ไพจิต ศรีวรขาน สอบถามเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๗ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะกรณีที่นักการเมืองเข้าไปก้าวล่วงในกระบวนการยุติธรรม เช่น กรณีคลิปฉาวระหว่าง ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์กับเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอตั้งกระทู้ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เรื่อง การบริหารราชการแผ่นดินที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ ยุติธรรม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๕๗ ด้วยเจตจํานงที่จะทํา หน้าที่ควบคุมและตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินตามภาระที่มีในฐานะเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ผมมีความจริงใจที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงยุติธรรม ผมเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมเปึนอํานาจสูงสุดในการที่จะยุติ ปัญหาของความขัดแย้งของสังคมในระบอบประชาธิปไตย ฉะนั้นเมื่อเห็นพฤติการณ์ ที่เกี่ยวข้องว่าจะกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมที่จะไม่สามารถอํานวยความเปึนธรรม ให้กับประชาชน ให้กับสังคมประชาธิปไตยอย่างบ้านเรา ผมจะต้องขอสอบถาม ด้วยเจตจํานงว่าถ้าใครรับผิดชอบขอให้แก้ไข ขอให้ลงโทษถ้าเปึนความผิด ขอให้ใช้สํานึก ทางการเมืองถ้าหากเปึนนักการเมือง เพื่อที่จะควบคุมให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้อง ประชาชน มิได้มีความประสงค์อย่างอื่น ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลง เรื่องนี้ต่อรัฐสภาในการแถลงนโยบายในข้อ ๘.๒.๒ ในเรื่องของนโยบายด้านกฎหมาย และการยุติธรรมว่าจะพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้มีระบบอํานวยความยุติธรรม ที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส เปึนธรรมกับทุกกลุ่ม ท่านประธานครับ นี่คือนโยบายที่ไป แอบแถลงกันที่กระทรวงการต่างประเทศ ไม่อยากจะต่อว่าแต่ว่าต้องพูดอีกครั้งหนึ่ง เขาจะแถลงกันที่รัฐสภาแห่งนี้ แต่เผอิญท่านไปแถลงที่โน่นก็สามารถบริหารราชการ แผ่นดินได้ ท่านประธานครับ กรณีที่จะต้องถามก็คือกรณีที่นักการเมืองได้มีพฤติการณ์ ที่เข้าไปก้าวล่วงในกระบวนการยุติธรรมที่สําคัญในกรณีที่มีการพิจารณาคดีที่สําคัญ ท่านประธานครับ เมื่อต้นเดือนสิงหาคมป้นี้ละครับ มี ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ เข้าไปในศาลรัฐธรรมนูญนอกเวลาราชการ เข้าไปรับเอกสาร ซึ่งผมเข้าใจว่าน่าจะเปึน สํานวนคดี ไปในยามที่ไม่ใช่เวลาราชการ ท่าน ส.ส. พรรคผมก็ได้ไปทักท้วงว่า ช่วยสอบสวนดูสิว่าเข้าไปทําอะไร ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ เข้าไประหว่างที่ยังไม่ได้ พิจารณากรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์กรณีใช้เงินกองทุน พัฒนาพรรคการเมือง ๒๙ ล้านบาทนี่แหละครับ ก่อนการพิจารณาเข้าไปมีคนเห็น มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน แล้วก็ลงโทษเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นี่เปึนกรณีที่ลาง ๆ ต้น ๆ ที่บอกว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้อง ไม่น่าจะเข้าไป แม้ว่าจะมีการบิดเบือนว่าไม่ใช่เรื่องที่ เกี่ยวข้องกับคดียุบพรรค ไปเรื่องอื่น แต่ว่านี่มันเปึนลางสังหรณ์นะครับท่านประธาน แต่ว่าต่อมากรณีที่ฉาวโฉ่มากก็คือกรณีคลิป (Clip) ฉาว ท่านประธานครับ กรณีคลิปฉาว เปึนการพบกันระหว่าง ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ พบกับเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ คุณพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ขออนุญาตต้องกราบเรียนชื่อ ส.ส. ท่านนี้ด้วยความจริงใจคือ คุณวิรัช ร่มเย็น ส.ส. จังหวัดระนอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็เคารพนับถือเปึนนักการเมือง อาวุโสของพรรคประชาธิปัตย์ เปึนคนอยู่ในร่องในรอย ทํางานในสภาอย่างมีเกียรติ เปึนนักอภิปราย เปึนประธาน คณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น เปึน ส.ส. ๘ สมัย ๙ สมัย ผมเข้าใจปกติ ไม่ใช่เปึนคนบุ่มบ่ามทะเล่อทะล่าไป แต่ว่าไปพบกันคลิปออกมา ผมเชื่อว่าในการทํางาน ของคุณวิรัช ร่มเย็น ก็ทําในฐานะที่เปึน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ และขณะที่มีการพิจารณาคดี ของศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการยุบพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทยไม่ได้ไปร้องนะครับ กกต. เปึนเจ้าทุกข์ร้องเมื่อเห็นว่ามีการประพฤติ มีการใช้เงินผิดประเภทในฐานะที่เปึน พรรคการเมืองที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างเท่าเทียมกับพรรคอื่น ๆ ไม่ใช่ว่าพอเปึนพรรคอื่น ๆ แล้วยุบต้องถูกปฏิบัติโดยเคร่งครัดตามกฎหมาย แต่พอเปึนพรรคที่มีอํานาจอยู่เปึนรัฐบาล ก็จะได้รับความคุ้มครอง ผมไม่อยากเห็นภาพแบบนี้เกิดขึ้นนะครับ ท่านประธานครับ คลิปในตอนที่ ๒ เปึนการสนทนากันเลยนะครับ ระหว่างคุณวิรัช ร่มเย็น กับคุณพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ ผมแย้มคําว่าเปึนเลขานุการ พบกัน ระหว่างประธานคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ กับเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องที่สําคัญเปึนความสนใจมาก ท่านประธานครับ จะต้องอ่านบทสัมภาษณ์เล็กน้อยที่มีอยู่บ้าง ขออนุญาตท่านประธาน คุณพสิษฐ์บอกว่า ทํากันอย่างไรถึงต่อสู้ผิดทาง คือพูดไปพูดมามันยังโยงไปติดตรง กกต. ทีนี้ถ้าประธาน กกต. มาคนเดียวโอเคไหม แต่ถ้าสมมุติว่า กกต. มาหลายคนพี่ว่าอย่างไร เอาแฟร์ ๆ (Fair) เลย คุณวิรัชบอกว่ามองดูมันเปึนอํานาจของประธานนะ เปึนอํานาจ นายทะเบียนที่จะให้ความเห็นนะ คุณพสิษฐ์บอกว่าประเด็นอยู่ที่ตุลาการอาจให้ กกต. มา หลายคนพี่ว่าอย่างไร ถ้ามา ๕ คน พี่รับได้ไหม คุณวิรัชบอกว่าก็กลัวว่าจะไม่ได้ พี่ว่า มันจะมีปัญหาก็ตรงอยู่ที่ตัวประธาน คุณพสิษฐ์บอกไม่แน่ ทีนี้เรื่องของเรื่องผมไม่ได้ติดใจ อะไรทั้งนั้นมันคนละประเด็นกันต่างกันที่สําคัญ แต่คนมองว่าสิ่งที่ไม่สําคัญก็ใช่ว่าจะมอง ไม่สําคัญ แต่ปัญหาก็คือถ้าสมมุติว่า กกต. คนอื่นมาถึงก็พูด ๆ ผมว่ามันจะหนักกว่า นักวิชาการที่พี่เอามาพี่ว่าอย่างไร คุณวิรัชบอกว่า ผมว่าพวก กกต. ท่านประธานครับ นี่เปึนตอนหนึ่งของคลิปที่ออกยูทูบ (YouTube) เผยแพร่ไปทั่วโลกมันทําให้มองว่าอย่างอื่น ไม่ได้ว่าอย่างนี้เปึนการสนทนาที่เกิดขึ้นจริงนะครับ เปึนการสนทนาที่เกิดขึ้นจริงระหว่าง ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ส.ส. อาวุโสเปึนคนที่มีศักดิ์มีฐานะที่ควรแก่ความเชื่อถือ แล้วพบกับเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญจริง สนทนาการเรื่องที่จะพยายาม หาแนวทางจะเอาประธาน กกต. หรือ กกต. มาเปึนพยานก่อนที่จะแถลงพิจารณา ในคดีนัดสุดท้าย ท่านประธานครับ นี่มันไปสอดคล้องกับคลิปตอนที่ ๓ เหมือนกัน ที่แสดงภาพของการปรึกษาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการที่จะขอให้นํา ท่านประธาน กกต. มาเบิกความเพื่อให้เปึนประโยชน์ในการที่จะพิจารณา ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การทําหน้าที่แบบนี้ของนักการเมือง ผมไม่อยากให้ผ่านเลยไปธรรมดา สภาควรมีบรรทัดฐานว่าถ้าไม่ได้เกี่ยวข้องแต่ใด ๆ ไม่มีส่วนใดเสียของรัฐบาลแล้ว แล้วจะปล่อยให้เลยไปอย่างนี้โดยมันตรงกันกับของศาลรัฐธรรมนูญที่ปรึกษากันว่าต้องใช้ ประธาน กกต. มาเปึนพยาน มาแถลงนัดสุดท้าย ท่านประธานครับ แปลว่าแบบนี้มีส่วน ได้เสียกับพรรคประชาธิปัตย์ แล้วในฐานะที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงว่าความเปึนธรรม ต้องเกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา