สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๓

เฉลิมชัย ศรีอ่อน หารือเรื่องสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้แรงงาน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการคุ้มครองสิทธิของผู้ทุพพลภาพ และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาการกำหนดคุณสมบัติทุพพลภาพใหม่ พร้อมเสนอแผนการเปลี่ยนแปลงการประกาศเกี่ยวกับประกันสังคม เพื่อให้การดำเนินการเร็วขึ้นและคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ใช้แรงงาน

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่าน ที่ได้ให้ความสนใจนะครับ แล้วก็ให้ความสําคัญกับพี่น้องผู้ใช้แรงงานนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ที่ผู้ใช้แรงงานพึงจะได้รับนะครับ ผมขออนุญาตที่จะตอบคําถาม ในส่วนที่เกี่ยวข้องที่อาจจะทําให้เกิดความกระจ่างในส่วนของคําถามในประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ชี้แนะมานะครับ

ในส่วนของคําว่า ทุพพลภาพ ที่มีการกําหนดคํานิยามใหม่ขึ้นมาผมขอกราบเรียน อย่างนี้ คําว่า ทุพพลภาพ ในปัจจุบันที่เรามีการใช้ตีความหมายอยู่ หมายถึงการที่ลูกจ้าง จะต้องมีการสูญเสียอวัยวะบางส่วนของร่างกายหรือสูญเสียสมรรถนะของอวัยวะเกินกว่า ร้อยละ ๖๐ ของสมรรถนะทางร่างกายนะครับ ดังนั้นกรณีตัวอย่างเช่น ณ วันนี้ขาขาด ๑ ข้าง มือขาด ๑ ข้าง หูหนวกทั้ง ๒ ข้าง เรายังไม่ถือว่าเปึนบุคคลผู้ทุพพลภาพตามพระราชบัญญัตินะครับ ซึ่งถ้ากฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ก็จะเปึนอํานาจเปึนสิทธิของคณะกรรมการการแพทย์ ที่จะกําหนดหลักเกณฑ์กรณีดังกล่าวในเรื่องของทุพพลภาพ ซึ่งผมเชื่อว่ากรณีอย่างนี้ จะเปึนประโยชน์กับผู้ใช้แรงงานของเรา เพราะว่าผู้ใช้แรงงานของเราจะได้รับสิทธิจาก การพิจารณาจากคณะกรรมการการแพทย์ จึงได้มีการเพิ่มแล้วก็ให้คํานิยามคําว่าทุพพลภาพ ขึ้นมา ณ ที่ตรงนี้นะครับ

ขออนุญาตที่จะทําความเข้าใจกับท่านสมาชิกในส่วนของกองทุนเงิน ทดแทนนะครับ ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับว่าในกรณีของสํานักงานประกันสังคมจะมีกองทุนอยู่ ๒ กองทุน กองทุนประกันสังคม ๑ กองทุนเงินทดแทน ๑ ในส่วนของกองทุนเงินทดแทน ซึ่งจะใช้กฎหมาย พ.ร.บ. เงินทดแทนตัวนี้เปึนกองทุนที่เราเก็บจากนายจ้างเพียงฝ์ายเดียว โดยมีอัตรากําหนด ๐.๒ ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ในกรณีที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวถึงในกรณี ที่เรียกเก็บจากผู้ทํางาน ๕ เปอร์เซ็นต์ ลูกจ้าง ๕ เปอร์เซ็นต์ นายจ้าง ๕ เปอร์เซ็นต์ และรัฐบาลสมทบ ในกรณีอย่างนั้นเปึนเรื่องของกฎหมายพระราชบัญญัติประกันสังคม ซึ่งจะเปึนคนละตัวกับกองทุนเงินทดแทน ณ ที่ตรงนี้นะครับ เพราะฉะนั้นมันก็จะเชื่อมโยงไปถึง ในกรณีที่มีการปรับลดเงินในกรณีนายจ้างผิดนัดไม่ชําระจาก ๓ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๒ เปอร์เซ็นต์ โดยหลักการก็คือวันนี้เมื่อเรามีการเรียกเก็บเงินทดแทนและนายจ้างไม่ได้จ่ายเงินทดแทน จะด้วยสาเหตุใดก็แล้วแต่ เราได้มีการคํานวณแล้วว่าถ้าเราจะให้นายจ้างซึ่งเปึนฝ์ายออกเงินสมทบ กองทุนเงินทดแทนตรงนี้ฝ์ายเดียวในการที่จะจ่ายค่าปรับก็จะต้องมาดูในส่วนของความสมควร ความเหมาะสม ซึ่งเราได้พิจารณาแล้วว่าถ้าเราเรียกเก็บที่ ๒ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่ได้กระทบกับ เงินกองทุนนะครับ แล้วก็สามารถที่จะจ่ายเงินชดเชยค่าทดแทนต่าง ๆ ในสิทธิที่ลูกจ้าง พึงจะได้รับไม่กระทบกระเทือน จะได้รับครบถ้วนทุกอย่างครับ

แล้วก็ในส่วนของที่มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติถามว่าในการประกาศจากเดิม ให้กระทรวงเปึนผู้ประกาศ เปลี่ยนเปึนให้สํานักงานประกันสังคมประกาศ มีเหตุผลอะไร ผมขอกราบเรียนอย่างนี้ว่าในกรณีที่กระทรวงเปึนผู้ประกาศขั้นตอน กระบวนการในการดําเนินการ จะมีความล่าช้ากว่าที่จะให้สํานักงานประกันสังคมประกาศ ก็คือในกรณีที่กระทรวงจะมี ประกาศ ๑. จะต้องมีการพิจารณาจากคณะกรรมการการแพทย์ของสํานักงานประกันสังคม เมื่อมีการพิจารณาเสร็จแล้วก็จะมีการเสนอผ่านคณะกรรมการร่างกฎหมายของกระทรวง เมื่อคณะกรรมการร่างกฎหมายของกระทรวงพิจารณาเสร็จก็จะเสนอมาที่กระทรวง แล้วก็นําเสนอรัฐมนตรีเพื่อออกประกาศนะครับ แต่ในกรณีที่เราให้สํานักงานประกันสังคม เปึนผู้ออกประกาศกระบวนการในการดําเนินการก็คือจะต้องมีการพิจารณาจากคณะกรรมการ การแพทย์ เมื่อคณะกรรมการการแพทย์พิจารณาเสร็จก็เสนอให้เลขาธิการสํานักงาน ประกันสังคมออกประกาศได้เลย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเปึนเรื่องของการอํานวยความสะดวก เปึนการลดขั้นตอน แล้วเปึนการที่จะทําให้ผู้ใช้แรงงานของเราได้รับสิทธิประโยชน์โดยเร็วไว

ผมขอเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าการแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะคุ้มครองแล้วก็รักษาผลประโยชน์ของผู้ใช้แรงงาน เพราะฉะนั้น ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะทุก ๆ ส่วน ทุก ๆ ข้อของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ในส่วนของรัฐบาลจะรับไว้แล้วก็จะนําไปเสนอในคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นนี้ แล้วผมคิดว่าในส่วนไหนที่จะเปึนประโยชน์ ในส่วนที่ไม่ขัดกับหลักการของกฎหมายฉบับนี้ สามารถที่จะไปพูดคุยในคณะกรรมาธิการนะครับ เพื่อที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับผู้ใช้แรงงานของเรานะครับ และขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้ร่วมอภิปราย และได้เห็นด้วยในหลักการของกฎหมายฉบับนี้ ขอบคุณมากครับ