ไพจิต ศรีวรขาน หารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2542 และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการพิจารณาอย่างรอบคอบและตรวจสอบรายละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าแผนปฏิรูปการศึกษาจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าการแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ การปฏิรูปการศึกษาของชาติฉบับนี้มีความสําคัญอย่างยิ่ง เผอิญได้เข้ามาในช่วงที่เรา พิจารณากัน ความจริงในชั้นการพิจารณาเมื่อปี ๒๕๔๒ ใช้เวลาประมาณ ๘ ชั่วโมง คราวนี้จะมีการปรับยกทั้งหมด ตอนวาระที่หนึ่งนี่มีเวลาจํากัดมาก ท่านประธาน ก็คงทราบสถานการณ์ว่าต้องเร่งรัดพิจารณา พรรคนั้นเท่านั้นคนเท่านี้คน ผมต้อง กราบเรียนว่าได้มอบความไว้วางใจไปให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ แต่คราวนี้ก็แปลก อีกละครับ มีตัวแทนของฝ่ายครูประถมศึกษา ครูมัธยมศึกษาเข้ามาเกือบครึ่ง ก็คงจะ นําโพยเข้ามา ตัวคณะกรรมาธิการในส่วนของพรรคการเมืองที่มีท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นครูเป็นผู้อยู่ในแนวทางนี้มาโดยตลอดเป็นประธานนะครับ ผมสงสัยเวลาเขียนแก้ไขมาตรา ๓ เขียนแบบนี้ได้อย่างไร ก็อภิปรายกันมาฟังแล้ว มันดูจะสับสน ท่านประธานครับ วันนี้จะแบ่งให้มัธยมศึกษาเขามีเขตการศึกษาของเขา แยกออกจากเขตการศึกษาพื้นฐานของประถมศึกษา ซึ่งเดิมเขตการศึกษาขั้นพื้นฐานนี่ มันมีทั้งประถมศึกษา มีทั้งมัธยมศึกษา ประถมศึกษา ๒๙,๐๐๐ กว่าโรงเรียนที่มีนี่ มัธยมศึกษา ๒,๓๐๐ กว่าโรงเรียน คราวนี้จะแยกให้เขาเป็นเขตการศึกษาพิเศษ แล้วมาเขียนบอกว่าจะต้องใช้ระดับการศึกษา เป็นสําคัญ ผมยังเห็นด้วยเลยใช้ภาษาง่าย ๆ ที่ท่านบอก ประถมศึกษาก็อยู่เขตการศึกษา ขั้นพื้นฐานอันเก่านั่นแหละ แล้วจะไปบอกอันใหม่ก็เขตมัธยมศึกษา ทีนี้จะเอากี่โรงเรียนนี่ คณะกรรมาธิการไปแก้ไขว่าให้อยู่ในประกาศของรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีทั้งประถมศึกษา มีทั้งมัธยมศึกษา มีทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ มีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานคณะบอร์ด (Board) ใหญ่ เมื่อพิจารณากันแล้ว ท่านประธานครับ ผมสงสัยเดี๋ยวนี้เท่าที่ทราบนี่ว่าจะต้องมี การประกาศกระทรวงศึกษาธิการในราชกิจจานุเบกษา คนเห็นชอบก็คือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการนั่นแหละส่งเข้าประกาศ ได้เตรียมร่างไว้แล้วใช่ไหมครับท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ว่าที่คิดกันเดี๋ยวจะประกาศเป็นกี่เขตกันแน่ มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นกรรมาธิการ พรรคผมนี่เขาบอกเขียนไว้ชัดเลย เอาเขตการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๐๐ เขต เอาเขตมัธยมศึกษา ๖๐ เขต หรือ ๗๐ เขตนี่จําไม่ได้เมื่อกี้นะครับ ต้องการให้มีจังหวัดละ ๑ คน ผมคิดว่าต้องมีเหตุผลแล้ว วันนี้ร่างไว้อย่างไรนี่ผมอยากให้มันตอบสะท้อนถึงเรื่อง ของการบริหารจัดการกระทรวงศึกษาธิการ เหมือนท่านสุนัยที่ได้ชี้ให้เห็นนะครับว่า เมื่อก่อนมันแยกย้ายกันอยู่เป็นแต่ละกรม ๆ ไม่เป็นเอกภาพในการจัดการศึกษา ถ้าท่าน จะแบ่งเขตมัธยมศึกษา ซึ่งเดิม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ นี่เขาทําไว้ดีแล้ว ผมเห็นท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์เป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย เห็นชอบกับการแบ่งแบบนี้ด้วยใช่ไหม ตอนเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนี่ได้ทําเรื่องนี้ไว้ไหมในการแบ่ง เขตมัธยมศึกษา เขตอะไร ทั้ง ๆ ที่ผู้ที่ทําเรื่องนี้ผมไว้วางใจว่ามันต้องเป็ นเอกภาพ หลอมรวมคน หลอมรวมงบประมาณมาสู่พลังในการขับเคลื่อนงานการศึกษา วันนี้ งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ๓๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบจะเป็นแชมป์ (Champ) แชมเปี้ยน (Champion) งบประมาณมากที่สุด วันนี้ถ้าตั้งขึ้นอีกกี่เขต ผมฟัง กระซิบหูเข้ามาว่า ๓๔ เขต ๓๔ เขตมัธยมศึกษา แปลว่าจังหวัดใหญ่ ๑ เขต จังหวัดเล็ก ๒ จังหวัดต่อ ๑ เขตใช่ไหม มีกี่เขตแน่ ได้ดูเหตุ ดูความเหมาะสมอันนี้ไว้แค่ไหน อย่างไร เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยที่จะปล่อยให้เป็นอํานาจลอยแบบเปิดปลายไว้แบบนี้ แล้วจะ มาตอบว่าก็เขียนตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ เดิม อะไรที่มันมีปัญหา ควรจะเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเสียในสภา เดี๋ยวก็ต้องไปวิ่งท่านรัฐมนตรีอีก ใครเป็นก็ขยายเขต ๆ ไปวิ่งคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ขยายเขต ๆ ปี ๒๕๔๙ เต็มบ้านเต็มเมืองนะครับ วันนี้เขตการศึกษาเพิ่มนี่ผู้อํานวยการเขตมีสายสะพายทันที เทียบเคียงกับ ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเลยนะครับ เผลอ ๆ ได้ซี ๑๐ ทําซี ๑๐ ได้อีกก็เพิ่มเงิน นี่ตัวเลขที่เขาบอกผมมาว่าจะต้องใช้เงินสําหรับตําแหน่งพวกเหล่านี้เท่าไร ท่านได้คิดถึง เรื่องเหล่านี้ไหม คณะกรรมาธิการได้ดูไหมว่าจะต้องใช้เงิน ใช้งบประมาณ ใช้คน อีกสักเท่าไร มีผู้อํานวยการเขตเพิ่มเติม ๓๔ เขต แปลว่าถ้าท่านจะแบ่งเขตมัธยมศึกษา ๓๔ เขต มีผู้อํานวยการเขต มีโรงเรียนในเขตนี่ประมาณ ๑ ส่วน ๔ ของเขตเดิม เขางานน้อยลงนะครับ แต่ว่าตําแหน่งจะเท่ากับผู้อํานวยการเขตการศึกษาขั้นพื้นฐานไหม ซีเท่ากันไหมท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ซีเดียวกันไหมพอเขตมัธยมศึกษาไป หรือว่าโรงเรียนน้อย คนน้อย เอาซีน้อยลง เอาตําแหน่งเก่า ซึ่งวิธีการบริหารเหล่านี้ จะขัดแย้งกับการปฏิรูประบบราชการโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นถ้าจะไปเขียนควรที่จะมี ความชัดเจนว่าจะแบ่งสักเท่าไรให้เหมาะสม ๓๔ เขตอาจจะมากไป อาจจะลดลงมา เหลือสัก ๒๐ เขตจะได้ไหม ทําให้ชัดแล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดูก่อนเซ็นก่อนอะไร เรื่องเหล่านี้เป็นเจตนารมณ์การปฏิรูปการศึกษาตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ได้เขียนไว้ แล้วเราก็อนุวัตกันมาเป็น ๒๐ ปีกว่าจะถึงวันนี้ ท่านจะต้องดูให้รอบคอบ ผมจะต้องถามว่า เหตุเหล่านี้ได้มีการศึกษา มีการเตรียมถ้อยคําแบบนี้ออกไปประกาศแล้ว มันจะออกเป็น ๓๔ เขต จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร ๑ เขตการศึกษามัธยมศึกษาใช่ไหมครับ จังหวัดยโสธร จังหวัดอํานาจเจริญเป็นจังหวัดเล็ก ๑ เขตการศึกษา จังหวัดอุบลราชธานี ๑ เขตการศึกษา โพยเหล่านี้อยู่ในมือของคณะกรรมาธิการหรือยัง ร่างประกาศราชกิจจานุเบกษา ของกระทรวงศึกษาธิการได้ดูหรือยังครับ เรื่องเหล่านี้จะต้องมาขอให้สภาทราบทั้งหมดเลย ในการพิจารณา คณะกรรมาธิการเองไม่ต้องเร่งรัดนะครับ ทําให้เกิดความรอบคอบ และให้จบ เหล่านี้คือหัวใจที่จะทําให้การขับเคลื่อนงานของการจัดการศึกษา ความจริง เขาหลอมรวมกันนี่มันเป็นพลังแล้วครับท่านประธาน ผมอยู่กับครูบาอาจารย์เคยเป็น ทั้งครูประถมศึกษา เคยเป็นทั้งครูมัธยมศึกษา ผมเห็นพลังที่เขาขับเคลื่อน ต้องชมเชย ครูมัธยมศึกษานะครับ ท่านผู้บริหารที่นั่งอยู่ข้างบนนี้ก็ส่งคนมาลอบบี้ (Lobby) ผมนะครับ บอกว่าเห็นชอบ ๆ ไปจะได้สายสะพายกันหรูหรา แต่ว่าสิ่งที่ผมต้องการให้เกิดคือ ประชาชนได้อะไร การจัดการศึกษาทั้งหมดสามารถที่จะขับเคลื่อนงาน ทรัพยากร งบประมาณทั้งหมดที่มีอยู่ ๓๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้นะครับอย่าให้มันสิ้นเปลือง ต่อการจัดองค์กรเหล่านี้เกินความจําเป็น ขอให้ไปสู่งานขับเคลื่อนการบริหารการศึกษา ท่านเขียนไว้ตรงนี้ถ้ามันเลอะมากก็กลับไปสู่อันเดิมครับท่านประธานคณะกรรมาธิการ ทําแล้วก็ให้ชัดเสียว่าจะแบ่งเป็นกี่เขตวันนี้ บันทึกไว้ในรายงานการประชุมในการพิจารณา ในวาระที่สอง ท่านดูอยู่แล้วนี่ครับ ถ้าใครไปใส่สีตีไข่อย่างไร อะไรที่ปรับออกก็ปรับ ผมยังมีความเห็นว่าถ้าในชั้นการพิจารณาถ้ามันปรับลดได้ก็เขียนไปเลย เขตมัธยมศึกษา ไปทําสายมัธยมศึกษาตอนปลาย อุดมศึกษาเหมือนท่านขจิตรเขียนไว้ ไปทําเฉพาะ มัธยมศึกษาตอนปลาย อาคารก็ดี งบประมาณก็มี สื่อการเรียนการสอนพร้อมหมดนะครับ แต่ดูพื้นฐานนี่มันคนยากคนจน โรงเรียนเล็กโรงเรียนน้อยมันต้องจุนเจือ สิ่งเหล่านี้มาตาม แนวทางเดิมดีอยู่แล้ว แต่ถ้าอย่างไรก็แยกกันแล้วละ ไปอยู่ด้วยกันมันลําบากก็แยกไปเถอะ แต่ถ้าแยกเท่าที่จําเป็น ขอให้ดูมาตรฐานของเขตการศึกษาขั้นพื้นฐานเดิม ๑๘๕ เขตที่เขามีอยู่ วันนี้ เขามี ๑ โรงเรียน ประมาณสักเกือบ ๒๐๐ โรงเรียน มีผู้บริหารอยู่ในเครือข่าย วิ่งไกลกัน สักเท่าไร พอเป็นเขตมัธยมศึกษามันจะเหลือ ๔๐ โรงเรียน ๕๐ โรงเรียน ต่อ ๑ เขตการศึกษา มีผู้บริหารซี ๑๐ อยู่ ๑ คน มีรองผู้อํานวยการซี ๙ อีกกี่คน มี ผอ. กองแผน ผอ. งบประมาณ ทั้งหมดเพิ่มหมดครับ ผมว่าในชั้นนี้ต้องเกิดความรอบคอบ ผมคิดว่าถ้อยคําเขตต่าง ๆ ผมขอความชัดเจนจากท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าได้ดูหรือยัง แล้วจะ ประกาศเขตให้พวกมัธยมศึกษาเมื่อไร ตามร่างที่มีการเตรียมกันมาทั้งหมด ผมยังเชื่อว่า ในชั้นการแก้ไขในคราวนี้คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีพรรคเดียวกันกับเมื่อทํากฎหมายปฏิรูปการศึกษา อภิปรายกันตีสาม ตีสี่ ผมก็อยู่ในสภาด้วยความรอบคอบ ขอบพระคุณครับท่านประธาน