วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องปัญหาของเกษตรกรที่เกี่ยวข้องกับโครงการประกันรายได้ และมีผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเน้นย้ำถึงความท้าทายในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ และเรียกร้องให้รัฐบาลมีนโยบายในการปรับการลงทะเบียนเกษตรกรให้คล่องตัว และหาทางออกในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ไม่ได้ลงทะเบียนปีที่แล้ว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมมีเรื่องที่เปึนปัญหาของพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนาที่จะเรียน ถามท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหลาย ๆ ส่วน แต่เนื่องจากว่าเรื่องที่ตั้งโจทย์ถามนั้นเปึนเรื่อง โครงการประกันรายได้ แต่บังเอิญโครงการประกันรายได้ครั้งนี้มันมีผลกระทบจากน้ําท่วมด้วย ดังนั้นคําถามบางคําถามอาจจะขยายความครอบคลุมถึงเรื่องน้ําท่วมสักนิดหนึ่งนะครับ เผื่อท่านรัฐมนตรีจะได้ตอบเพื่อเปึนประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรที่รอฟังอยู่
ในประเด็นแรกที่จะเรียนถามท่านรัฐมนตรี ผมอยากจะชื่นชมท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องทุกส่วนในการจัดทําโครงการประกันรายได้ เพราะผมถือว่าโครงการนี้เปึนโครงการ ที่ดูแลพี่น้องเกษตรกรโดยตรง คนจนได้รับการดูแลจากรัฐบาล ซึ่งถือว่าเปึนความยิ่งใหญ่ ถ้าท่านประธานจําได้ว่าผมพูดถึงโครงการประกันรายได้ครั้งใด ผมจะพูดถึงว่าโครงการนี้เปึนโครงการที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ มันไม่ใช่ว่าเปึนการทําโครงการที่ทํา ครั้งเดียวแล้วก็จบไป แต่โครงการนี้คือปากท้อง คืออาชีพ คือวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน ถ้าเทียบกับอดีตที่ผ่านมาคือโครงการจํานํา ท่านประธานก็คงจะทราบนะครับว่าโครงการ จํานําจะมีคนบางส่วนเท่านั้นที่ได้รับ แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ แต่โครงการประกันรายได้นั้น คือโครงการที่ฝนตกทั่วฟัา พี่น้องเกษตรกรได้รับการดูแลจากทุก ๆ คนที่มาลงทะเบียนกับรัฐบาล แต่เราต้องยอมรับว่าครั้งนี้เปึนป้ที่ ๒ ของโครงการ ถ้าเทียบเปึนรอบฤดูของข้าวเปึนรอบที่ ๓ แต่ถ้าเปึนรอบฤดูของไร่จะเปึนรอบที่ ๒ เราต้องยอมรับว่าการลงทะเบียนที่ผ่านมาบางครั้ง ก็มีปัญหา ท่านประธาน อยากจะเรียนไปทางรัฐมนตรีนะครับว่าผมยกตัวอย่างเรื่องข้าว มันจะมีข้าวนาป้และข้าวนาปรัง ตอนที่มีการผลักดันโครงการพวก ส.ส. หลายส่วนก็อยากจะ บอกกับทางรัฐบาลว่าเราไม่จํากัดช่วงเวลาได้ไหม เพราะว่าการจํากัดอย่างนาป้คือ เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคมครับ นาปรังก็คือเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน ในความเปึนจริงนั้นในแต่ละพื้นที่น้ําท่วมไม่เท่ากัน พื้นที่บ้านผมคือพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง น้ําจะท่วมก่อน การทํานาของพี่น้องเกษตรกรก็จะเร่งทําก่อน ทําให้บางครั้งการหว่าน ในช่วงแรกอาจจะไปหว่านในช่วงที่เหลื่อมล้ําจากข้าวนาปรังที่จะเปึนข้าวนาป้ ขณะที่พื้นที่ ภาคกลางขณะนี้ พื้นที่จังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง ตอนนี้เปึนช่วงน้ําท่วมของเขา ซึ่งบ้านผมน้ําท่วมมาก่อน ดังนั้นวิธีการหว่านผมเชื่อว่า เหลื่อมระยะเวลามันต่างกันแน่นอน แต่เนื่องจากว่ารัฐบาลมองประเทศไทยทั้งประเทศ เปึนสิ่งเดียวกัน และคิดว่าพี่น้องชาวนาทําไร่ทํานาพร้อมกันทั้งประเทศ ซึ่งในความเปึนจริง มันเปึนไปไม่ได้ ตอนผลักดันโครงการ ส.ส. หลายท่านได้เสนอกับทางที่ประชุมผลักดัน นโยบายว่าเราให้สิทธิพี่น้องเกษตรกรชาวนาป้ละ ๒ รอบ โดยที่ไม่จําเปึนต้องกําหนด ระยะเวลา เพื่อให้พี่น้องชาวนาสามารถบริหารช่วงเวลาของตัวเอง คือ ๑ ป้ ๒ รอบ ทําช่วงไหน หนีน้ําท่วม พื้นที่ใครพื้นที่มัน แต่ขณะนี้รัฐบาลก็ยังกําหนดเปึนช่วงเวลาว่าต้องเปึนนาป้ แล้วก็นาปรัง มันจึงทําให้เกิดปัญหาอย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้วว่าช่วงนี้คือข้าวนาป้ เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม แต่มีเกษตรกรบ้านผมบางคนรีบหว่านข้าวในช่วง เดือนเมษายน ก็ทําให้เกิดกลายเปึนไปตีความว่านี่คือข้าวนาปรัง มันจึงเกิดปัญหาขึ้นมา อันนี้คือประเด็นที่ ๑ ที่อยากเรียนท่านรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวยังมีคําถามต่อนะครับ อันนี้ผม ปูความนิดหนึ่ง
ประเด็นที่ ๑ ปัญหาเรื่องการลงทะเบียนเรื่องข้าวโพด ซึ่งมีทั้งเขตอําเภอนครไทย- อําเภอชาติตระการ ที่ท่าน ส.ส. นคร มาฉิม และเขตที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนของท่าน ส.ส. สมบัติ ยะสินธุ์ ซึ่งวันนี้ท่านก็มานั่งกับผมด้วย ซึ่งท่านก็บอกว่าในพื้นที่ของเขาเอง ในการลงทะเบียน ป้ที่แล้วต้องยอมรับว่ามีปัญหาอยู่ ๒ อย่างนะครับ ปัญหาอย่างที่หนึ่งคือพี่น้องประชาชน ช่วงแรกทําพืชไร่อยู่ เปึนพืชที่ทําตามพื้นที่ภูเขา พื้นที่ที่ราบสูงอยู่แล้ว ต้องยอมรับว่าปัญหา ทางการเมืองทําให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นว่าถ้ามาลงทะเบียนกับรัฐบาลจะได้รับการดูแลจาก รัฐบาลจริงหรือไม่ แล้วก็ต้องยอมรับว่าในพื้นที่ที่สูงที่ทําพืชไร่ พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่ง ก็เปึนการบุกรุกพื้นที่หลวง แต่ทางรัฐบาลโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็บอกไว้ชัดเจนว่า ในครั้งแรกคนเคยบุกรุก ๑๐ ไร่ ผมสมมุติครับ ในป้ต่อมาก็ยังได้รับสิทธิ ๑๐ ไร่เหมือนเดิม แต่ขยายไม่ได้ แต่มีประชาชนส่วนหนึ่งที่ไม่ได้มาลงทะเบียนเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่เข้าใจ หรือความไม่เชื่อถือรัฐบาล หรือยังติดการทําพืชตัวอื่นอยู่ มาทําให้การลงทะเบียนป้นี้ เขาลงทะเบียนไม่ได้ เพราะว่าเขาไม่มีฐานของข้อมูลในป้ที่แล้ว ซึ่งพวกเราก็มีการประชุมนอกรอบ กับคณะทํางานเกษตรที่ทางรัฐมนตรีส่งมาคุยกับพวกเรา พวกเราก็เสนอไปว่าเปึนไปได้ไหม ว่าการลงทะเบียนของคนที่มีปัญหาพวกนี้อาจจะตั้งคณะทํางานจากส่วนต่าง ๆ เช่น จากส่วนท้องถิ่น จากส่วนอําเภอ จากเกษตร จาก ธ.ก.ส. หรือจากตัวแทนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่เปึนกรรมการสัก ๔-๕ คน แล้วก็ตรวจสอบเลยว่าคนนี้เขาคือคนทําไร่จริงไหม แล้วป้ที่แล้ว ไม่ได้ลงทะเบียนจริงไหม ถ้าเซ็นสัญญายืนยันใน ๔-๕ คนนี้ยืนยันมาน่าจะเป่ดให้เขา ลงทะเบียน ซึ่งยังไม่มีอะไรคืบหน้า
ประเด็นที่ ๓ ก็คือปัญหาเรื่องน้ําท่วม ซึ่งผมทราบข่าวว่าทางท่านรัฐมนตรี ก็มีโจทย์การบ้านชุดใหญ่จากทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในการดูแลการเยียวยา เพราะโดยปกติแล้วถ้าน้ําท่วมอดีตที่ผ่านมาท่วมไม่เยอะ พี่น้องทํานาได้รับการดูแล ๖๐๐ บาทต่อไร่ พี่น้องทําสวนได้รับการดูแล ๘๓๗ บาทต่อไร่ และพี่น้องพืชไร่ได้รับการดูแล ๙๐๒ บาทต่อไร่ แต่ทราบมาว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้การบ้านโจทย์ใหญ่เพื่อท่านจะได้ ไปพูดคุยในที่ประชุม ครม. เศรษฐกิจวันจันทร์ที่จะถึงนี้ คือว่าจะปัดอย่างไรให้พี่น้องคนเหล่านี้ ไม่ขาดทุน ซึ่งผมถือว่ามันเปึนอํานาจหน้าที่ท้าทายท่านรัฐมนตรีเปึนอย่างยิ่ง
ดังนั้นผมจึงมีคําถามที่จะถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดังนี้ คําถามถามว่ารัฐบาลมีนโยบายในการปรับการลงทะเบียนโดยให้สิทธิเกษตรกรซึ่ง ประกอบอาชีพทํานาป้ละ ๒ รอบ โดยไม่จําเปึนต้องแยกนาป้ นาปรัง เพื่อความคล่องตัว แต่ละพื้นที่ได้หรือไม่ และพี่น้องปลูกพืชไร่ในจังหวัดภาคเหนือที่ไม่ได้ลงทะเบียนป้ที่แล้ว ท่านจะหาทางออกในการเป่ดโอกาสให้คนเหล่านี้ที่มีความผิดพลาดไปลงทะเบียนอย่างไร และการดูแลปัญหาเรื่องช่วยเหลือน้ําท่วมก็คือทั้งพืชไร่พืชสวน ที่ทางท่านนายกรัฐมนตรี ให้โจทย์ท่านไว้ ท่านมีความคิดว่าจะปรับให้เปึนไร่ละเท่าไร ๓ คําถามในข้อ ๑ ขอบคุณครับ