านการเลือกตั้งในระบบการนับคะแนนเสียงหรือนับบัตรเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งนั้นจนถึงป้ ๒๕๓๙ เพิ่งจะมีการนับคะแนนรวมเมื่อป้ ๒๕๔๔ เปึนครั้งแรก แล้วก็ต่อด้วยป้ ๒๕๔๘ แล้วหลังจากนั้นก็มีการปฏิวัติรัฐประหาร แล้วก็กลับมาเลือกตั้ง ในลักษณะของการนับบัตรเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่งในป้ ๒๕๕๐ กระผมคงไม่พูดถึง ประเด็นเรื่องส่วนตัว เพราะถ้าจะนับถึงเรื่องส่วนตัวในการเลือกตั้งแล้ว พวกเราทั้งสภาก็คงจะพูดกัน ได้มากทุกท่าน เพราะมีประสบการณ์ด้วยกันทั้งสิ้น การเลือกตั้งในระยะแรก ๆ ก่อนนั้น กระทรวงมหาดไทยเปึนผู้รับผิดชอบการเลือกตั้งเราก็บอกว่า การเลือกตั้งมีปัญหา เพราะเนื่องจากว่าใครเปึนรัฐบาลคนนั้นก็ได้เปรียบในการจะใช้อํานาจผ่านข้าราชการประจํา ซึ่งเรื่องเหล่านั้นก็คงจะมีส่วนไม่น้อยทีเดียว ผมเองเคยลงเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อป้ ๒๕๒๙ ได้รับการประกาศผลการเลือกตั้งว่าได้เปึนผู้แทนราษฎรเมื่อตอน ๐๒.๐๐ นาฬิกา แต่ปรากฏว่า พอถึง ๐๗.๐๐ นาฬิกาประกาศเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งบอกมีการรวมคะแนนผิด ก็เปึนอันว่าผมได้เปึนผู้แทนราษฎรอยู่ ๕ ชั่วโมงในครั้งนั้น นั่นก็เปึนผลพวงจากการเลือกตั้ง ที่รับผิดชอบโดยกระทรวงมหาดไทย มาตอนหลังมีการเลือกตั้งโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง เราก็ได้พบว่ามีปัญหาเช่นเดียวกันครับ ถ้าหากว่าไม่มีปัญหาก็คงจะไม่เกิดคดีฟัองร้องจนกระทั่ง นําไปสู่การดําเนินคดี แล้วก็ได้มีการวินิจฉัยว่าคดีมีมูลเกี่ยวกับเรื่องของคณะกรรมการ การเลือกตั้งในยุคก่อน สิ่งหนึ่งที่สําคัญที่สุดก็คือ วันนี้ถ้าเรายอมรับถึงทฤษฎีประชาธิปไตยว่า ประชาธิปไตยเปึนการปกครองโดยประชาชน ของประชาชนและเพื่อประชาชน ผมคิดว่าเรา จะต้องให้โอกาสประชาชนเขาได้รับผิดชอบผลจากการตัดสินใจของพวกเขามากขึ้น เพราะฉะนั้น การนับคะแนนบัตรเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งนั้นได้มีท่านสมาชิกหลายต่อหลายท่านได้ยืนยัน ถึงประสบการณ์และข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่าน่าจะมีความชอบธรรมมากขึ้น เพราะว่าเปึน การเป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม

ประการที่ ๒ นอกเหนือจากความชอบธรรมแล้ว ผมคิดว่าในเรื่องของ หลักนิติธรรม เพราะว่าวันนี้เรายอมรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งในรัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้นบัญญัติไว้ว่า การเลือกตั้งให้มีการนับคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้ง และผลพวงจากการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้แหละครับ ทําให้พวกเราได้มีโอกาสเข้ามาทําหน้าที่ เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าย้อนหลังไป ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่าน ส.ส. ชูวิทย์ได้พูดถึง ท่านอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเปึน ส.ส. จากจังหวัดชลบุรี ท่านเปึนคนขายความคิด ในการที่จะให้การเลือกตั้งนั้นมีการนับคะแนนรวม เพราะให้เหตุผลว่าถ้านับคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้งแล้วจะทําให้มีการเกรงกลัวต่ออิทธิพลท้องถิ่น ทําให้จะไม่ได้คนดีมาเปึน ผู้แทนราษฎร ท่าน ส.ส. ชูวิทย์บอกว่าขณะนี้ตัวอย่างที่จังหวัดชลบุรีก็เห็นชัดครับว่าคนที่ เข้ามาเปึนผู้แทนราษฎรก็ไม่มีใครเปึนผู้มีอิทธิพลสักคนหนึ่ง แล้วก็ได้มาจากการนับคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้ง อันนี้ก็คงจะเปึนประจักษ์พยานว่าสมมุติฐานนั้นก็คงจะไม่เปึนความจริง ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่กระผมขออนุญาตได้เรียนโดยสรุปก็คือ ขณะนี้การเลือกตั้งอยู่ ในความรับผิดชอบของ กกต. หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่เปึนเจ้าพนักงานของรัฐนั้นมีเพียง กกต. กลาง กับ กกต. จังหวัดเท่านั้น สําหรับ กกต. เขต ที่รับผิดชอบในการเลือกตั้งนั้นกฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าเปึนเจ้าพนักงานของรัฐ เพราะฉะนั้น เมื่อเปึนอย่างนี้มันก็ย่อมมีปัญหาอย่างที่ท่านสมาชิกหลายต่อท่านได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ว่ามีการทุจริตหรือว่ามีการกระทําที่ส่อไปในทางจะทุจริต เกี่ยวกับเรื่องของการนับคะแนน บัตรเลือกตั้ง ถ้าหากว่าเราเป่ดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมมากเท่าใด ผมคิดว่า ความโปร่งใสในการนับคะแนนก็จะมากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตเรียนสนับสนุนว่า ผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ

ประการสุดท้าย การเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ได้มีเฉพาะในต่างจังหวัดนะครับ ในกรุงเทพมหานครเราก็มีการเลือกตั้งท้องถิ่น เมื่อเร็ว ๆ นี้เมื่อประมาณ ๒ เดือนที่แล้ว มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร วันเดียวกันกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต แต่ปรากฏว่าการนับคะแนนทําไม่เหมือนกันครับ สมาชิกสภาเขตนับคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้ง แต่ปรากฏว่าสมาชิกสภากรุงเทพมหานครต้องนําหีบบัตรเลือกตั้งไปรวม ณ สถานที่ นับคะแนนจุดเดียวกัน ประชาชนเขาก็สอบถามว่าวันนี้รัฐไว้วางใจประชาชนหรือไม่ไว้วางใจ ประชาชน ถ้าไม่ไว้วางใจประชาชนที่จะนับที่หน่วยเลือกตั้งก็น่าจะรวบเอาไปนับ ณ จุดเดียวกันทั้งหมด หรือถ้าไว้วางใจประชาชนก็นับที่หน่วยเลือกตั้งทั้งหมด เพื่อให้ประชาชน เขาได้มีสิทธิมีส่วนในการรับรู้ในการนับคะแนน แต่ปรากฏว่าลงคะแนนพร้อมกัน ๐๘.๐๐ นาฬิกา ป่ดหีบลงคะแนนพร้อมกัน ๑๕.๐๐ นาฬิกา แต่ว่านับคะแนนไม่เหมือนกัน สิ่งเหล่านี้แหละ สร้างความสับสนให้กับพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าเปึนการชอบแล้วครับที่จะได้รับเอา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปสู่การพิจารณา แล้วก็เพื่อจะได้ฝากข้อคิดเหล่านี้กับ ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะได้ไปพิจารณาในรายละเอียด เพื่อให้เกิดความถูกต้อง ความชอบธรรม ในการต่อไป ขอบพระคุณมากครับ