นคร มาฉิม หารือเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินของประเทศ โดยเรียกร้องการส่งเสริมกฎหมายที่จะทำให้คนจนได้มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรที่ดินมากยิ่งขึ้น และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจน นอกจากนี้ ยังถามว่าทำไมการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินในประเทศไม่ชัดเจน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ร่วมเสนอ ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... กับเพื่อน ส.ส. อีกเกือบ ๓๐ ท่านจากพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีหลักการ และเหตุผลดังนี้
หลักการ โดยที่เปึนการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการยกเลิกการสงวน หวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ
เหตุผล เนื่องจากในปัจจุบันนี้ได้มีกฎหมายกําหนดเขตหวงห้ามที่ดิน ตามวัตถุประสงค์ของทางราชการทับที่ที่ราษฎรได้จับจองและครอบครองอยู่แล้ว หรือเมื่อได้ประกาศกําหนดเขตสงวนหวงห้ามไว้แล้ว แต่ทางราชการมิได้ทําประโยชน์ ตามวัตถุประสงค์ในการประกาศสงวนหวงห้ามไว้จนมีราษฎรเข้าไปครอบครองใช้สอย ในที่ดินนั้นเปึนเวลานาน จนกลายเปึนชุมชน หรือเปึนที่อยู่อาศัยที่ทํากิน จึงสมควร มีกฎหมายกําหนดวิธีการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินของทางราชการที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว เพื่อให้โอกาสแก่ผู้เข้าถือครองที่ดินได้ทําประโยชน์ในที่ดินนั้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อันเปึนการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเปึนธรรม และเปึนหลักประกันในการดํารงชีพ ของราษฎร จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะที่ผมเปึนผู้ร่วมเสนอร่างพระราชบัญญัติ และเปึนเจ้าของร่างกฎหมายการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ของทางราชการ พ.ศ. .... อยากจะขออนุญาตท่านประธานได้อธิบายถึงหลักการ เหตุผล เพิ่มอีกสักเล็กน้อย
เนื่องจากว่าในปัจจุบันการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินของประเทศที่มีอยู่ ทั้งหมด ๓๒๐,๗๐๐,๐๐๐ ไร่ทั่วประเทศนั้น ยังขาดทิศทาง ยังขาดยุทธศาสตร์ ยังขาดแนวทางที่จะบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับคนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นที่ส่วนหนึ่งก็คือที่ของรัฐ ที่ส่วนหนึ่งก็คือที่ของภาคเอกชน ในขณะที่ของรัฐนั้นยังคงทับซ้อนอยู่กับที่ทํากินของราษฎรในหลายจังหวัดทั้งประเทศ ก่อให้เกิดปัญหาตามมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเปึนการจับกุม การกล่าวหาราษฎร รวมไปถึงการปรับค่าสินไหมกับราษฎรเปึนจํานวนมากก่อให้เกิดปัญหาความเดือดร้อน กับราษฎรเปึนอย่างยิ่ง ทั้ง ๆ ที่ราษฎรที่ได้ทํากินโดยสุจริต และได้ทํากินสืบเนื่องมาตั้งแต่ รุ่นปู์ย่าตายายแล้วควรที่จะได้รับสิทธิ แต่กลับถูกจับกุม ถูกดําเนินคดี แล้วที่สําคัญที่สุด ก็คือเขาไม่มีหลักทรัพย์ ไม่มีหลักประกัน แม้กระทั่งที่ดินที่ตนเองทํากินมาตั้งแต่ปู์ย่าตายาย ก็ไม่สามารถที่จะให้มีความมั่นคงถาวรในการดํารงชีพ ในการทํากิน ในการอยู่อาศัยได้ และไม่สามารถที่จะตกทอดไปถึงลูกหลานในฐานะเปึนมรดกได้ เปึนสิ่งที่น่าเสียใจที่ว่า ในช่วงหลายสิบป้ที่ผ่านมาถือว่าการบริหารจัดการที่ดินล้มเหลว
ประเด็นต่อมา ก็คือในที่ของเอกชนกับเอกชนเอง ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะที่คนไทย ๖๐ กว่าล้านคนนั้น ที่ดินซึ่งเปึนทรัพย์สินของประเทศ แล้วก็คนไทยทุกคน เปึนผู้มีส่วนหรือว่าเปึนหุ้นส่วนของประเทศ เปึนเจ้าของประเทศด้วยนั้น กลับไปกระจุกตัว อยู่กับกลุ่มคนรวยไม่กี่กลุ่ม ไม่กี่ตระกูล ได้ข้อมูลจากกรมที่ดิน และข้อมูลจากมูลนิธิที่ดิน แล้วก็สถาบันที่ดิน รวมไปถึงข้อมูลจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มีคนประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่ว่าเปึนคนรวยนะครับ แต่ถือครองที่ดินเกินกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ในขณะที่ คนส่วนใหญ่เปึนคนยากจน ไม่มีแม้กระทั่งที่อยู่อาศัย ไม่มีแม้กระทั่งที่ทํากินที่จะสร้าง ความมั่นคงให้กับชีวิต ให้กับครอบครัวได้ เขาขาดโอกาส ในขณะที่ที่ดินส่วนใหญ่ไปกระจุกอยู่ กับคนรวยไม่กี่ตระกูล แต่คนจนซึ่งเปึนคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่มีโอกาสเข้าถึงที่ดิน ซึ่งเปึนทรัพยากรพื้นฐานที่สําคัญที่สุดในการสร้างชีวิตและอยู่อาศัย ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นทําอย่างไรที่จะให้มีการเสนอกฎหมายไปพร้อม ๆ กันหลายฉบับ เพื่อที่จะ ให้มีมาตรการของภาครัฐโดยกฎหมายที่ผ่านรัฐสภาไปเปึนกรอบในการที่จะกระจายการ ถือครองที่ดินให้เกิดความเปึนธรรม ให้คนจนได้มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรที่ดินมากยิ่งขึ้น ให้คนรวยที่ได้ถือครองที่ดินในลักษณะเอาไว้เก็งกําไร เอาไว้ค้ากําไรโดยที่ไม่ทําประโยชน์ อย่างเต็มที่ในที่ดินแปลงนั้น จะต้องมีมาตรการในการที่จะเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าเพิ่ม มากขึ้น เพื่อให้เขาเหล่านั้นมองที่ดิน ให้ใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์จริง ๆ ไม่ต้องการให้ใช้ที่ดิน หรือมองที่ดินให้เปึนทรัพย์สินเพื่อเอาไว้เก็งกําไรและไม่ได้ใช้ประโยชน์ ความที่เปึนปัญหา ในเรื่องความเหลื่อมล้ําต่าง ๆ ก็จะเบาลง รวยกระจุกก็จะค่อย ๆ หายไป จนกระจายจะค่อย ๆ ดีขึ้น คนไทยส่วนใหญ่จะมีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากบ้าง อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน
เรื่องสุดท้ายที่จําเปึนที่จะต้องพูด จําเปึนที่จะต้องกล่าวถึงในชั้นนี้ก่อนก็คือ ที่ดินบางแห่งเปึนที่ป์าสงวน ทั้ง ๆ ที่ในสภาพความเปึนจริงนั้นเปึนที่ไร่ เปึนที่นา เปึนหมู่บ้าน เปึนวัด เปึนโรงเรียน เปึนชุมชน เปึนเทศบาล แม้กระทั่งเปึนอําเภอแล้วเปึนที่ตั้งของที่ว่า การอําเภอ ท่านประธานครับ ยังอยู่ในเขตป์าสงวนแห่งชาติ มันตลกที่สุดในโลกเลยครับ ถ้าเกิดว่าการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินเปึนแบบนี้ เพราะอะไรครับ เพราะที่มาของ นโยบายในภาครัฐ ในแต่ละยุคแต่ละสมัยต่างกัน ในช่วงหลายสิบป้ก่อน ตั้งแต่ออกกฎหมายป์าไม้ ออกกฎหมายอุทยาน ออกกฎหมายเกี่ยวกับที่ราชพัสดุต่าง ๆ ในขณะนั้นคนไทยยังมีน้อย ท่านประธานครับ คนไทยมี ๒๐ กว่าล้านคน ตอนนั้นรัฐบาล มีนโยบายชัดเจนเลยว่าให้คนไทยมีลูกมีหลานกันเยอะ ๆ ถึงขนาดออกนโยบายที่ว่า ใครมีลูกถึง ๑๒ คนมารับรางวัลกับนายกรัฐมนตรีเลย แล้วก็ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชน บุกเบิกบุกล้างถางพงเพื่อสร้างไร่ สร้างนา สร้างสวน ทํามาหากินแล้วก็สร้างมูลค่าเพิ่ม ทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่หลังจากนั้นมาพอหลังจากที่พี่น้องคนไทยได้บุกเบิก ได้ทํามาหากินครอบครองมาจนตั้งแต่ปู์ย่าตายาย ท่านประธานครับ