วิทยา แก้วภราดัย พูดเรื่องสถานการณ์การเมืองที่ไม่สงบ ขอให้ทุกฝ่ายยุติความขัดแย้ง และไม่ให้เกิดสงครามประชาชน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอชื่นชมยินดีกับเพื่อนสมาชิกที่ได้ร่วมอภิปรายไปเมื่อสักครู่นะครับ ผมใฝ่ ฝันมานานครับอยากเห็นบรรยากาศในการเอาสภามาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพราะสถานการณ์ที่ผ่านมาช่วงเดือนเศษครับ ในชีวิตการเมืองอย่างผมที่เผชิญมา พอสมควรครับ ผมไม่เคยเจอสถานการณ์การเมืองอย่างนี้ สถานการณ์การเมือง ที่ไม่สามารถพูดคุยกันได้ สถานการณ์การเมืองที่ทุกคนต้องใช้อารมณ์อดกลั้น อย่างถึงที่สุด ท่านประธานครับ เราเคยเผชิญมาหลายสถานการณ์ เคยหยิบยกสถานการณ์ต่าง ๆ ที่กลัวจะลามไม่ว่าจะ ๑๔ ตุลาคม ๖ ตุลาคม หรือพฤษภาคม สถานการณ์เหล่านั้นกับวันนี้ แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ วันนี้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมันเป็นการผสมผสานระหว่าง ความรู้สึกทางการเมืองในเรื่องความไม่เป็นธรรมในสังคมกับความรู้สึกในการที่ฉกฉวย สถานการณ์ทางการเมืองเพื่อเอาเปรียบกันทางการเมือง ทั้ง ๒ เส้นทางเดินมาเผชิญกันครับ แล้วก็ข้อเรียกร้องอันแรกที่พวกผมพูดไม่ออกว่าจะเอาสภาแก้ปัญหาก็คือข้อเรียกร้อง บอกว่าให้ยุบสภาเสีย พวกเราทุกคนนั่งอยู่ตรงนี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็มาจากวิถีทาง ประชาธิปไตย ท่านประธานสภาก็ผ่านการเลือกตั้ง ผ่านความเจ็บปวดในสนามเลือกตั้ง ผ่านการต่อสู้ที่เป็ นจริงเป็ นจัง วันนี้เราไม่เข้าใจครับว่าระยะเวลาเพียง ๒ ปี เศษ ในการทําหน้าที่ในสภา สภาผิดพลาดอะไรครับ ผิดพลาดเพราะว่าเราประชุมแล้วล่มกันบ่อย หรือเปล่า ผิดพลาดเพราะว่าเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยหรือเปล่า หรือผิดพลาดเพราะอะไร เพราะข้อเรียกร้องวันนี้ลงมาอยู่ที่สภา พอลงมาอยู่ที่สภาไม่ใช่เท่านั้นครับ ผมคิดว่า ภาวการณ์อย่างนี้คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีต้องหนักครับ แล้วผมเห็นใจท่านในฐานะ ท่านเป็ นนักการเมืองแล้วเดินบนเส้นทางการเมืองหวังยึดวิถีทางประชาธิปไตย บรรยากาศของการชุมนุมก็ออกไปครับว่าบางครั้งก็สงบตั้งใจจะสันติ แต่บางครั้ง ภาพพจน์มันออกมามันไม่ใช่ครับท่าน มันไม่เหมือน ๑๔ ตุลาคม มันไม่เหมือนครับ มันมีความพยายามตั้งใจจะเข่นฆ่ากัน การตั้งใจปลุกเร้าให้คนในสังคมนี้แตกแยก ผมผ่านเหตุการณ์พฤษภาคมในวันที่เราอยู่ในสภาครับ ๑๗ พฤษภาคมที่ผ่านมาเราแค่ แตกกันทางความคิดของพรรคการเมืองครับ แบ่งเป็นพรรคเทพ พรรคมาร พรรคการเมือง เวลาแตกแยกกันสามัคคีกันง่ายครับ ประสานประโยชน์ได้ เทพและมารก็สลายไปได้ แต่วันที่เราชักชวนคนในประเทศนี้มาทําสงครามอ้างว่าเป็นสงครามประชาชน เรื่องนี้ เรื่องใหญ่ครับ มันขุดรากลึกของระบบเศรษฐกิจ ขุดรากลึกของระบบสังคม ขุดรากลึกของ ทุกอย่างครับ คํากล่าวอ้างเรื่องทําสงครามประชาชนผมกับรุ่นท่านประธานเคยผ่านมาครับ แล้วก็ผ่านร้อนผ่านหนาวกับสงครามประชาชนที่เป็นจริง วันนี้สงครามที่ถูกหยิบยกมา มันผสมผสานกับความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง เพราะฉะนั้นคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี วันนี้ผมต้องชื่นชมครับว่าท่านอายุน้อยกว่าผมครับ ท่านเป็นคนที่มีความอดกลั้นอดทน คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีในภาวะสถานการณ์อย่างนี้ตัดสินใจยากครับ ถ้าตัดสินใจ จะทําตามอารมณ์ประชาชนส่วนหนึ่งอีกส่วนหนึ่งก็จะไม่พอใจ ความขัดแย้งทางการเมือง ถูกลากไปถึงประชาชนทุกคนเข้ามาร่วมในสนามความขัดแย้งครับ พวกเราในสภา ๒ พรรค จับมือกันทุกอย่างจบครับ แต่ประชาชนเขาไม่จบหรอกครับ วันนี้เกิดพรรคประชาธิปัตย์ จับมือกับพรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาล นักการเมืองเลิกขัดแย้งครับแต่ประชาชนที่ถูกลากเข้ามาสู่ สถานการณ์ทั้งหมดไม่ยุติครับ เพราะฉะนั้นปัญหาใหญ่ที่เราจะต้องร่วมมาแสวงหา ในบรรดานักการเมืองด้วยกันก็คือยุติความขัดแย้งในภาคประชาชน เราเป็นนักการเมือง ลงสมัครแข่งกันครับ เรายืนสู้กันบนเวทีซัดกันทุกอย่าง สู้กันทุกรูปแบบ สุดท้ายเลือกตั้งเสร็จ พวกเรามานั่งกินกาแฟกันในห้องกาแฟ หัวคะแนนที่อยู่ทางบ้านยังทะเลาะกันครับ วันนี้ เราลากลึกความขัดแย้งทางสังคมไปสู่ภาคประชาชนจริง ๆ จัง ๆ แล้วที่ผมเรียนยํ้าเสมอว่า คนที่เป็นผู้นําตัดสินใจยากครับ เพราะเราอยู่ท่ามกลางอารมณ์ของประชาชน ๒ ฝ่าย จะบอกว่าฝ่ายไหนมากกว่าฝ่ายไหนใครก็รับรองไม่ได้ครับ แต่ต้องตัดสินใจภายใต้ การประคับประคองอารมณ์ของประชาชน เราไม่อยากให้เกิดสงครามประชาชน ที่คนในชาตินี้จับอาวุธขึ้นสู้กันเองครับ ผมก็คิดว่าท่านประธานไม่อยากทําอย่างนั้น ตําแหน่งแค่ผู้แทนราษฎรหรือตําแหน่งรัฐมนตรี ตําแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องเล็กครับ สําหรับคนที่จะเป็นนักการเมือง เพราะวิถีของพวกเราก็คือการทําเพื่อประชาชน ผมคิดว่า วันนี้เรื่องง่ายครับถ้าจะบอกให้ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ลาออก แล้วผมคิดว่าคนที่รักท่าน คนในครอบครัวทุกคนอยากให้ท่านอยู่อย่างสบาย แต่ถ้าคนอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตัดสินใจลาออกวันนี้ในทางการเมืองมันหมายถึงความไม่รับผิดชอบครับ การก้าวข้าม ผลประโยชน์ส่วนตัวเข้าสู่ความรับผิดชอบของสังคมเป็นเรื่องที่เราต้องแสวงหาร่วมกัน แล้วผมเห็นบรรยากาศแบบนี้ครับ อยากเห็นบรรยากาศแบบนี้จริง ๆ พูดกันอย่างสร้างสรรค์ เรื่องกระแนะกระแหน ใส่ร้าย แล้วก็กล่าวร้ายกัน ผมคิดว่าประชาชนเขาเบื่อ พวกเราพูดเล่นกัน บางทีออกไปข้างนอกก็หัวเราะกับคําพูดของตัวเอง มันเป็นเรื่องที่เราแสดงมากเกินไป แต่วันนี้ผมคิดว่าการที่ทุกคนมานั่งแสวงหา คนข้างนอกส่วนหนึ่งกําลังจะเผชิญหน้ากัน ทั้งหมดเป็นคนที่กาคะแนนเลือกพวกเราเข้ามานะครับ ถ้าเรากลับไปท่ามกลางคนเหล่านั้น ต้องล้มหายตายจาก ผมคิดว่าท่านก็ไม่มีความสุข ผมก็ไม่มีความสุข วันนี้ผมก็คิดว่าสิ่งที่ รัฐบาลทําได้ดีที่สุดก็คือท่านต้องอดทนครับ ทนกับคําวิพากษ์วิจารณ์ทั้ง ๒ ฝ่าย และต้อง แสวงหาทางออกให้กับสังคม วันนี้ใครก็ถามครับว่าจะออกอย่างไร ผมว่าคนที่ตอบได้ ผมให้เขาเป็นนายกรัฐมนตรีได้เลยครับ ใครในสังคมตอบไม่ถูกครับ ถามท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรท่านก็ตอบไม่ถูกครับ ถ้าไปอย่างที่ท่านว่าอีกพวกหนึ่งเขาจะว่าอย่างไร ถ้าไปอย่างผมว่าอีกพวกหนึ่งเขาจะว่าอย่างไร เวลานี้ถ้าเราตั้งหลักใจเย็นกัน ผมคิดว่า ทุกอย่างมีทางออก สังคมคนดีมากกว่าคนเลวครับ แต่ถ้าเราสอนให้คนในสังคมเริ่มที่จะ นับถือคนดี นับถือคนซื่อสัตย์สุจริต และเราสอนให้สังคมไปยกมือไหว้กับคนมีอํานาจ กับคนมีวาสนา หรือกับคนมีสตางค์ สังคมก็เสื่อมทรามครับ วันนี้เราจําเป็นต้องหยุดสังคม ทั้งหมดครับ ให้รู้จักว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรชอบ อะไรควรทํา อะไรไม่ควรทํา อะไรคือ อารมณ์ที่จะนําไปสู่ความเสียหาย ผมอยากให้การเริ่มต้นวันนี้ในสภาผู้แทนราษฎร เป็นอารมณ์ร่วมของเพื่อนสมาชิกทั้งหมด เพื่อแสวงหาทางออกให้กับประชาชน อย่า พอเถอะครับ เอาประชาชนไปเผชิญหน้ากัน พวกผมผ่านมาหลายรอบแล้วครับ เวลาตาย จริง ๆ ประชาชนครับ พวกเราที่จับไมโครโฟนอยู่บนหลังคารถเกือบจะไม่ได้ตายเลยครับ สงสารคนเหล่านั้นเถอะครับ วันนี้เขาลงไปในสนามด้วยความจริงจัง เราต้องถอด ผลประโยชน์ตัวเองออกมาและสวมวิญญาณของประชาชนจริง ๆ ครับว่าเขาอยากได้อะไร แล้วหาทางแก้ไขให้เขาครับ ผมฝากความหวังไว้กับท่านนายกรัฐมนตรี เพราะท่านอยู่ในวัย ที่จะเดินไปข้างหน้าได้ และระยะเวลามาเดือนเศษ ๆ ผมเห็นความเป็นคนหนุ่มของท่าน ที่ประกอบด้วยความใจเย็นและสุขุม สังคมหาคนอย่างนี้ยาก ผมขอเป็นกําลังใจให้ท่านครับ