สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง พูดเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ โดยเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่เกี่ยวข้องกับการคิดค่าบำเหน็จบำนาญ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ขออนุญาตท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยนาท ต้องขออนุญาตครับ ผมเองคิดว่าร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญ ของพี่น้องข้าราชการ โดยเฉพาะพี่น้องข้าราชการที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ก็ดี หรือพี่น้อง ข้าราชการที่เกษียณแล้วก็ตามแต่ หรือกําลังจะเกษียณ จะได้อานิสงส์หรือได้ผลประโยชน์ แห่งพระราชบัญญัตินี้เปึนอย่างยิ่ง ถ้าหากว่าสภานั้นได้พิจารณาแล้วไม่ตัดในมาตรา ในเรื่องของสูตรการคิดคํานวณในเรื่องของบําเหน็จบํานาญของข้าราชการ ตามที่ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วไปตัดออกนั้นครับ ผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพว่าทําให้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้อาจจะเรียกว่ามีผล หรือเปึนผลสัมฤทธิ์ในทางดําเนินการในเรื่องของผลประโยชน์หรือประโยชน์ที่พี่น้อง ข้าราชการ หรือผู้ที่รับราชการอยู่ หรือผู้ที่เกษียณอายุไปแล้วที่ได้รับเบี้ยบําเหน็จบํานาญ นั้นมีโอกาสที่น้อยลง ก็คือผลประโยชน์ที่น้อยลง ผมยกตัวอย่างในเรื่องของการตัด ดังกล่าวนั้นแทนที่จะเปึนเรื่องที่มาตรานี้ต้องถือว่าเปึนมาตราสําคัญ พี่น้องข้าราชการนั้น ให้ความสําคัญอย่างยิ่งเลยกับสูตรการคํานวณหรือการคํานวณเบี้ยบําเหน็จบํานาญ ของข้าราชการ แต่ในเมื่อมาตัดออกนั้นก็ทําให้เรียกว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ ผลของการพิจารณาแล้วแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรกับข้าราชการบําเหน็จบํานาญเลย ไม่มีผลประโยชน์ใดที่ข้าราชการจะได้รับสักเท่าไรเลย ผมคิดว่าใน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ สัก ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แต่แทนที่คณะกรรมาธิการจะพิจารณาไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ให้เปึนผลประโยชน์หรือเปึนความดีงามที่ข้าราชการจะพึงได้รับหลังจาก เกษียณอายุหรือผู้เกษียณอายุจะได้ผลประโยชน์แห่งพระราชบัญญัตินี้แบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่แน่ใจว่าทําไมถึงไม่คิดทํา แล้วก็ไม่ทําเพื่อเขาเพราะอะไร ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ผมมองดูแล้วนอกจากเสียเวลาในสภาแห่งนี้เปึนอย่างยิ่งแล้ว ผมคิดว่ามันเปึนเรื่องที่ไม่ควรเลยที่จะต้องทํา ผมอยากจะกราบเรียนหรืออยากจะพูด ในที่นี้ว่าในเรื่องของสภาก็เปึนเรื่องของสภา ในเรื่องของรัฐบาลก็เปึนเรื่องของรัฐบาล สภามีมติอย่างไรไม่ใช่ฟังรัฐบาล ถ้าสภานั้นจะมีมติอย่างไรต้องฟังรัฐบาล เท่ากับท่าน เปึนสภาก็ทํางานตามรัฐบาล ฟังแต่คําสั่งออกมาเท่านั้นเอง แล้วท้ายที่สุดก็ไปทํา ไม่ใช่ แต่วิธีการทําก็คือในเรื่องของการไม่รับคําสั่ง แล้วท่านจะต้องใช้ความรู้ความสามารถ ในการวิเคราะห์ การศึกษาข้อมูลอย่างถ่องแท้ว่าสิ่งเหล่านี้มันสมควรเปึนประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน สมควรเปึนประโยชน์ต่อแผ่นดินประเทศชาติ เราต้องทําไปในสิ่งนั้น ส่วนคนที่มาเปึนนายกรัฐมนตรี คนมาเปึนรัฐบาลทําไม่ได้ก็คือไม่ได้ ไม่ได้ท่านก็ต้องออกไป ไม่ใช่ให้คนทําไม่ได้มาทําอยู่ ถ้าท่านยังคิดว่าต้องทําแบบคนทําไม่ได้แล้วมาทําอยู่ แล้วต้องฟังคําสั่งบอกว่านี่ก็ไม่มีเงิน อ้ายนั่นก็ต้องไปกู้ อ้ายนี่ก็ต้องไปกู้ เราไม่มีเงิน ถ้าอย่างนี้ในอนาคตแล้วบ้านเมืองเราจะไปอย่างไร ถ้าเราได้นายกรัฐมนตรี คนที่จะมาเปึน นายกรัฐมนตรี คนที่จะมาเปึนผู้นําประเทศนั้นต้องเปึนคนที่เขาต้องพึงรู้ว่าเขาต้องมีภาระ หนักอึ้งใด ๆ บ้าง แล้วเขาต้องมาทําหน้าที่ รู้แล้วว่าต้องเปึนผู้ที่หาเงินหาทองมาหล่อเลี้ยง ประเทศชาติ ให้ประเทศชาติมีความก้าวหน้า มีความผาสุก ข้าราชการอยู่เย็นเปึนสุข มีความผาสุกในชีวิตหน้าที่การงาน ผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนครับ ผมได้อภิปราย ในที่นี้ครับท่านประธาน ข้าราชการเงินเดือนเท่าไรปัจจุบันนี้ ๘,๙๐๐ กว่าบาท มันไม่พอกิน ไม่พอใช้ อยู่กันอย่างไร ทุกคนยากจนไปหมด ลูกหลานจบปริญญาตรีไม่สามารถเลี้ยงพ่อแม่ ไม่สามารถดูแลตนเองได้ ไม่สามารถดูแลครอบครัวได้ อย่างนี้หรือคือประเทศไทยเรา แล้วนับวันก็จะเปึนอย่างนี้มากขึ้น ๆ ป้ ๒๕๕๘ อีก ๔-๕ ป้ข้างหน้าประเทศไทยแม้จะเอา เงินทาสียังไม่มีเลย อย่าไปคิดว่าจะก่อสร้างอะไร ถ้าเราบริหารประเทศกันอย่างนี้ เพราะอะไร ก็เพราะว่าเม็ดเงินมันไม่มี เอาไปเสียแต่ดอกเบี้ย สิ่งเหล่านี้ต่างหากผมถึงพูดครับ ท่านประธานว่าเราต้องได้คนที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงมาบริหารประเทศ เช่นเดียวกันท่านกรรมาธิการครับ ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านเอากลับไปเถอะ ไปแก้ไขใหม่เถอะ ยืนยันอย่างเดิมนะครับ ที่ท่านได้นํามาคราวที่แล้ว ที่วุฒิสภาเขาแก้ไขมา ผมเชื่อว่าวุฒิสภาเขาก็ได้กลั่นกรองมาดีพอสมควรแล้วว่าสมควรที่จะต้องดําเนินการอย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านนะครับว่าเราออกกฎหมายเพื่อให้เปึนประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ แล้วก็ประเทศชาติ กฎหมายฉบับดังกล่าวเปึนพระราชบัญญัติ ในเรื่องของบําเหน็จบํานาญ ซึ่งจะเปึนผลประโยชน์กับข้าราชการอย่างยิ่งเลย ผู้สูงอายุ ที่เปึนข้าราชการรับใช้ประเทศชาติแล้วจะได้มีเงินเดือนอย่างสมเกียรติสมฐานะอยู่ได้ เงินเหล่านั้นเขาไม่ได้เอาไปไหนครับ หล่อเลี้ยงตัวเองให้มีความสุขอยู่ได้ หล่อเลี้ยงลูกหลาน ไม่ได้เอาไปไหน ที่เหลือก็ทําบุญ สร้างวัดสร้างวา บูรณะสิ่งต่าง ๆ ไม่มีใครเอาเงินกลับไป หรอกครับ เอากลับไปไม่ได้ ตายไปแล้วจะเอาเงินไปด้วยหรือ ไม่มีครับ ก็ทิ้งไว้ในแผ่นดินนี้ เพียงแต่ว่าเงินทองที่มีอยู่ที่ให้เขาไป ให้เขาอยู่ได้มีความสุข ไม่ใช่ว่าขาด ชักหน้าไม่ถึงหลัง อย่างทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนครับว่าเราต้องปฏิรูปประเทศกันใหม่ รายได้ต้องเพียงพอทุกคน เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าขออนุญาต ท่านกรรมาธิการเอากลับไปครับ แล้วก็เพิ่มเติมบทบัญญัติในเรื่องของการคิดคํานวณสูตร เงินบําเหน็จบํานาญให้กับข้าราชการ ผมเองยังมีความตั้งใจอยากจะให้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ด้วย แล้วก็เดือนสุดท้ายด้วยครับ ท่านรับราชการมาเท่าไรก็ไม่รู้ เดือนสุดท้ายท่านรับไปเลย เอาไปเลยเปึนบําเหน็จบํานาญ เรานี่ยังมาตัดเปึนเหลือ ๙๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ แล้วไปคิด ๒๔ เดือน ผมก็เห็นว่าเอาละไม่เปึนไร ๒๔ เดือน ก็ ๒๔ เดือน ขอให้กฎหมายมันผ่านไปก่อน ขอให้มันได้ก็แล้วกัน ๙๕ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่เปึนไร แต่วันนี้ปรากฏว่าอย่างไร วันนี้ปรากฏว่า ไม่ได้เลย ไม่ได้เลยครับ ดึงทิ้งไปหมดเลยอย่างนี้ ผมบอกว่าเสียเวลา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมให้คะแนนบอกได้ ๑ เปอร์เซ็นต์ กฎหมายฉบับนี้คนเปึน ๑๐ ล้านคนจะได้ผลประโยชน์ จากกฎหมายฉบับนี้ไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ คน ผมบอกได้เลย เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนครับ ผมไม่เห็นด้วย ผมขออนุญาตท่านประธานว่า ขอให้เอามาตราที่เอาออกไปคือมาตรา ๓/๑ ที่เพิ่มเติมมา ตอนที่ช่วงที่เพิ่มเติมเปึน มาตรา ๖๙ ในการคิดสูตรคํานวณเพื่อให้ข้าราชการนั้นได้รับเงินบําเหน็จบํานาญตามอายุ ที่เขาควรจะได้ก็คือสูตรเดิมที่เสนอไว้คือ ๒๔ เดือนสุดท้ายโดยเฉลี่ย แล้วก็คูณด้วยอายุราชการ หารด้วย ๕๐ แล้วก็ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่เกิน ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ก็เห็นพอเหมาะพอสม แต่ถ้าเปึนไปได้ ให้เดือนสุดท้าย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ กราบขอบคุณครับท่านประธาน