พีรพันธุ์ พาลุสุข แถลงว่า มาตราหนึ่ง มีปัญหาข้อกฎหมาย และไม่เหมาะสมที่จะเขียนไว้ในกฎหมายนี้ เพราะมันจะขัดรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธรครับ ท่านประธานครับ มาตรานี้ก็เป็นอีกมาตราหนึ่งที่ผมเห็นด้วยกับหลายท่านที่ได้อภิปรายมาบอกว่าน่าจะมี ปัญหาทางข้อกฎหมายอยู่ไม่น้อยถึงแม้ว่าผู้ร่างจะร่างมาด้วยความปรารถนาดีที่ต้องการ คุ้มครองเด็ก อย่าลืมนะครับว่าตัวกฎหมายนี้เป็นพระราชบัญญัติว่าด้วยศาลเยาวชนและ ครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว ท่านกําลังจะเอากฎหมายนี้ไปปนกับ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก เพราะฉะนั้นมาตรา ๑๓๓ เขาบอกว่า ในกรณีที่ศาล พิพากษาว่าเด็กหรือเยาวชนไม่ผิดแล้วก็ปล่อยตัวไป ท่านจะเอาอํานาจอะไรที่จะมา กําหนดมาตรการควบคุมเขา ท่านบอกว่าไปอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ บวกกับมาตรา ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด มาตราที่อ้างไว้ที่ท่านเพิ่มเข้ามาคือมาตรา ๕๒ ในมาตรา ๕๒ นี่ ท่านบอกว่า เด็ก เยาวชน สตรี และบุคคลในครอบครัว มีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากรัฐ วรรคต่อไปบอก การแทรกแซงและการจํากัดสิทธิของเด็ก เยาวชน และบุคคลในครอบครัว จะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อสงวนและ รักษาไว้ซึ่งสถานะของครอบครัวหรือประโยชน์สูงสุดของบุคคลนั้น ผมเข้าใจว่าในมาตรานี้ ที่บอกให้ไปออกกฎหมายเฉพาะขึ้นมาก็คือต้องไปออกกฎหมายเฉพาะเพื่อการนั้น แต่ไม่ใช่มาเขียนไว้ในกฎหมายนี้ เพราะอะไรครับ เพราะมาเขียนในกฎหมายนี้ ท่านก็บอกว่าเขาไม่ผิด ไม่มีความผิดด้วย แล้วก็ปล่อยไปแล้ว ท่านไปกําหนดมาตรการ ไปคุ้มครองเขาหรือครับอันนี้ มันไม่ใช่คุ้มครองนะ ไปควบคุมเขาอีก ถ้าอย่างนั้น มันต้องไปออกกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กและเยาวชนต่างหาก จะเป็นการคุ้มครอง บุคคลโดยทั่วไป แต่นี่จะมาดูเฉพาะคนที่ขึ้นศาล เห็นไหมครับ มาที่ขึ้นศาล แล้วศาลก็พิพากษาแล้วว่าไม่ผิดยังตามไปควบคุมอยู่นะ มันก็จะเป็นการเอากฎหมาย เฉพาะคนมาควบคุมในกลุ่มนี้ ผมว่ามันทําไม่ได้หรอกครับ แล้วถ้าดูเนื้อหาของมันแล้ว หลายมาตราผมไม่ทราบว่าจะทําอย่างไร ห้ามเด็กหรือเยาวชนกระทําการ อาจจะจูงใจให้เด็กหรือเยาวชนนั้นประพฤติชั่ว ไปห้ามเขา แล้วใครจะไปตามคุมเขาล่ะ ห้ามเข้าไปในสถานที่ต่าง ๆ เหล่านี้ ปัญหาเหล่านี้บางทีมันไม่ได้เกิดจากตัวเด็ก แต่เป็นปัญหาที่ว่ากฎหมายอื่นเขามีอยู่ เช่น เมื่อไม่กี่วันมานี้ท้องที่แถว ๆ ถนนรัชดาภิเษก ปล่อยให้เด็กเข้าไปมั่วสุม ตํารวจท้องที่ละเลย เจ้าของสถานที่ก็ปล่อย ต้องเอาหน่วยอื่น เข้าไปจับ ปัญหาในกฎหมายนั้นมีอยู่แล้ว แต่พวกเราประเทศเรามันมีปัญหาเรื่อง การย่อหย่อนในการบังคับตามกฎหมายต่างหาก ต้องเอาไปใช้กฎหมายโน้นซึ่งจะออกเป็น กฎหมายทั่วไป ห้ามคนทั่วไปที่มีลักษณะอย่างนี้เข้าไปในสถานที่อย่างนี้ นี่คือการคุ้มครอง บุคคลทั่วไป เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามาตรา ๕๒ ที่ท่านอ้างมาว่าสามารถที่จะออกกฎหมาย มาแทรกแซงเด็กเหล่านี้ได้ผมว่าไม่ใช่ เพราะกฎหมายนี้มันว่าด้วยศาลเยาวชน และครอบครัว ก็ต้องว่าด้วยตัวนี้ เมื่อบอกเขาไม่ผิด ท่านทําอะไรเขาได้ ก็ต้องปล่อยไป ถ้าจะมีการควบคุมติดตามดูเด็กก็ไปใช้กฎหมายอื่นที่เรียกว่าเป็นกฎหมายเฉพาะ เพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชน ผมว่าต้องออกกฎหมายต่างหาก ไม่อย่างนั้นก็จะเป็น การเขียนกฎหมายนี้ขึ้นมาเพื่อจะจัดการกับเด็กเฉพาะที่ขึ้นศาล มันจะเป็นการออก กฎหมายโดยเฉพาะขึ้นมา ผมว่าไม่ได้จริง ๆ จะมีปัญหาครับ ใจผมคิดว่ามาตรานี้ ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกเมื่อกี้นี้ท่านรัชฎาภรณ์ว่าตัดออกเสียด้วยซํ้า มันแน่นอน มันจะไปขัด อ้างมาตรา ๕๒ ไปดูคนที่เขารู้กฎหมายรัฐธรรมนูญก็ได้ มันควรจะตีความ อย่างท่านว่าไหม ท่านบอกว่ากฎหมายนี้กฎหมายเดิมเขาทํามาอยู่แล้ว อย่าลืมนะครับ กฎหมายเดิมนั้นคงจะออกมานานปีแล้ว แล้วผมก็ไม่แน่ใจว่าขณะนั้นที่ออกกฎหมายนี่ รัฐธรรมนูญเขียนว่าอย่างไร เรื่องสิทธิเสรีภาพมันพัฒนามามาก ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ท่านไปดูสิ ขนาดว่าปี ๒๕๔๐ นี่ดีแล้ว พอมาปี ๒๕๕๐ เรื่องนี้มากกว่าปี ๒๕๔๐ เข้าไปอีก นี่คือว่าเรากําลังขยายสิทธิเสรีภาพของบุคคลเข้าไป ฉะนั้นการออกกฎหมายใด ๆ ต้องระมัดระวังว่ากฎหมายที่ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากชี้แจงเมื่อกี้นี้เป็นกฎหมายเดิม แต่ว่าเดิมมันออกสมัยโน้น แต่วันนี้ถ้าออกอีกทีหนึ่งมันขัดรัฐธรรมนูญนะ มันจะมีปัญหา อันนี้ตามมา ฉะนั้นท่านประธานครับ ผมยังเห็นด้วยว่ามาตรานี้ใจผมคิดว่าน่าจะตัด ออกไปด้วยซํ้า ขอบพระคุณครับ