สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๓

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย พูดถึงการเตรียมการของท่านนายกรัฐมนตรีในการจัดการกับเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการและประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว โดยระบุว่าปัญหาอุทกภัยจะจบเมื่อน้ำลดไปแล้ว แต่ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสภาพให้กลับมาสู่คุณภาพชีวิตเดิม

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้มาตอบในประเด็นนี้นะครับ ความจริงแล้วเรื่องที่ท่านถาม ๓ ข้อ กับเรื่องที่ท่านอภิปรายก็น่าที่จะเปึนประเด็นที่ไม่ได้คาบเกี่ยวกันมากนักนะครับ

ก่อนอื่นต้องเรียนก่อนว่าผมก็เห็นด้วยกับผู้ถามกระทู้ถามว่าการแก้ปัญหา น้ําท่วมครั้งนี้ การแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนครั้งนี้ควรจะอยู่นอกเหนือมิติ ทางการเมือง ซึ่งจะพูดถึงการช่วงชิงอํานาจหรือการชิงดีชิงเด่นกัน เหตุผลที่ผมสนับสนุนเช่นนี้ ก็เพราะว่าน้ําท่วมเที่ยวนี้การทํางานของรัฐบาลนั้นต้องถือว่าเปึนการทํางานที่มีขอบข่าย ของการประสานงานกันกว้างขวางที่สุด เพราะน้ําท่วมเที่ยวนี้ทุกฝ์ายที่เห็นความทุกข์ยาก ของประชาชนนั้นเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเปึนทางฝ์ายของภาคธุรกิจ พี่น้องประชาชน สื่อมวลชน ภาคประชาสังคม ในโซเชียล เน็ตเวิร์ค (Social network) ทั้งหลาย รวมถึงทุกภาคส่วนของราชการก็เรียกว่าทุ่มเททํางานแล้วก็ช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ ผมต้อง เรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีเองนั้นไม่ใช่เปึนคนที่จะทํางานประเภทไปที่ไหน แล้วก็ไป ถ่ายรูปแล้วก็กลับ ถ้าเราดูความเปึนจริงนะครับ ลําดับเหตุการณ์ย้อนกลับไปครับ ในอดีตมาในช่วงก่อนเกิดสถานการณ์วันที่ ๑๐ ตุลาคม ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงเรื่องนี้ เอาไว้ตั้งแต่วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๓ ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยว่าทางคณะรัฐมนตรี ได้มีการกําชับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ดูแลเอาใจใส่ผลกระทบที่เกิดขึ้น เพราะขณะนั้นมีการออกประกาศเตือนภัยโดยกรมอุตุนิยมวิทยาแล้ว ต่อมาวันที่ ๓ ตุลาคม ก็มีการสั่งให้สํานักงบประมาณดําเนินการเรื่องจัดเตรียมงบประมาณ เพราะตอนนั้นจังหวัดเชียงรายมีน้ําท่วม ๑๐ อําเภอ จังหวัดลําปางประสบภัยกว่า ๑,๐๐๐ ครัวเรือน จังหวัดพิษณุโลกก็มีน้ําท่วมบ้านราษฎรประมาณ ๑๐๐ หลัง และพื้นที่ การเกษตรเสียหายกว่า ๕,๐๐๐ ไร่ จะเห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการดําเนินการ ติดตามในเรื่องนี้มาโดยตลอด พอ ๙ ตุลาคม ท่านนายกรัฐมนตรีก็เดินทางไปที่ จังหวัดเพชรบุรี หลังจากนั้นวันที่ ๑๒ ตุลาคม สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็มีการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์อุทกภัย โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม อันนี้เปึนการเตรียมการเบื้องต้น แต่ต้องยอมรับครับว่า เมื่อ ๑๐ ตุลาคม เหตุการณ์เกิดขึ้นนั้นฉับพลันมาก แม้ว่าหลายฝ์ายพยายามจะเตือน ไปก่อนล่วงหน้า วิธีการทํางานของรัฐบาลในขณะนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็เปึนคนที่ ทําหน้าที่ในการที่จะไปกระตุ้นเตือนให้ส่วนราชการทุกส่วน ซึ่งเขาก็มีหน้าที่ที่ต้อง ดําเนินการอยู่แล้วดําเนินการทันที ท่านนายกรัฐมนตรีมีการสั่งการในที่ประชุม ครม. ว่า ให้ตั้งศูนย์ประสานงานในทุกจังหวัดที่เกิดภัยพิบัติ โดยให้ใช้ศาลากลางจังหวัดเปึนหน่วย ในการประสานงานเบื้องต้น แล้วรัฐบาลเองโดยท่านนายกรัฐมนตรีก็จะเปึนศูนย์ ในการบูรณาการ สนับสนุน ติดตาม กํากับและให้ความช่วยเหลือ ในขณะนั้น ความช่วยเหลือของทางภาคเอกชนต่าง ๆ รวมทั้งสื่อมวลชนก็มีการเริ่มต้นในการที่จะ ทํางานหรือการทําหน้าที่ช่วยเหลือกัน รัฐบาลเองก็เห็นครับว่าทุกฝ์ายเมื่อมีการช่วยเหลือ แล้วเรื่องสําคัญก็คือการบูรณาการแล้วก็เยียวยาแก้ไขเฉพาะหน้า ในที่สุดศูนย์ที่ท่านรู้จักกัน ในนามของศูนย์เพื่อที่จะประสานงานในการช่วยเหลือเยียวยาก็เกิดขึ้นครับ แต่ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็เปึนคนที่มีการติดตามมีการประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดผ่านทางวิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ (VDO Conference) แล้วก็มีการติดตาม สถานการณ์ตลอดระยะเวลาที่เกิดขึ้น แต่แน่นอนครับส่วนที่ท่านพูดถึงว่าแต่ละกระทรวงนั้น เข้าไปช่วยเหลือทํางานอย่างไร ความจริงแล้วท่านพูดถึงหน่วยงานทหารนะครับ และท่านก็ ให้ข้อเสนอแนะว่าน่าที่จะจัดรถจัดอะไรลงไปช่วยเหลือ ความจริงแล้วตลอดเวลาที่เกิดเหตุมานี่ หน่วยทหารทุกหน่วยครับ ผู้บัญชาการทหารบกก็ดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ดี ก็สั่งการและทหารก็ลงไปช่วย ในหลายจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดจะรู้ดีครับ แม้กระทั่ง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาของท่านเองว่าทหารลงไปช่วยที่ใดบ้าง

ท่านพูดถึงกระทรวงมหาดไทยหรือกระทรวงอื่นว่าดูเหมือนว่าจะขยับตัวช้า ความจริงแล้วการสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนศูนย์มีการอนุมัติวงเงินทดรองราชการ จาก ๕๐ ล้านบาทขยับมาเปึน ๒๐๐ ล้านบาทเปึน ๕๐๐ ล้านบาท อย่างห้องสุขา ที่ท่านพูดถึง เดี๋ยวนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเขาสามารถสั่งตรงเองได้นะครับ มีการสั่งตรงให้ กรมอาชีวศึกษาผลิตห้องสุขาลอยน้ํา ๓,๒๐๐ หลัง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เองก็มีการส่งหนังสือมายังสํานักนายกรัฐมนตรี มีการประสานเรื่องเรือ เรื่องของห้องสุขา เรื่องของกระสอบทราย ที่สุดแล้วเขาสามารถประสานได้ด้วยตัวเองเพราะศักยภาพตรงนั้น รัฐบาลก็กระจายไป แล้วก็มีหน้าที่สนับสนุนอํานวยการและบูรณาการในกรณีที่มีปัญหา เพราะฉะนั้นผมก็เรียนท่านประธานว่าการทํางานในเชิงบูรณาการเช่นนี้ก็จะต้องเกิดขึ้น โดยทันที แต่แน่นอนครับความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชนนั้นต้องการการแก้ไขปัญหา เดี๋ยวนี้ เราจึงกําชับหรือสั่งทุกหน่วยงานและประสานทุกหน่วยงานให้มีการดําเนินการ ในการแก้ไขปัญหาโดยทันท่วงที การเป่ดศูนย์ประสานงานขึ้นมาและมีโทรศัพท์ ๑๑๑๑ หรือเอสเอ็มเอส (SMS) ๔๕๖๗๘๙๑ ก็เปึนทางหนึ่งที่ช่วยให้การประสานงานนั้นเกิดขึ้น อย่างคล่องตัวมากขึ้นโดยผ่านทางรัฐบาลและตรงไปยังหน่วยงานที่จะทํางานกัน แล้วก็ คงจะทํางานกัน ๒๔ ชั่วโมงต่อไป

คําถามท่านว่ารู้หรือยังปัญหาคืออะไร จะจบเมื่อไร และจะแก้ปัญหา อย่างไร ผมคิดว่าในการตอบกระทู้ถามที่ผ่านมาของเพื่อนสมาชิกคงเปึนคําตอบที่ชัดเจนว่า เรื่องของปัญหาก็เปึนรู้ปัญหาครับ เพราะถ้าไม่รู้ปัญหานี่การกําหนดวิธีการแก้ปัญหา ก็คงไม่เกิดขึ้น ส่วนถามว่าจบอย่างไร ผมเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับ อุทกภัย เมื่อเกิดขึ้นที่ใดแล้วการช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นต้องทําทันที แต่หลังจากน้ําลดไปแล้ว การฟุ๋นฟูบูรณะให้กลับมาสู่คุณภาพชีวิตและมีโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมและต้องใช้ เวลาในการฟุ๋นฟูบูรณะ ซึ่งในส่วนนี้รัฐบาลก็เตรียมพร้อมอยู่แล้ว การเตรียมการ เรื่องงบประมาณครับ วันจันทร์ ครม. เศรษฐกิจ และวันอังคารที่ ครม. จะประชุมนั้น จะมีมาตรการออกมาอีกหลายอย่างครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการไปดูแลเรื่องที่อยู่อาศัย ของประชาชน เรื่องของเส้นทางคมนาคม รวมถึงการปัองกันเส้นทางที่จะสามารถปัองกัน อุบัติภัยในครั้งต่อไปก็จะมีการดําเนินการต่อเนื่องกันไปด้วยครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ ก็เรียนตอบท่านประธานกับเพื่อนสมาชิกว่าทุกข้อเสนอแนะของท่านก็ยินดีที่จะรับฟัง แล้วก็ตอบได้อย่างที่ได้เรียนกับท่านประธานไปครับ