ชลน่าน ศรีแก้ว แถลงตั้งคำถามเรื่องร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และหารือเรื่องอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการในการตรากฎหมาย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความเห็นชอบในคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อให้ประโยชน์ต่อสมาชิกกองทัพบก ชี้ว่าสูตรบำเหน็จบำนาญปัจจุบันไม่เหมาะสม และเสนอให้คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาแก้ไขเพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ท่านประธานกรุณาบรรจุรายงานของ คณะกรรมาธิการร่วมกันต่อกรณีเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญ ข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาว่าจะให้ความเห็นชอบ กับคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาหรือไม่ หลังจากที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้นําเสนอรายงานนี้ต่อวุฒิสภาไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มติที่วุฒิสภาผมไม่ได้ตรวจสอบ กําลังตรวจสอบดูว่าวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบกับร่างนี้ หรือไม่ ท่านประธานครับ คงแยกเปึน ๒ ประเด็น ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพครับ ณ เวลานี้ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพในฐานะ ที่ผมเปึนกรรมาธิการร่วมกันอยู่ด้วยนะครับ ในคณะกรรมาธิการร่วมกัน ในชั้นนี้หน้าที่ ของสภาผู้แทนราษฎรเรามีเพียงจะให้ความเห็นว่าจะรับหรือไม่รับ หรือจะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ ตามคณะกรรมาธิการร่วมกันหรือไม่เท่านั้น ถ้าไม่เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ถูกยับยั้งทันทีครับ แต่ถ้าเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ กรณีถ้าได้รับความเห็นชอบ จากวุฒิสภาแล้วนะครับ ผมเข้าใจว่าได้รับความเห็นชอบแล้วเมื่อวันจันทร์ ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ก็จะถูกดําเนินการไปตามขั้นตอนของการตราพระราชบัญญัติก็คือเปึนไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ นําทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยเปึนกฎหมายออกบังคับใช้
ประเด็นแรกสุด ผมกราบเรียนท่านประธานครับในฐานะที่เปึนกรรมาธิการ ผมก็พยายามที่จะใช้โอกาสในคณะกรรมาธิการในการที่จะนําเสนอเรื่องอํานาจหน้าที่ของ กรรมาธิการร่วมกันในการที่จะเปึนส่วนหนึ่งของกระบวนการตรากฎหมาย กระบวนการ ตรากฎหมายให้โอกาสกรรมาธิการร่วมกันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) ที่จะพิจารณา กรณีอื่น กรณีอื่นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) สามารถเข้าไปพิจารณาในชั้นของ กรรมาธิการร่วมกันได้ เมื่อคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาออกมาแล้วจะเปึนกฎหมาย ได้หรือไม่ได้ขึ้นกับความเห็นของ ๒ สภา ถ้า ๒ สภารับถือว่าเปึนกฎหมาย สามารถเปึน กฎหมายบังคับใช้ได้ แต่กรณีถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่รับก็ถูกยับยั้งไปนะครับ ไม่รับถูกยับยั้ง ไม่ว่าจะเปึนวุฒิสภาไม่เห็นชอบ หรือสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนั้นก็ถูกยับยั้งไป แต่ว่ารัฐธรรมนูญเองก็ให้สิทธิสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ กรณีถูกยับยั้งสภาผู้แทนราษฎรสามารถนําร่างพระราชบัญญัติฉบับนั้น มายืนยันได้ ถ้ามีความจําเปึนจะต้องใช้ ไม่ว่าจะใช้ร่างของสภาผู้แทนราษฎรเองกลับมายืนยัน หรือร่างที่เห็นว่ามีความเหมาะสมมีความเห็นชอบ ท่านประธานครับ วินาทีนี้ถ้าสภาผู้แทนราษฎร เราไม่เห็นชอบก็คือยับยั้ง ผมเองทําใจเปึน ๒ ลักษณะครับ ความเห็นผมนี่ ผมก็เห็นว่า สภาผู้แทนราษฎรเราควรให้ความเห็นชอบในขณะนี้นะครับ สําหรับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ร่างพระราชบัญญัติของคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อจะเปึนประโยชน์กับสมาชิก กบข. ที่เขารอเอาเงินบําเหน็จตกทอด กรณีเขาได้รับบํานาญตามปกติ หรือบํานาญ เพราะเหตุทุพพลภาพอันได้รับบําเหน็จตกทอด สามารถนําบําเหน็จตกทอดเปึนหลักทรัพย์ ในการค้ําประกันเงินกู้ได้ หลังจากที่เราเคยแก้กฎหมายฉบับนี้มาให้เขาสามารถนําเอา บําเหน็จตกทอดมาใช้ได้กึ่งหนึ่ง แล้วก็ทํากฎหมายแก้เพิ่มเติมว่า ที่เหลือก็สามารถนําไปใช้ เปึนหลักทรัพย์ในการค้ําประกันเงินกู้ได้ นั่นคือหลักการที่มีอยู่เดิม เพราะฉะนั้นการรับ ในชั้นนี้ก็ถือว่าเปึนประโยชน์สําหรับผู้ที่รอที่จะนําบําเหน็จตกทอดตัวนั้นไปเปึนหลักทรัพย์ ในการค้ําประกันเงินกู้อยู่ ถือว่าเปึนประโยชน์นั่นประการแรกสุด
ประการที่ ๒ ที่ผมต้องกราบเรียนนะครับ ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ในข้อสังเกตซึ่งผมอภิปรายไม่ได้เพราะข้อบังคับห้ามอภิปราย แต่เพื่อนสมาชิกดูนะครับ ข้อสังเกตนี้ก็จะเปึนข้อสังเกตที่มีประโยชน์ เพราะได้นําเสนอแนบท้ายร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ต่อกรณีถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถูกส่งไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ พระองค์ทรงลงพระปรมาภิไธย ข้อสังเกตนี้ก็จะเปึนข้อสังเกตแนบท้ายพระราชบัญญัติ ซึ่งมีผลต่อการปฏิบัติของฝ์ายบริหาร หรือฝ์ายที่เกี่ยวข้องที่เขาจะต้องไปดําเนินการ ตามที่สภาหรือรัฐสภามีความเห็นชอบต่อข้อสังเกตนั้น ข้อสังเกตนี้ค่อนข้างแรงพอสมควร ที่จะให้รัฐบาลไปนําเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติกองทุน บําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อกรณีวิธีการคิดคํานวณสูตรบําเหน็จบํานาญ ที่เหมาะสมและควรจะเปึนกลับมาให้สภาได้พิจารณาใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกลับมาตรงประเด็นที่ผมพยายามนําเสนอและต่อสู้ในชั้นของคณะกรรมาธิการร่วมกัน เรื่องอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการร่วมกัน จริงอยู่ครับว่าต่อกรณีอื่นนี่ คณะกรรมาธิการร่วมกันสามารถจะพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมหรือพิจารณาในการที่จะให้ ความเห็นเปึนอย่างไรก็ขึ้นกับมติคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพราะฉะนั้นโดยความเห็นผมแล้ว ผมพยายามสู้ตลอดว่าแม้กระทั่งมีการเพิ่มสูตรบําเหน็จบํานาญเข้ามาในร่างพระราชบัญญัติ ของวุฒิสภาต่อกรณีนําเสนอสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นด้วยมีคณะกรรมาธิการ ร่วมกันแล้ว ถ้าคณะกรรมาธิการร่วมกันมีมติอย่างไรนั่นคือมติของคณะกรรมาธิการร่วมกัน เช่นเห็นชอบตามวุฒิสภาแก้ไขก็คือเพิ่มสูตรบําเหน็จบํานาญเข้าไปในกฎหมายฉบับนี้ ถ้ารายงานของคณะกรรมาธิการร่วมกันเปึนอย่างนั้นนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าถ้า ๒ สภาเห็นชอบก็เปึนกฎหมายได้ ถามว่าทําได้ไหม ผมตอบทําได้ มีตัวอย่างกฎหมายหลายฉบับครับที่คณะกรรมาธิการร่วมกันไปเปลี่ยนแปลง ไปแก้ไข ในสิ่งที่เปึนความเห็นคณะกรรมาธิการร่วมกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นกับว่าได้รับความเห็นชอบ ของ ๒ สภาหรือไม่นะครับ ถึงคณะกรรมาธิการร่วมกันไปแก้ไขไปเห็นชอบตามวุฒิสภา แก้ไข ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบกฎหมายฉบับนี้ก็ถูกยับยั้งเหมือนกัน นั่นคือกระบวนการ และขั้นตอนของการตรากฎหมายที่รัฐธรรมนูญเขาเป่ดช่องเอาไว้ ผมเองจะไม่กล่าวไปถึง ตรงนั้นให้มากความเนื่องจากว่ายอมรับเสียงข้างมากว่าครับ คณะกรรมาธิการร่วมกัน เสียงข้างมากกลับมาใช้ร่างพระราชบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร นั่นคือตัดเอาประเด็น การเพิ่มเติมประเด็นการคํานวณสูตรบําเหน็จบํานาญ ซึ่งวุฒิสภาแก้ไข
มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖๓ แห่งพระราชบัญญัติกองทุน บําเหน็จบํานาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๖๓ การคํานวณบํานาญให้คํานวณจากอัตราเงินเดือนเฉลี่ย ยี่สิบสี่เดือนสุดท้ายคูณด้วยเวลาราชการ หารด้วยห้าสิบ แต่ต้องไม่ต่ํากว่าร้อยละเก้าสิบห้า ของอัตราเงินเดือนเฉลี่ยยี่สิบสี่เดือนสุดท้าย
อันนี้คือสิ่งที่วุฒิสภาแก้ไขมา ท่านประธานครับ ผมเองยอมรับเสียงข้างมาก เมื่อเสียงข้างมากมีมติว่าตรงนี้เองเกรงจะมีปัญหา อย่างเช่นเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไป แต่นั่นก็เปึนข้อวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเอง เพราะว่าถ้ากฎหมายฉบับไหนตราขึ้นมา ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญก็ต้องมีผู้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีความอยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๔ ท่านประธานครับ ในชั้นนี้ด้วยความเคารพ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเชื่อว่าสมาชิกไม่ว่าจะฝ์ายไหนนะครับ เสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อยคงต้องให้ ความเห็นชอบกับคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพราะจะได้เปึนประโยชน์เอาบําเหน็จตกทอด ไปใช้ก่อนในการที่จะเปึนหลักทรัพย์ค้ําประกันเงินกู้ แต่ในนามเสียงข้างน้อย ผมเองก็อด เสียดายไม่ได้นะครับ ถ้าสมมุติว่าสูตรคํานวณตรงนี้เสนอมา ถ้าคณะกรรมาธิการร่วมกัน เราพิจารณาแล้ววิธีการคํานวณแบบนี้ การกําหนดขั้นต่ําไว้แบบนี้แต่ต้องไม่ต่ํากว่าร้อยละ ๙๕ ของอัตราเงินเดือนเฉลี่ย ๒๔ เดือนสุดท้าย มันอาจจะสูงไปอย่างนี้ก็สามารถจะปรับแก้ได้ แต่ว่าเท่าที่เราฟังตัวแทนของฝ์ายปฏิบัติมาชี้แจงต่อเรานะครับ ค่อนข้างจะมีปัญหา พอสมควรว่าตัวเลขไหนที่จะเหมาะสมที่สุดคงต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาพอสมควร ถามว่าภาระงบประมาณมีไหม มีแน่นอนครับ ไม่ว่าจะรัฐบาลชุดไหนก็ต้องมี และถามว่า สมควรที่เขาจะได้รับหรือไม่ ก็ต้องตอบว่าสมควร เพราะขณะนี้สูตรการคํานวณมันต่ํามาก มันไม่เหมาะสม ไม่สะท้อนถึงความเปึนจริงนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เปึนข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการในการที่จะเร่งตรากฎหมายขึ้นมาเพื่อรองรับในการคํานวณสูตร บําเหน็จบํานาญใหม่นี่ผมก็เห็นด้วย กราบเรียนท่านประธานในฐานะเปึนกรรมาธิการร่วมกัน แล้วก็เปึนเสียงหนึ่งที่พยายามจะนําเสนอวิธีการครับ กระบวนการการทํางานในชั้นของ คณะกรรมาธิการร่วมกันให้คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณา แต่ว่าประเด็นนั้นผมแพ้ไป ก็ไม่เปึนไรครับถือว่าเรายอมรับเสียงข้างมากในระบอบประชาธิปไตย แต่ผมต้องขอบคุณ ท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการและท่านกรรมาธิการหลายท่านนะครับ ที่ได้เห็นสิทธิของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่จะรักษาสิทธินั้นไว้โดยนําไปเขียนในข้อสังเกต แนบท้ายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้
โดยสรุปท่านประธานครับ ก็คงไม่ปฏิเสธครับที่สมาชิกเสียงข้างน้อย ฝ์ายค้านเราจะให้ความเห็นชอบต่อรายงานของคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้จะได้เปึนกฎหมาย แล้วก็เร่งรัดให้ฝ์ายบริหารโดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งตรากฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมวิธีการคํานวณบําเหน็จบํานาญที่เหมาะสมและสะท้อน ความเปึนจริงมาให้กับพี่น้องสมาชิก กบข. เพื่อให้เขาได้รับประโยชน์สูงสุดต่อไป กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ