สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓

บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ เสนอการสร้างจังหวัดบึงกาฬขึ้นใหม่ โดยอ้างถึงหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2524 และผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เช่น ความไม่สะดวกของประชาชน การอพยพของแรงงานต่างด้าว และปัญหาการเสพติดยาที่เกิดขึ้นในจังหวัดหนองคาย

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบกระทู้ถามของ ท่านสมาชิกจากจังหวัดหนองคาย เกี่ยวกับเรื่องการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬขึ้นมาใหม่ ท่านประธานที่เคารพ จังหวัดหนองคายนั้นเป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วก็มีลักษณะที่มีความพิเศษกว่าจังหวัดอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวของจังหวัดนั้น จะเป็นแนวยาวเลียบกับแม่นํ้าโขง เป็นความยาวทั้งสิ้นประมาณ ๓๓๐ กิโลเมตร จังหวัดหนองคายนั้นที่ผมบอกมีลักษณะพิเศษและมีความยาวอย่างนี้ มีพื้นที่ ๑๗ อําเภอ อําเภอจากทิศตะวันตกคืออําเภอสังคมไปจนถึงทิศตะวันออกคืออําเภอบึงโขงหลง มีระยะทางยาวมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้จังหวัดหนองคายตัวศาลากลางอยู่ที่ อําเภอเมือง อําเภอต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ทั้ง ๑๖ อําเภอ ถ้าจะเดินทางมายังตัวอําเภอซึ่งเป็น จุดตั้งศาลากลาง มีระยะทางตั้งแต่ ๙๐ กว่ากิโลเมตรเป็นต้นไป จนเกือบ ๓๐๐ กิโลเมตร นี่คือลักษณะพิเศษของจังหวัดหนองคาย

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งซึ่งเป็นปัญหาหนึ่ง อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวก็คือ เรื่องความไม่สะดวกของประชาชน เรื่องของการที่เป็นจังหวัดติดชายแดน การอพยพ ของแรงงานต่างด้าว เรื่องของยาเสพติด

- ๓๘/

๑ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นจังหวัดที่ถือว่าติดชายแดนแล้วนําเข้ายาเสพติด และเรื่องของ ความมั่นคงอีกหลาย ๆ เรื่อง ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดหนองคาย เขาเห็นปัญหาว่ามันเป็นอย่างนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ก็ได้มีการร้องขอเพื่อที่จะมีการจัดตั้ง จังหวัดขึ้นใหม่ โดยใช้ชื่อว่าจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬนั้นก็เป็นจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ แล้วก็จัดตั้งอยู่ที่อําเภอบึงกาฬ แล้วก็มีพื้นที่จํานวนหนึ่ง โดยที่จะเอาพื้นที่ต่าง ๆ ของอําเภออื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงนั้นมาทําการจัดตั้งจังหวัด มีด้วยกันอยู่ทั้งหมดของจังหวัด ที่จะแยกนะครับ ๘ อําเภอครับ ประกอบไปด้วยอําเภอบึงกาฬ อําเภอเซกา อําเภอโซ่พิสัย อําเภอพรเจริญ อําเภอปากคาด อําเภอบึงโขงหลง อําเภอศรีวิไล แล้วก็อําเภอบุ่งคล้า นี่คือ ๘ อําเภอที่ประสงค์ที่จะแยกเป็นจังหวัดและตัวจังหวัดไปตั้งอยู่ที่อําเภอบึงกาฬ แต่กระบวนการแยกจังหวัดนั้นไม่ใช่ว่าเพียงแค่ประชาชนร้องขอ และหน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยจะอนุญาตให้จัดตั้งจังหวัดขึ้นมาใหม่หมด มีหลักเกณฑ์ครับท่านประธานที่เคารพครับ โดยเฉพาะหลักเกณฑ์ดังกล่าวนั้นเป็นไปตาม มติ ครม. ๘ ธันวาคม ๒๕๒๔ มีหลายข้อหลายประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณี การจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬนั้นได้เข้าหลักเกณฑ์เป็นส่วนใหญ่ เช่นจํานวนอําเภอในการจัดตั้ง ขึ้นใหม่ ตามหลักเกณฑ์นั้นจังหวัดที่ตั้งขึ้นใหม่ต้องมีอําเภอไม่น้อยกว่า ๖ อําเภอ วันนี้ อําเภอบึงกาฬนั้นมี ๘ อําเภอ และอีก ๙ อําเภอนั้นก็เป็นจังหวัดหนองคายเดิม นี่คือ หลักเกณฑ์ที่สามารถเข้าหลักเกณฑ์ในเรื่องของอําเภอ ส่วนจํานวนประชากรนั้น ตามหลักเกณฑ์ต้องมีประชากรไม่น้อยกว่า ๓๐๐,๐๐๐ คน จาก ๘ อําเภอที่จะจัดตั้ง เป็ นจังหวัดบึงกาฬนั้นมีประชากรประมาณ ๓๙๐,๐๐๐ คนซึ่งก็เกินหลักเกณฑ์ ส่วนประเด็นของหน่วยงานราชการที่มีอยู่ในพื้นที่ที่จะจัดตั้งเป็นจังหวัดใหม่ ตรงนี้ก็สําคัญ เพราะการจัดตั้งจังหวัดขึ้นมาใหม่นี้ไม่ใช่ว่าอําเภอครบแล้ว ประชากรครบแล้ว จะเพียงพอ สําคัญคือหน่วยงานราชการที่จะจัดตั้งขึ้นมาใหม่นั้นมีความพร้อมหรือยัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดบึงกาฬที่จะมีการขอจัดตั้งจังหวัดใหม่นั้นบริเวณอําเภอบึงกาฬนั้นถือได้ว่า เป็นอําเภอที่มีขนาดใหญ่ครับ มีพื้นที่ ๗๙๑ ตารางกิโลเมตร ประชากรเกือบ ๗๐,๐๐๐ คน ๘๐,๐๐๐ กว่าคนมีพื้นที่ ๑๒ ตําบล ๑๓๑ หมู่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑๓ แห่ง สําคัญอย่างยิ่งอําเภอบึงกาฬที่จะเป็นจุดตั้งจังหวัดนี่เขามีความพร้อมมาก ศาลจังหวัดมีครับ อัยการจังหวัด ไฟฟ้ำ ประปา โทรศัพท์ โรงพยาบาล แขวงการทาง เรือนจํา และยังมี คลังอําเภออีกด้วย สําคัญอย่างยิ่งถ้าจัดตั้งแล้วนี่จะมีปัญหาต่องบประมาณแผ่นดินหรือไม่ รัฐบาลกลางต้องสนับสนุนงบประมาณเพียงใด ประเด็นสําคัญอยู่ที่ว่าที่ตั้ง ของจังหวัดบึงกาฬนั้นมีที่ดินอยู่ประมาณเกือบ ๙๐๐ ไร่เป็นที่ดินสาธารณะที่สามารถ ตั้งศาลากลางไม่ต้องหาเงินไปซื้อที่ดินเปลืองงบประมาณแผ่นดินอีกมากมาย ฉะนั้น ด้วยความพร้อมส่วนราชการนั้นมีความพร้อม แต่สําคัญที่สุดท่านประธานที่เคารพ ประชาชนเอาด้วยไหม แม้จะมีประชาชนร้องขอจํานวนหนึ่งมิได้หมายความว่าจะต้องผ่าน หรือได้จัดตั้งเป็นจังหวัด ประชาชนส่วนใหญ่เห็นอย่างไร วันนี้ได้มีการทําการสํารวจ ความคิดของประชาชนทั้งจังหวัด ไม่ได้สํารวจเฉพาะ ๘ อําเภอที่ตั้งเป็นจังหวัดบึงกาฬ สํารวจทั้ง ๑๗ อําเภอว่าพี่น้องประชาชนเห็นอย่างไร จากการสํารวจพี่น้องประชาชนนั้น เห็นด้วย ๙๘.๘๓ เปอร์เซ็นต์ นี่คือประชาชนครับ ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีอยู่ในพื้นที่ ๑๒๖ แห่ง ประกอบไปด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตําบลนั้นทั้งหมดนี้ เห็นด้วย ๙๖ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของราชการโดยเฉพาะหัวหน้าส่วนราชการระดับอําเภอ ที่มีอยู่ทุกอําเภอในพื้นที่ได้มีการสอบถามความคิดเห็นว่าถ้ามีการจัดตั้งจังหวัดขึ้นใหม่ เป็นจังหวัดบึงกาฬเห็นอย่างไร วันนี้หัวหน้าส่วนระดับอําเภอเห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนหัวหน้าส่วนระดับจังหวัดก็เห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ผมเรียน ข้างต้นว่าวันนี้การจัดตั้งจังหวัดนั้นต้องเป็นไปตามมติ ครม. และหลักเกณฑ์สําคัญ ๆ นั้น ได้ผ่านเกณฑ์หมดแล้ว สําคัญครับท่านประธาน ผมต้องเรียนว่าวันนี้การจัดตั้งจังหวัดนั้น ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดบึงกาฬ ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่เขาขอจัดตั้งขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็ น จังหวัดแม่สอดของจังหวัดตาก จังหวัดพระนารายณ์ของจังหวัดลพบุรี จังหวัดฝาง ของจังหวัดเชียงใหม่ เหล่านี้ไม่เข้าเกณฑ์ครับ ไม่เข้าเกณฑ์ตามมติ ครม. ก็ตกไป ส่วนของ อําเภอบึงกาฬเมื่อเข้าหลักเกณฑ์เสร็จก็ผ่านกระบวนการ และวันนี้ทั้งหมดขอเรียน ท่านประธานที่เคารพว่าได้นําเข้า ครม. ขณะนี้ก็ได้มีการสอบถามหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสํานักงบประมาณ ก.พ.ร. หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เขาให้ความเห็นมา จากนั้นให้ความเห็นมาแล้วก็นําสู่คณะรัฐมนตรี ถ้าคณะรัฐมนตรีให้มีความเห็นชอบด้วย ก็เป็นกระบวนการของการที่จะเสนอเป็นกฎหมาย พ.ร.บ. จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬต่อไป ณ เวลานี้ได้ดําเนินการผ่านกระทรวงมหาดไทยไปแล้วครับ