ถาวร เสนเนียม กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาความรุนแรงทั่วโลก โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและกลุ่มการเมือง โดยเสนอแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยมีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการและลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ พร้อมด้วยการสร้างความตระหนักและสนับสนุนให้มีการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังความรุนแรงในระดับตําบล และการจัดดําเนินการรณรงค์เผยแพร่ความรู้และความเข้าใจในเรื่องนี้
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถาม ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านผุสดี ตามไท ท่านประธานครับ เป็นที่ยอมรับกันว่าขณะนี้ สถานการณ์ไม่เฉพาะในบ้านเมืองของเราเท่านั้น ทั่วทุกมุมโลกมักจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น ความรุนแรงนั้นเกิดขึ้นไม่เว้นแม้กระทั่งในกลุ่มเยาวชน ในครอบครัวซึ่งเป็นหน่วยเล็กที่สุด ของสังคมและมีอยู่ทั่วไป ความรุนแรงที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เน้นยกเป็นกรณีตัวอย่าง นั่นคือความรุนแรงอันเกิดจากการชุมนุมที่มีความคิดแตกต่างในทางการเมือง ซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ดําเนินการหาวิธีการแก้ไขโดยใช้วิธีการสันติมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง ฯพณฯ ได้ออกประกาศผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม เวลา ๒๑.๑๕ นาฬิกา โดยมุ่งเน้นให้เกิดความปรองดองของพี่น้องประชาชนในชาติขึ้น ซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเอาไว้ว่ากระบวนการปรองดองที่ว่านั้นจะประกอบไปด้วย ๕ องค์ประกอบสําคัญ ซึ่งผมคิดว่าถ้าวันนี้พี่น้องประชาชนได้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล จะทําให้บ้านเมืองของเรานั้นสามารถกลับสู่ความสงบสุขได้อย่างแท้จริง ส่วนรายละเอียด ของการปรองดอง ๕ ประการนั้นพี่น้องประชาชนได้ทราบแล้ว ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็ได้ทราบแล้ว ส่งผลให้พี่น้องประชาชนคลายเครียดและนําไปสู่ความสงบสุข สันติสุขได้ ถ้าหากว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มได้ให้ความร่วมมือตามแนวความคิด ตามความตั้งใจดี ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ แต่อย่างไรก็ตามผมได้เกริ่นนํากับท่านประธาน เอาไว้ว่าความรุนแรงนั้นเกิดขึ้นไม่เว้นแม้กระทั่งในหมู่เยาวชนและครอบครัว ดังนั้นรัฐบาล จึงได้ตระหนักถึงการแก้ไขปัญหาความรุนแรงโดยกําหนดมาตรการในเชิงรุก การดําเนินการ กําหนดมาตรการในเชิงรุกก็คือดําเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้ถูกกระทําด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ รัฐบาลทําอย่างไรครับ
ประการแรก ก็คือจัดตั้งและประชุมคณะอนุกรรมการระดับชาติในการป้ องกัน และแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวขึ้น ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึง ๑๐ หน่วยงาน และได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อที่จะดําเนินการยุติความรุนแรง ในครอบครัวตามพระราชบัญญัติดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคมที่ผ่านมา ท่านประธานครับ โดยพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาเสด็จมาเป็นองค์ประธาน ณ หอประชุม กองทัพเรือ
ประการที่สอง รัฐบาลได้เสริมสร้างศักยภาพและพัฒนากลไกการปฏิบัติงาน ให้แก่เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นับตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน พนักงานสอบสวน พนักงาน อัยการ และผู้ที่ทําหน้าที่ประนีประนอมไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้น
ประการถัดไป รัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้ องกันการกระทํา ความรุนแรงในครอบครัวขึ้นทั้ง ๗๖ จังหวัดทั่วประเทศ ส่วนที่กรุงเทพมหานครนั้นเราได้ จัดตั้งขึ้นที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ นอกจากนั้นทางรัฐบาลได้เปิดสายด่วน ศูนย์ประชาบดี ๑๓๐๐ ที่เรียกว่าศูนย์ประชาบดี ๑๓๐๐ เปิดตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อรับฟัง และแจ้งเหตุเบาะแสทางสังคมที่อาจจะมีความรุนแรง หรือผู้ที่ได้รับการกระทําที่รุนแรง ให้ทางรัฐบาลรับทราบและเพื่อไปดําเนินการแก้ไข นอกจากนั้นรัฐบาลได้สนับสนุนให้มี การจัดตั้งศูนย์เฝ้ำระวังความรุนแรงในระดับตําบล ซึ่งเป็นองค์กรเครือข่ายภาคประชาชน ในปี ๒๕๕๓ ได้ดําเนินการตามวิธีการนี้นําร่องไปที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดนครสวรรค์ นอกจากนั้นการสร้างความตระหนักให้มีความรู้สึกรับผิดชอบร่วมกันทุกภาคส่วน ด้วยการจัดดําเนินการรณรงค์เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แผ่นพับ โปสเตอร์ (Poster) และนอกจากนั้นก็ได้จัดทําเข็มกลัดริบบิ้นสีขาว สปอต (Spot) และวีดิทัศน์เพื่อรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนได้ตระหนักที่จะลดความรุนแรง และกําหนดให้ปี ๒๕๕๓ นี้เป็นปีแห่งการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีในครอบครัว ซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้จัดงานเปิดตัวและมีการรณรงค์ขึ้นในกรุงเทพฯ ซึ่งเรา มุ่งเน้นให้ตระหนักว่าไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย ไม่กระทําความรุนแรง อย่างต่อเนื่องตลอดปี ๒๕๕๓ สําหรับการดําเนินงานโครงการด้านป้ องกันความรุนแรงในเยาวชนนั้น รัฐบาลได้จัดทํา โครงการเสริมสร้างความรู้ ทักษะ ป้ องกันและแก้ไขความรุนแรงให้แก่เยาวชน เราได้ ดําเนินการเสริมสร้างเครือข่ายในการพัฒนาครอบครัวและชุมชนเพื่อป้ องกันการกระทํา ที่รุนแรงในครอบครัว อาทิ โครงการเด็กไทยรู้รักห่วงใยตนเอง โครงการความรัก ความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ส่วนการฟื้นฟูนั้นในชุมชนท้องถิ่นเราได้ดําเนินการเพื่อที่จะ นําไปสู่การลดความรุนแรงด้วยการสนับสนุนการจัดสวัสดิการสังคม และนอกจากนั้นได้มี การส่งเสริมให้มีการจัดตั้งการส่งเสริมในเรื่องของสภาชุมชนซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่สําคัญ อย่างยิ่ง ขณะนี้รัฐบาลได้ดําเนินการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนแล้วถึงจํานวน ๓,๐๕๙ ตําบล ผู้ได้รับประโยชน์ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนเศษ มาตรการในเชิงรับ ที่ผมได้พูดถึงนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่มีประโยชน์มากในการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตําบลขึ้น ซึ่งจัดตั้งขึ้นแล้ว ๑,๕๘๗ ตําบล จากการที่ได้ลงไปตรวจเยี่ยมและสัมพันธ์กับองค์กรดังกล่าว หลายคนบอกว่านี่คือเป็นการสนับสนุนให้เกิดการสร้างระบอบประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน ที่แท้จริงครับท่านประธาน มาตรการเชิงรับ เราได้จัดตั้งบ้านพักเด็กและครอบครัวขึ้น ใน ๗๖ จังหวัดทั่วประเทศ โดยการฟื้นฟูเยียวยา บริการให้คําปรึกษาแนะนํา การสงเคราะห์ครอบครัว ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิสวัสดิภาพในลักษณะทีมสหวิชาชีพ ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ อย่างไรก็ตามการใช้แผนรักษาความสงบ กรกฎ/๒๕ ซึ่งทางหน่วยงานของตํารวจซึ่งรับผิดชอบ โดยรัฐบาลนี้ เราก็ไม่เว้นที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหา หากเกิดความรุนแรง ดังนั้นรัฐบาลนี้ตระหนักดีถึงการแก้ไขปัญหาความรุนแรงไม่ว่าจะเกิดขึ้น ในกลุ่มเยาวชน ครอบครัว เด็ก หรือความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั่วไป ผมขอชี้แจงและตอบคําถาม ผู้ที่ตั้งกระทู้ถามสดนี้พอสังเขปดังที่กราบเรียนท่านครับ