สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ประดิษฐ์ ยะมานันท์ อภิปรายเกี่ยวกับการออกแบบพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นการบูรณาการหน่วยงานในการแก้ไขปัญหา จัดตั้งองค์กรเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ และการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยเสนองานเพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขึ้นมาเพื่อให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมในชั้นนี้อย่างชัดเจน

นายประดิษฐ์ ยะมานันท์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประดิษฐ์ ยะมานันท์ ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมาธิการ ท่านสมาชิกที่รักและเคารพครับ ผมได้ฟังคําอภิปรายของท่านผมคิดว่า เป็นการอภิปรายซึ่งอยู่ในความคิดคํานึงของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ในการออกแบบ พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้เราได้บูรณาการสิ่งที่สําคัญ ๒-๓ ประการ ขออนุญาตกราบเรียนนะครับ

๑. ก็คือการบูรณาการหน่วยซึ่งมีหน้าที่กําหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้

๒. ก็คือเมื่อมีนโยบายแล้วเราจะต้องเฟ้ นหาคณะบุคคลซึ่งจะไปกําหนด ยุทธศาสตร์ที่มีความสอดคล้องต้องกันและสามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นั้นไปสู่ ภาคปฏิบัติที่เป็นจริง

ประการต่อมาก็คือเราจะต้องจัดตั้งองค์กรซึ่งจะมีหน้าที่รองรับจาก ยุทธศาสตร์นั้นในการที่จะประเมินผลนํางบประมาณไปใช้

และประการสุดท้ายที่สําคัญซึ่งเป็นปัญหาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี ที่ผ่านมาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือการสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วม ของภาคประชาชนขึ้นมาในการบริหารจัดการ

ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่านี่เป็นมิติใหม่ โดยแท้จริงของการจัดระบบการบริหารราชการของประเทศไทยครับ ด้วยแนวความคิด ดังกล่าว ในด้านนโยบายเราจึงให้สภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นผู้กําหนด เป็นคนจัดการ โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีส่วนร่วมของสภาที่ปรึกษา การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนประชาชนทุกภาคส่วน และเมื่อ นโยบายนั้นจะนําไปปฏิบัติจะต้องผ่านคณะรัฐมนตรีและจะต้องแจ้งให้ที่ประชุมรัฐสภา ได้รับทราบ นี่คือส่วนของการกําหนดนโยบาย เมื่อเป็นเช่นนี้เราจะเห็นความจริงประการหนึ่งว่า สมาชิกสภาความมั่นคงแห่งชาติก็ดี คณะรัฐมนตรีก็ดี ก็ล้วนแต่เป็นบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ล้วนมี ความผูกพันกับการกําหนดนโยบายการบริหารและการพัฒนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยแท้ เมื่อเป็นเช่นนี้การมากําหนดคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขึ้นมาจึงจะต้องมี การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามเสียงของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ประเด็นที่ต้องการ เปลี่ยนแปลงก็คือว่าเดิมนั้นแนวความคิดของรัฐบาลในการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์นั้น ก็ต้องการตามที่ท่านสมาชิกได้กรุณาเสนอความเห็นว่าอยากจะให้เกิดกระบวนการ การมีส่วนร่วมในชั้นนี้อย่างชัดเจน แต่เมื่อได้มาพิจารณาว่าคณะกรรมการชุดนี้ เป็นสิ่งสําคัญในการกําหนดนโยบายมาแล้ว และท่านยังต้องมีหน้าที่กําหนดยุทธศาสตร์ด้วย เราจึงเลือกเฟ้ นบุคคล ๓ กลุ่มเข้ามาในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้อันนี้ และการเลือกเฟ้ นนั้นจําเป็นจะต้องจํากัดจํานวนบุคคลที่เพียงพอ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน เดิมนั้นคณะกรรมการที่รัฐบาลยกร่างและเสนอ เข้าสู่สภาเรามีคณะกรรมการเกือบ ๆ ๕๐ ท่านครับ ครั้งนี้คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ก็ได้ไปคัดสรรจํานวนบุคคลที่มีความจําเป็นเหลือประมาณ ๓๓ ท่าน และใน ๓๓ ท่านนี้ จะมีบุคคลด้วยกัน ๓ กลุ่มครับ กลุ่มที่ ๑ ก็คือคณะรัฐมนตรี ซึ่งท่านได้มีความผูกพัน ในชั้นการกําหนดนโยบายมาแล้ว หากให้ท่านได้เข้ามีส่วนในการกําหนดยุทธศาสตร์ด้วย ก็มั่นใจได้ว่าการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นจะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่า ในอดีตที่ผ่านมา กลุ่มบุคคลประเภทที่ ๒ ที่เราลืมไปมิได้เลย แม้ว่าคนเหล่านี้ในส่วนหนึ่ง จะเป็นข้าราชการในส่วนกลาง แต่ถ้าล้วนมีความสําคัญเกี่ยวข้องในด้านงบประมาณ ในด้านแผนงาน และในด้านความมั่นคง เราจึงจําเป็นจะต้องเลือกตัวแทนของหน่วยงาน เหล่านี้เข้ามาอยู่ในคณะกรรมการ กพต. แล้วสุดท้ายซึ่งล้วนเป็ นแนวความเห็น ของท่านสมาชิกซึ่งได้เสนอในวันนี้ก็คือว่าเราจะคัดเลือกบุคคลกลุ่มหนึ่งซึ่งเรามั่นใจได้ว่า เป็นตัวแทนของภาคประชาชน เป็นตัวแทนที่จะสามารถสะท้อนความเห็นความต้องการ และสามารถสะท้อนในสิ่งซึ่งจะเป็นปัญหาที่รัฐบาลจําเป็นจะต้องนําไปแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราจึงให้ท่านประธานสภาที่ปรึกษา การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้แทนภาคประชาชน ซึ่งสภาที่ปรึกษา การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้กรุณาคัดเลือกจังหวัดละ ๑ คน เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาเราก็ได้ ๕ จังหวัด ก็แสดงว่าจะมีผู้แทนภาคประชาชนจังหวัดละ ๑ คน เฉพาะแค่ ๕ จังหวัด รวมทั้งหมด ๕ คน รวมกับท่านประธานสภาที่ปรึกษาการบริหาร และการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยก็จะเป็น ๖ ท่านในภาคประชาชน ก็ขออนุญาต กราบเรียนความเห็นของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ว่าข้อกังวลของท่านสมาชิกนั้น เป็นข้อกังวลที่กรรมาธิการได้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบแล้ว จึงขออนุญาตยืนยัน ตามความเห็นของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ครับ