สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระว่าด้วยสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ โดยเน้นย้ำถึงสิทธิชุมชนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับกฎหมายฉบับใหม่ที่คล้ายกับระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น ต่อการเสนอร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระว่าด้วยสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ของคณะรัฐมนตรี เสนอมาให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณา เพื่อจะให้ความเห็นว่า จะรับหลักการในวาระที่หนึ่งหรือไม่ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมตรวจสอบดู มีทั้งหมด ๔ หมวด ๔๐ มาตรา มีบทเฉพาะกาล มีสาระสําคัญตามที่ท่านรัฐมนตรีได้เสนอ ให้กับสภาแห่งนี้ได้รับทราบอยู่ ๕ เรื่องนะครับ

เรื่องที่ ๑ เปึนเรื่องการจัดตั้งองค์การอิสระ

เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องของอํานาจหน้าที่

เรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องของวิธีการการให้ความเห็นขององค์การ

เรื่องที่ ๔ ว่าด้วยเรื่องสํานักงาน

เรื่องที่ ๕ ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับรัฐสภา และมีบทเฉพาะกาล อีก ๓ มาตรา ท่านประธานครับ ผมเองกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผมค่อนข้าง จะเห็นคล้อยกับท่านสงวน พงษ์มณี ต้องขออนุญาตเอ่ยนามครับ ที่ท่านได้อภิปราย เรื่องสาระสําคัญของสิทธิชุมชน ในหมวด ๑๒ ของรัฐธรรมนูญนะครับ โดยข้อเท็จจริง มาตรา ๖๖ มาตรา ๖๗ เน้นสิทธิชุมชนเปึนหลัก สิทธิชุมชนในมาตรา ๖๗ วรรคหนึ่ง เปึนสิทธิชุมชนที่เขาจะดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เขาอยู่ได้ ให้อยู่กับสิ่งแวดล้อมได้ อยู่กับสิ่งที่อยู่รอบตัวเขาได้โดยที่อยู่อย่างต่อเนื่องนะครับ มีความสุข เปึนปกติอย่างต่อเนื่องไม่มีอันตรายต่อสุขภาพของเขา นั่นคือเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ จริงอยู่ครับผมมาดูเหตุผลที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอ หรือแม้แต่เพื่อนสมาชิกได้เสนอนี่ เน้นมาตรา ๖๗ วรรคสองเปึนหลัก ถ้าเน้นมาตรา ๖๗ วรรคสอง ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเปึน การเขียนเหตุผลเพื่อรองรับในการที่จะเอาองค์การอิสระเรื่องคุณภาพสิ่งแวดล้อม เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องสุขภาพมาให้ความเห็นเพื่อจัดทําโครงการหรือกิจกรรมของรัฐ โดยเฉพาะโครงการหรือกิจกรรมของรัฐที่เปึนประเด็นเปึนปัญหาอยู่ปฏิเสธไม่ได้ครับ เรื่องมาบตาพุด นั่นแหละครับมันเลยเปึนมุมมองที่ทําให้พวกเราเข้าใจผิดว่ามันจําเปึน ต้องออกกฎหมายตามมาตรา ๖๑ วรรคสอง หลายท่านก็บอกว่าจําเปึน แม้กระทั่ง ครม. เองก็เห็นว่าจําเปึน ตอนแรกออกมาเปึนการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายส่งเสริมรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วถอนตัวออกไปมีหลายฝ์ายทักท้วงว่าน่าจะไม่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเราหลงประเด็นไป จะทําให้กฎหมายของเราออกมาไม่ได้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง คําว่า ประโยชน์ อย่างแท้จริง ของผมในตรงนี้ก็คือสิทธิชุมชนในการที่เขาจะดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม รักษาทรัพยากรธรรมชาติของเขาให้เขาอยู่ได้ อยู่อย่างมีความสุขไม่เปึนอันตราย ต่อเขา แต่ประเด็นถ้าเราออกมาอย่างนี้ท่านประธานครับเราจะได้ครับ คือได้จัดทํา โครงการหรือแผนงานหรือกิจกรรมที่เราคิดว่าน่าจะมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชน ตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศหรือตามที่กระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องประกาศ ท่านประธานครับ การทําอย่างนั้นแน่นอนครับ โครงการหรือกิจกรรม ที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชนจะกระทํามิได้ รัฐธรรมนูญเขียนอย่างนั้นครับ ทํามิได้ เว้นแต่ทํา ๓-๔ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ คือการประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ภาษาอังกฤษเขาใช้คําว่า อีไอเอนะครับ แล้วก็ประเมินคุณภาพของผลกระทบด้านสุขภาพ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อสุขภาพ นั่นเปึนเรื่องแรกเลยที่จะต้องทํา

เรื่องที่ ๒ ต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียก่อน

เรื่องที่ ๓ ต้องได้รับความเห็นประกอบจากคณะกรรมการที่เปึนองค์การอิสระ องค์การนะครับไม่ใช่องค์กร องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนถึงจะดําเนินกิจกรรมหรือโครงการนั้นได้ ถ้าเรามาหลงอยู่ตรงนี้ ผมว่ากฎหมายฉบับนี้อาจจะมีอันตรายพอสมควร เหมือนกับเพื่อนสมาชิกได้ตั้งข้อสังเกตไว้ เพราะว่าเท่าที่ผมดูในตัวบทนะครับ กระบวนการการให้ความเห็นมีกระบวนการถูกต้องครับ เริ่มจากหน่วยงานของรัฐโดยสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ไปประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอีไอเอก่อน ประเมินผลกระทบด้านสุขภาพก่อน แล้วส่งให้ ผู้ชํานาญการ ผู้เชี่ยวชาญ ได้ให้ความเห็นตามกฎหมายส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นเสร็จแล้วถึงจะส่งไปให้หน่วยงานนี้ดู ถ้าทําตามนี้นะครับหน่วยงานนี้ก็ไม่ได้ ต่างอะไรจากการดูเอกสารอย่างเดียว ดูเอกสารอย่างเดียวแล้วให้ความเห็น แล้วถามว่า ความเห็นนั้นที่เราต้องการที่สุดเปึนการให้ความเห็นเพื่อให้ดํารงอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่อง ในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของเขา คณะกรรมการชุดนี้มีความสามารถถึงขนาดนั้นหรือครับ ตามร่างนี้แทบจะไม่มีนะครับ ท่านประธาน ถึงแม้จะพยายามไปเขียนอํานาจหน้าที่เพิ่มเติมว่าสามารถที่จะเข้าไปสังเกต หรือเสนอแนะในการที่จะไปรับฟังความคิดเห็นได้ แต่นั่นเปึนกระบวนการ แต่สิ่งหนึ่ง ที่ผมเปึนห่วงก็คือว่าสิทธิชุมชนที่ควรจะได้รับในการที่จะดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมกฎหมาย ฉบับนี้มันไม่มีบทมาตราใดครับที่จะออกมารองรับ

ประการต่อไป ท่านประธานครับ ดูจากเหตุผลและบทเฉพาะกาลแล้ว กฎหมายฉบับนี้คล้ายกับว่าออกมาเพื่อกลบเกลื่อนวิธีการกระทําของรัฐบาลที่ถูกทักท้วง ว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่โดยข้อเท็จจริงท่านประธานครับ มาตรา ๖๗ วรรคสอง ผมไปดูบทเฉพาะกาลในมาตรา ๓๐๓ เขาไม่ได้พูดไว้เลยครับ ให้ตรากฎหมายตามมาตรา ๑๗๖ หลังจาก ๑ ป้จะแถลงนโยบาย ๑ ป้เขาพูดถึงมาตรา ๖๑ ครับ องค์การอิสระเรื่องคุ้มครอง ผู้บริโภคในสิทธิชุมชนมีเหมือนกัน อันนั้นผมพยายามดูอย่างนั้นนะครับ แต่ว่าสิ่งที่รัฐบาล ทําก็คือพยายามไปออกระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประสานงานการให้ความเห็น ขององค์การอิสระในโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑๒ มกราคม ท่านประธานครับ เนื้อหาสาระในระเบียบนั้นกับกฎหมายฉบับนี้ ไม่แตกต่างกันเลยครับ ไม่แตกต่างกันเลย แล้วเขียนบทเฉพาะกาลโดยเฉพาะเรื่องของ ในมาตรา ๓๙ บรรดาการดําเนินการใด ๆ ที่องค์การอิสระซึ่งจัดตั้งขึ้นตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ผมกล่าวไปเมื่อสักครู่นะครับ ให้ความเห็นขององค์การอิสระในโครงการหรือกิจกรรม ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง พ.ศ. ๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑๒ มกราคม ป้ ๒๕๕๓ ได้กระทําไปก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้บังคับใช้ ให้ถือว่าเปึนการดําเนินการตาม พระราชบัญญัติฉบับนี้โดยอนุโลม กลบเกลื่อนไหมครับท่านประธาน เอากฎหมายมารองรับไหม จริง ๆ แล้วตัวบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมีผลโดยตัวมันโดยตรงครับ ท่านสมาชิกหลายท่านพูด ท่านอรรถวิชช์พูดมา ท่านรัชฎาภรณ์พูดมา ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านพูดมาเพราะเดิมนี่ ป้ ๒๕๔๐ มีคําว่า ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติตัดตัวนี้ออกไปปุ็บ มาตรา ๖๗ วรรคสอง ไม่มีปุ็บมีสภาพบังคับใช้ มันก็เลยส่งผลให้กิจการต่าง ๆ ถ้าคุณไม่ได้รับความเห็นจาก องค์การอิสระนั้นกระทําไม่ได้ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมเอง อยากจะให้ความเห็นชอบเพราะผมเชื่อว่าการที่มีองค์การส่วนที่ ๓ หรือภาษาอังกฤษเขา ใช้คําว่า เธิร์ด ปาร์ตี้ (Third party) ครับท่านประธาน มาให้ความเห็นน่าจะเปึนประโยชน์ ทั้ง ๒ ฝ์าย ทั้งฝ์ายรัฐและฝ์ายประชาชน แต่ว่าถ้าการควบคุมไม่ดีนะท่านประธานครับ เฉพาะรายงานต่อ ครม. รายงานต่อสภาแล้วมี สตง. ไปดูเรื่องการเงิน มันสามารถจะ ควบคุมดูแลเขาได้หรือไม่ ตรงนี้เปึนประเด็นฝากท่านประธาน ขอบคุณครับ