ศุภชัย โพธิ์สุ ยืนยันว่าสํานักงานจัดรูปที่ดินกลางควรจะสังกัดอยู่ที่กรมชลประทาน และเรียกร้องให้มีการความร่วมมือและความเห็นด้วยจากเกษตรกรและชาวนาที่มีที่ดินในพื้นที่ที่มีการสร้างเขื่อน ฝาย และทํานบของกรมชลประทาน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งขณะนี้ ท่านได้เดินทางไปราชการที่ประเทศจีน คือไปประสานงานเกี่ยวกับเรื่องการส่งผลไม้ ของประเทศไทยไปที่ประเทศจีน ท่านก็มอบหมายให้ผมได้มาเปึนผู้ตอบกระทู้ถาม เรื่องนโยบายการโอนสํานักงานจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ไปสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคือท่านนคร มาฉิม ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ท่านเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ได้สอบถามในเรื่องนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดังนี้ครับ เกี่ยวกับเรื่องการจัดรูปที่ดิน ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการตรวจสอบ ได้มีการพิจารณาแล้วว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายในการที่จะโอนสํานักงานจัดรูปที่ดินกลาง ของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี และมี ความเห็นว่าสํานักงานจัดรูปที่ดินกลางควรจะสังกัดอยู่ที่กรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ต่อไป สาเหตุก็เนื่องจากว่าอยากจะเรียนท่านผู้ทรงเกียรติว่างานจัดรูปที่ดินนั้น เปึนงานพัฒนาระบบชลประทานในระดับไร่นาที่ต้องดําเนินการในเขตชลประทาน เพื่อให้ สามารถบริหารจัดการระบบน้ําชลประทานได้ทั้งระบบอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล อยากจะเรียนว่ากรมชลประทานนั้นได้บริหารจัดการน้ําอย่างครอบคลุมทั้งระบบตั้งแต่ ต้นน้ํา กลางน้ํา และปลายน้ํา ต้นน้ําก็คือทําอ่างเก็บน้ํา ทําเขื่อนกักเก็บน้ํา กลางน้ําก็คือ ทําคลองส่งน้ํา ซึ่งเปึนคลองส่งเชื่อมจากระบบชลประทานจากเขื่อนจากชลประทานขนาดใหญ่แล้วก็ ย่อยลงไปเปึนคลองส่งน้ํา ส่วนระดับปลายน้ําก็คือดูแลการส่งน้ําให้ไปถึงที่ไร่นาของพี่น้อง เกษตรกรชาวนาชาวไร่หรือผู้ประกอบการทางด้านการเกษตร นั่นก็คือคลองไส้ไก่ คลองส่งน้ํา ระดับเล็ก ๆ แยกย่อยลงไป ฉะนั้นการจัดรูปที่ดินก็คือการจัดการบริหารน้ําในระดับ ปลายน้ําหรือขั้นสุดท้ายเพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร ผมอยากจะเรียนว่า ตามมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๗ ได้บัญญัติให้จัดตั้งสํานักงานจัดรูปที่ดินกลางขึ้นในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถ้าสมมุติว่าเราจะตัดโอนสํานักงานจัดรูปที่ดินกลางไปสังกัดหน่วยงานอื่นก็จําเปึน ต้องแก้ไขกฎหมาย แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมยังยืนยันว่าสํานักงานจัดรูปที่ดินกลางนั้น ยังต้องอยู่กับกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป เพราะตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๗ นั้น ได้กําหนดภารกิจ ของงานจัดรูปที่ดินว่า การจัดรูปที่ดิน หมายความว่า การดําเนินงานพัฒนาที่ดินที่ใช้ เพื่อเกษตรกรรมให้สมบูรณ์ทั่วถึงที่ดินทุกแปลงเพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต โดยการทําการรวบรวมที่ดินหลายแปลงในบริเวณเดียวกันเพื่อวางผังจัดรูปที่ดินเสียใหม่ การจัดระบบชลประทานและการระบายน้ํา การจัดสร้างถนนหรือทางลําเลียงในไร่นา การปรับระดับพื้นที่ดิน การบํารุงดิน การวางแผน การผลิตและการจําหน่ายผลิตผล การเกษตร รวมตลอดถึงการแลกเปลี่ยน การโอน การรับโอนสิทธิในที่ดิน การให้เช่าซื้อ ที่ดิน และการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการจัดรูปที่ดินตลอดจนการจัดเขตที่ดินสําหรับอยู่อาศัย จะเห็นได้ว่าการจัดรูปที่ดินดําเนินการในรูปของคณะกรรมการตาม มาตรา ๖ ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปึนประธาน ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปึนรองประธาน ปลัดกระทรวงมหาดไทยเปึนรองประธาน แล้วก็มีอธิบดีกรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากกระทรวงมหาดไทย จากกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้ามาเปึนคณะกรรมการด้วยกัน ฉะนั้นจึงไม่มีเหตุผลว่า การบริหารงานการจัดการรูปที่ดินนั้นจะไม่สามารถบูรณาการได้ เท่าที่จากการปฏิบัติ ที่ผ่านมานั้นเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าไม่ได้มีปัญหาเรื่องการบูรณาการกัน ในการร่วมมือกันระหว่างหน่วยราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ปัญหามันจะไปเกี่ยวข้อง กับเรื่องมันต้องรวบรวมที่ดินหลายแปลงจากเอกชนจากพี่น้องประชาชนที่เรียกร้องต้องการ ให้มีการจัดรูปที่ดิน เพื่อที่จะบริหารจัดการน้ําจากระบบชลประทานให้เกิดประโยชน์กับ ที่ไร่ที่นาของพี่น้องประชาชนว่าพี่น้องประชาชนยินยอมไหม อยากจะร่วมไหม อยากจะให้ ทางกรมชลประทานลงไปจัดการในเรื่องนี้ไหม เพราะการที่ให้มีการจัดรูปที่ดินนั้น มันจะมี ผลกระทบต่อที่ดินของพี่น้องเกษตรกรประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ ที่จะเอามาใช้ในการทํา คลองส่งน้ําบ้าง ทําถนน ทําเส้นทางเลียบเขตพื้นที่จัดรูปที่ดินบ้าง มันก็จะทําให้เกิดมีปัญหา หลายที่ตกลงกันไม่ได้ก็ไม่สามารถที่จะไปบริหารจัดการได้ ฉะนั้นอยากจะเรียนท่านนคร มาฉิม ท่านผู้ทรงเกียรติว่าการจัดการเรื่องการจัดรูปที่ดินนั้นไม่มีปัญหาเรื่องการบูรณาการ แล้วก็พยายามที่จะทําให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่มีความเรียกร้องต้องการ และการจัดรูปที่ดินนั้นมันจะไปจาก ๒ ส่วน
ส่วนหนึ่ง ก็คือเปึนการเรียกร้องจากข้างล่างขึ้นมา พี่น้องชาวนาชาวไร่ เกษตรกรรวบรวมกันได้มีที่ดินหลาย ๆ แปลงรวมกัน แล้วก็ทําเรื่องเรียกร้องมาถึง กรมชลประทาน ถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทางคณะกรรมการจัดรูปที่ดินก็ลงไป สํารวจตรวจสอบว่ามีความเหมาะสมในการที่จะจัดรูปที่ดินหรือไม่ คือจัดแล้วต้องเกิด ประโยชน์ น้ําต้องมาถึงให้กับพี่น้องได้ใช้ประโยชน์ได้ ถ้าหากว่าไปดูแล้วไม่เหมาะสม ก็ไม่สามารถที่จะจัดได้ ถ้าเหมาะสมก็ดําเนินการ
อีกส่วนหนึ่ง ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทานสร้างเขื่อน สร้างฝาย สร้างทํานบกั้นน้ําอะไรเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่ามีพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการที่จะ จัดรูปที่ดิน โดยการสํารวจตรวจสอบแล้วมีความเหมาะสมจะเกิดประโยชน์จากการนําน้ํา ไปใช้ก็จะมีการสั่งการลงไปจากข้างบนว่าให้มีการติดต่อประสานงานราษฎรหรือเกษตรกร ที่อยู่ในพื้นที่เหล่านั้นว่าจะจัดรูปที่ดินให้จะสามารถที่จะร่วมได้ไหมหรือมีความต้องการไหม ถ้าไม่มีปัญหาพี่น้องเกษตรกรชาวนาชาวไร่ตรงนั้นมีความต้องการก็ไปลงดําเนินการจัดให้ ไม่ใช่ว่าทางรัฐจะไปจัดอยากจะจัดที่ไหน อย่างไรก็จัดเลยมันไม่ใช่นะครับ มันต้องอาศัย ความร่วมมือ ความเห็นด้วยของพี่น้องที่มีที่ดินหลาย ๆ แปลงมารวมกัน ณ ที่ตรงนั้นถึงจัดได้ การจัดรูปที่ดินเปึนกระบวนการขั้นสุดท้ายของงานชลประทานที่จะนําน้ําที่ได้จากการทําเขื่อน ทําเหมือง ทําฝายแล้ว เอาไปถึงที่นาแปลงนาของพี่น้องเกษตรกร ฉะนั้นจะแยกออกจาก กรมชลประทานไม่ได้ครับ หรือจะไปให้หน่วยงานอื่นไปดําเนินการบริหารจัดการที่ดิน ยิ่งกรมชลประทานจะไปทําเขื่อน ทําเหมือง ทําฝาย มีการสํารวจ มีการออกแบบอะไรไว้ เรียบร้อยแล้ว ถ้าหน่วยงานอื่นมาจะจัดรูปที่ดินก็ต้องมาศึกษา มาออกแบบ มาอะไรใหม่อีก งานก็ไม่ต่อเนื่องกัน ฉะนั้นการจัดรูปที่ดินจึงถือว่าเปึนงานต่อเนื่องจากโครงสร้างเดิมของ งานชลประทานที่ดําเนินการอยู่แล้ว จึงเรียนกับท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้ทราบครับ