สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๗ เมษายน ๒๕๕๓

ชลน่าน ศรีแก้ว แถลงว่าไม่ประสงค์จะถอนร่างกฎหมายที่คณะกรรมาธิการพิจารณา และขอให้สภาอนุมัติให้พิจารณาและแก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าว โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้เหตุการณ์เป็นตัวตั้งในการพิจารณากฎหมายและไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคล นอกจากนี้ ยังหารือเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและควบคุมการปฏิบัติงานของรัฐ และเรียกร้องให้รัฐบาลและสภาใช้เวลาในการแก้ไขข้อบกพร่องของกฎหมายดังกล่าว

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตใช้สิทธิ ตามประเด็นของท่านประธานว่าจะมีผู้ใดคัดค้านเรื่องที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ขออํานาจสภาให้ถอนร่างในการพิจารณา ในวาระที่สอง วาระที่สาม ไปตามข้อบังคับ ถ้าสภาอนุมัติก็ถอนได้ ท่านประธานครับ ผมเองได้พิจารณากฎหมายฉบับนี้ ในวาระที่หนึ่งเรามีโอกาสอภิปรายกันน้อยมาก มีหลายท่านได้ทักท้วงไป ได้ฝากประเด็นไป แต่ว่าสิ่งที่กลับมาผมก็พยายามดู ในรายละเอียดนะครับ หลักการและเหตุผลที่จําเป็นเสนอกฎหมายฉบับนี้ผมจะไม่กล่าวถึง ว่ามีความจําเป็น และเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ วรรคสองด้วย ให้มีกฎหมายบัญญัติรองรับในการที่จะดําเนินการของกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมเองไม่อยากให้ถอน กราบเรียนท่านประธานตรงประเด็นเลยนะครับ ไม่อยากให้ถอนครับ ถ้าประธานจะให้ถอนนี่ ท่านประธานต้องอนุญาตให้สมาชิก ได้แสดงความเห็นค่อนข้างมากหลายหน่อย เพราะว่าการถอนมันจะได้เป็นประโยชน์ ถ้าสมมุติเสียงข้างมากจะให้ถอนนะครับ เพราะว่าประเด็นที่สมาชิกจะฝากไปให้ ท่านคณะกรรมาธิการได้ไปปรับปรุงคิดว่าจะใช้โอกาสนี้ได้บอกกล่าวไป ประเด็นผมเองนี่ ไม่อยากให้ถอนเพราะอะไรครับ เพราะอยากให้สภาแห่งนี้ได้ช่วยกันพิจารณาในสิ่งที่ กรรมาธิการได้ทํารายงานมาเป็นร่างกรรมาธิการนี่นะครับ ร่างกรรมาธิการนี่มีโอกาส ที่จะปรับปรุงแก้ไขในสภาได้ เพราะท่านแก้ทุกมาตรา โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นประเด็น สําคัญ ๆ มาตราสําคัญ ๓-๔ มาตราท่านก็แก้มา ผมคิดว่าใช้โอกาสของสภาในการที่จะ ปรับปรุงแก้ไขได้

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ สมาชิกอย่างน้อย ๓ ท่านได้แปรญัตติ และสงวนคําแปรญัตติเอาไว้ ถ้าจะใช้คําแปรญัตติของสมาชิกในการปรับปรุงแก้ไข ผมผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการได้กรุณาชี้แจงว่าประเด็นใดที่ท่านต้องถอนนี่ ถ้ามันอยู่ในประเด็นของการแปรญัตติไว้ ผมคิดว่าสภาแห่งนี้ช่วยกันได้ก็ไม่จําเป็น ต้องถอน แต่ถ้าสภาแห่งนี้อนุญาตให้ถอนในขณะนี้นะครับ กลับไปก็มืดเหมือนเดิมครับ ผมใช้คําว่า มืดเหมือนเดิม ผมไม่ได้ดูถูกความรู้ความสามารถของคณะกรรมาธิการ หรอกครับ แต่คณะกรรมาธิการพิจารณาค่อนข้างแคบมาก ทําไมแคบครับท่านประธาน ผมจะทักท้วงแต่แรกแล้วผมก็เกรงใจท่านประธานคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะที่เป็น คณะกรรมาธิการเพราะอะไรครับ เพราะท่านเป็นผู้ร่างและท่านก็เป็นผู้พิจารณา การพิจารณา ของท่านนี่หลายเรื่องเป็นสิ่งที่จําเป็น แต่ว่ากราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมเห็นใจท่านประธานคณะกรรมาธิการแต่ละท่านมีภาระหนักมาก บางครั้งก็ไม่สามารถ เข้าสู่ประเด็นที่สําคัญได้ นี่ละครับคือกระบวนการตรากฎหมายเรา คือเอาผู้มีส่วนได้เสีย โดยตรง ที่เห็นเหตุการณ์โดยตรง เข้ามาพิจารณา เพราะฉะนั้นการพิจารณาก็จะใช้ ประเด็นเหตุการณ์เป็นหลัก เช่น ไม่มา ๑๔ ครั้ง ไม่มา ๑๕ ครั้ง ก็มาเขียนในกฎหมาย มันก็จะเหมือนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ เขียนว่าเหตุการณ์ เขียนว่าคนบางคน มันไม่ดีหรอกครับ เพราะฉะนั้นถ้าถอนในขณะนี้ท่านจะมืดเหมือนเดิม ผมไม่ได้ประมาท ไม่ได้ดูถูก แต่ว่าผมใช้ความเห็นของผม สู้พิจารณาในสภา ถ้าท่านไปไม่ไหวจริง ๆ ประเด็นที่สมาชิก อภิปรายไว้นะครับ หรือจะให้โอกาสสมาชิกอภิปรายช่วงนี้ท่านเก็บเป็นประเด็นครับ มีอยู่ ๓-๔ ประเด็นเท่านั้นที่ท่านต้องไปแก้ ผมว่าน่าจะเป็นประโยชน์ อย่าได้ถอนเลยครับ ผมเองนี่ไม่อยากให้ถอนเพราะว่าประเด็นที่ท่านจะต้องไปแก้นะครับ

ประการที่ ๑ การตรากฎหมายตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ บางครั้งท่านไป เอาถ้อยคํารัฐธรรมนูญมาก็เขียนไม่หมด

ประการที่ ๒ ท่านใช้เหตุการณ์เป็นตัวตั้งนะครับ ไม่เอาระบบเป็นตัวตั้ง ท่านเขียนมาปุ๊ บนี่มันก็จะไปละเมิดสิทธิเขาหลายเรื่อง โดยเฉพาะสิทธิในการที่จะใช้สิทธิ ตามกฎหมาย สิทธิเสรีภาพของเขา

ท่านไปดูมาตรา ๑๕/๑ ที่เขาวิจารณ์กันนะครับ ห้ามบุคคลใด ผู้ใด เปิดเผย ข้อมูลจากการทําหน้าที่ตามกฎหมายฉบับนี้ นักข่าวไปฟังประชุมท่านเอามาเผยแพร่ข่าว เขาโดนทันทีเลยครับ ท่านจะมีโอกาสอะไรไปอนุญาตเขา บางครั้งเจตนารมณ์ของท่าน เขียนกฎหมายนี่ไม่ชัดเจน ไม่มีบทนิยามมันก็ไปไม่ได้ อันนี้ผมยกตัวอย่าง ๒ ประเด็น ในเรื่องการจํากัดสิทธินะครับ แล้วมันจะเข้าสู่กระบวนการของการไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่ากฎหมายฉบับนี้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมไม่อยากให้เห็นเป็นอย่างนั้น เพราะเป็นกฎหมายของพวกเรานะครับ มันเป็นกฎหมายพวกเรากระบวนการการพิจารณา ในระบบยุติธรรมของประเทศ กฎหมายฉบับนี้ก็แหวกออกมา ท่านเป็นพนักงานสอบสวนเอง ส่งฟ้ องเอง ส่งอัยการ เราเคยวิพากษ์ คตง. มาในสภาแห่งนี้นะครับ กฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญว่าคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เราบอกว่าทําไมต้องให้กรรมการตรวจเงิน แผ่นดินเป็นผู้มีอํานาจส่งฟ้ องเองกรณีอัยการไม่ฟ้ อง วุฒิสภาพิจารณาแล้วตกมาแล้วนะครับ กฎหมายฉบับนั้นตกไปแล้ว แล้วส่งฉบับนี้ไปจะไม่ตกอีกหรือครับ ผมฝากเป็นประเด็นของ กระบวนการในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม การกําหนดโทษ ๒ ปี ๒๐๐,๐๐๐ บาท มาจากไหน เอากฎหมายอะไรมาแอบอ้าง มาอ้างอิง การที่ท่านจะเรียกข้าราชการนี่รัฐธรรมนูญ เขียนชัดเจน ต้องแจ้งต่อรัฐมนตรี ผมไม่ได้เข้าข้างผู้ใดครับ ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐมนตรี ต้องเป็นอย่างนั้น เรียกโดยตรงไม่ได้ด้วย ต้องเรียกรัฐมนตรีเขาให้มันมีการดําเนินการ ไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ---------------------------------- -๖/๑ สิ่งเหล่านี้ครับบางทีผมไปดูแล้วนี่มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ ท่านบางทีเขียนแล้ว ไม่สอดคล้องกันด้วย จริงอยู่ครับท่านจะเรียกบุคคลที่ไม่ใช่ข้าราชการก็ได้แต่ท่านต้องมี คํานิยามให้ชัด มีวิธีการปฏิบัติให้ชัดเจน กระบวนการการเรียกก็ไม่ได้ตราไว้อย่างไร ทําอย่างไร สิ่งเหล่านี้ผมถือว่าเป็นข้อบกพร่อง ข้อดีก็คือว่าท่านได้แก้ไว้ก็มาแก้ในสภา สมาชิกแปรญัตติไว้ก็แก้ในสภา ท่านประธานครับกฎหมายของเราผมขอร้องท่านประธาน ขอให้สภาใช้เวลาสักนิดหนึ่ง ถ้าออกไปแล้วเราฐานะเป็นฝ่ำยตรากฎหมายนะครับ ไม่ได้ตรากฎหมายให้รัฐบาลใช้นะครับเราใช้เองได้ด้วย เราใช้เองเราจะได้ถูกตราหน้า จากคนข้างนอกว่าเราเป็นเผด็จการ ผมไม่อยากเห็นสภาพเป็นอย่างนั้น ท่านประธานเอง ก็จะเสียเกียรติไปด้วย สภาของเราก็จะเสื่อมเกียรติไปด้วย ผมกราบฝากท่านประธาน ด้วยความเคารพขอให้สมาชิกได้ให้ความเห็นหลาย ๆ ประเด็น เผื่อถ้าท่านมีมติถอนไป ท่านจะได้เก็บประเด็นไปแก้ไขได้ ขอบคุณครับ