สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๓

โสภณ ซารัมย์ พูดถึงเรื่องการบริหารจัดการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเน้นย้ำว่ากระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต เช่น ปัญหามลพิษทางเสียง และปัญหาการจอดรถ โดยอ้างว่าการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้รับการยกย่องว่าเป็นหน้าตาของประเทศไทย และได้ดำเนินการด้านการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอตอบ กระทู้ถามของท่านสมาชิก ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเอ่ยถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่จริงเรื่องที่ถูกกล่าวหาในเรื่องไม่โปร่งใสคอร์รัปชันเกิดก่อนหน้ารัฐบาลชุดนี้จะมาเปึน รัฐบาลบริหารประเทศด้วยซ้ํา ทุกท่านก็ทราบดี ขณะนี้เรื่องต่าง ๆ ก็อยู่ใน ป.ป.ช. หลายเรื่อง แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดเมื่อผมมารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมได้ประกาศ ให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเปึนฮับ (Hub) เราจะส่งเสริมให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปึนศูนย์กลางการบินของในภูมิภาคนี้ แล้วการบริหารจัดการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผมได้บอกว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิคือหน้าตาของประเทศไทย วันนี้ลําดับที่เราได้ แก้ปัญหาค้างสะสมกันมานาน ๆ ก็ได้แก้ไขปัญหาไปตามลําดับอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรี พูดกรณีที่ผลกระทบจากมลพิษทางเสียง ซึ่งในอดีตถ้าท่านสดับตรับฟัง ในอดีตจะมีผู้มา ประท้วงอยู่ตลอดเวลา มาในยุคนี้ที่บริหารจัดการได้การประท้วงถึงหยุดไป เพราะว่า มีผู้ไปฟัองว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิละเมิดประชาชน แต่ศาลตัดสินว่าท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิไม่ได้ละเมิดประชาชนในเรื่องมลพิษทางเสียง คณะรัฐมนตรีจึงอนุมัติโดยใช้ หลักมนุษยธรรมที่กระทรวงคมนาคมเสนอไปจึงแก้ปัญหาได้ เพราะฉะนั้นกรณีที่ท่านหยิบยก ขึ้นมา ที่จริงผมขอกราบเรียนท่านประธานไปยังสภาแห่งนี้จะได้อธิบาย ที่จริงท่านก็ได้ ถามบ้างไม่ถามบ้างว่าประเด็นปัญหาที่เกิดจากอาคารจอดรถก็คือ คาร์ พาร์ค (Car park) ที่ท่านพูดถึงนะครับ จริง ๆ แล้วผมกราบเรียนท่านประธานไปยังสภาแห่งนี้เพื่อความเข้าใจ เพราะว่าเปึนเรื่องสําคัญที่กระทรวงคมนาคมให้ความสนใจ หลังจากที่เกิดเหตุผมเอง ไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่จริงท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ในประเทศหรอก ผมเองได้ไปดูด้วยตา หลังจากที่เกิดเหตุในหน้าสื่อหนังสือพิมพ์ ก็ทราบว่าอาคารจอดรถแห่งนี้มันมี ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือเปึนลานจอด ส่วนที่ ๒ ก็คือเปึนอาคาร ลานจอดก็จะมีลานจอดที่ ๑ กับ ลานจอดที่ ๔ อาคารก็เปึนอาคาร ๒ กับอาคาร ๓ เมื่อป้ ๒๕๔๙-๒๕๕๒ เดิมเขาใช้วิธีให้ ทอท. จัดเก็บ จัดเก็บก็ได้ค่าจัดเก็บประมาณ ๒๐ กว่าล้านบาทต่อเดือน ประมาณวันละ ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ บาทแล้วแต่รายได้ สรุปรวมก็ได้ประมาณสัก ๒๔ ล้านบาทต้น ๆ อะไรประมาณนี้ หักค่าบริหารจัดการไปแล้วก็จะเหลือประมาณสัก ๒๐ ล้านบาท คณะกรรมการบอร์ดก็ได้ไปให้นโยบายว่าควรจะให้เอกชนมาดําเนินการเพื่อปัองกัน การรั่วไหล เพื่อป่ดช่องที่หวังว่าจะเปึนการบริหารที่มีประสิทธิภาพโดยให้เอกชน มาดําเนินการในรูปแบบของสัมปทาน บอร์ดอนุมัติไปแล้วฝ์ายดําเนินการก็ไปบริหาร ในรูปแบบของสัมปทาน ปรากฏว่าบริษัทที่มายื่นในรูปแบบของสัมปทานมีอยู่ ๓ บริษัท คือ บริษัท วีวิน จํากัด บริษัท วีอาร์เจ จํากัด และบริษัท เอพีพาร์คกิ้ง จํากัด ทั้ง ๓ บริษัทนี้ ก็เสนอผลตอบแทนให้แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย ดังต่อไปนี้ บริษัท วีวิน จํากัด เขาเสนอให้ ๑๕ ล้านบาทต่อเดือน ไม่รวมค่าเช่า บริษัท วีอาร์เจ เสนอ ๑๔.๔ ล้านบาทต่อเดือนไม่รวมค่าเช่า บริษัท เอพี พาร์คกิ้ง จํากัด เสนอ ๑๔ ล้านบาท เขาก็เอาบริษัทที่เสนอสูงสุด สรุปรวมบริษัทที่ได้ ก็คือบริษัท วีวิน จํากัด ซึ่งอัตราต่ําสุดประมาณ ๑๕ ล้านบาทบวกค่าเช่าก็ประมาณ ๒๒ ล้านบาทต่อเดือน ก็ไปดําเนินการกัน ในทีโออาร์ (TOR) ก็ไปดําเนินการกันจนเกิดเหตุ ว่าในทีโออาร์ก็กําหนดว่าในวันที่ ๑ บริษัทที่ได้รับสัมปทานต้องไปดําเนินการ ในวันที่ ๑ เมษายน บริษัทนี้ก็เข้าไปพื้นที่ดําเนินการ แต่ว่ายังไม่เซ็นสัญญา มาเซ็นสัญญาเอาเมื่อวันที่ ๓๐ หลักประกันสัญญาก็มามีเกิดขึ้นในวันที่ ๒๓ ฉะนั้นเมื่อได้ดําเนินการไปแล้ว ผมกราบเรียนว่า วันนี้เมื่อบริษัทดําเนินการมาถูกต้องตามกระบวนการวิธีการจัดซื้อจัดจ้างของระเบียบ ราชการโดยทั่วไป แต่เมื่อมาเกิดเหตุเรื่องที่ทุกท่านทราบในหน้าสื่อก็คือมีชายชุดอะไร ที่ท่านว่าทั้งชุดดํา ชุดอะไรทั้งหลายไปดําเนินการ ปรากฏว่าการดําเนินการครั้งนี้ที่เข้าไป บริษัทไม่ได้ส่งเงินให้แก่การท่าอากาศยานมาตั้งแต่วันที่ ๑ จนถึงเกิดเหตุก็คือประมาณ ปลายเดือนกันยายนที่เกิดเหตุกัน ฉะนั้นการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในระบบราชการก็ทวงถามกันไปกันมาระหว่างบริษัทนี้ จนสรุปรวมที่บริษัทที่ได้ดําเนินการ เอาคนไปเก็บเงินต่าง ๆ ในค่าจอดรถ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเองขณะนี้ ได้หักเงินจากเงินค้ําประกันสัญญาที่เขาไปดําเนินการค้ําประกันสัญญา ๑๒๐ ล้านบาท ถ้าไม่ส่งเงินการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยก็ไปหักเงินในเงินค้ําประกันสัญญา บวกกับเงินอีกยอดหนึ่งที่ผู้ให้ได้รับสัมปทานไปจ่ายก็คือ ๒๐ กว่าล้านบาท วันนี้ต้อง กราบเรียนท่านตรง ๆ ว่าเมื่อเกิดเหตุแล้วผมได้ตั้งคณะกรรมการโดยท่านปลัดไปเปึน ประธานได้ดูแล ผมก็ทราบดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทําให้ภาพพจน์สนามบินสุวรรณภูมิเสียหาย ฉะนั้นวันนี้ผมก็ได้รายงานต่อ ครม. ว่าสิ่งที่กระทรวงคมนาคมดําเนินการต่อไปจะต้อง ดําเนินการอย่างตรงไปตรงมาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สนามบินสุวรรณภูมิ ฉะนั้น สิ่งที่ท่านกล่าวถึงว่าในลักษณะของความเสียหายในเชิงพาณิชย์ ผมก็กราบเรียน ครม. ไปแล้วว่าเราสามารถหักเงินค้ําประกันสัญญานี้ได้ ในการบริการประชาชนปรากฏว่า การบริการประชาชนไม่ได้เสียหายอะไร เสียหายแต่กระบวนการบริหารสัญญาคือบริษัท ที่ได้รับสัมปทานไปทะเลาะกัน ก็เปึนเรื่องของบริษัททะเลาะกันเขาก็ว่ากันไปส่วนการบริการ ที่จอดรถไม่ได้รับความกระทบในเชิงพาณิชย์ ทอท. ก็ไม่ได้เสียหาย ฉะนั้นเพื่อให้สังคม ได้รับทราบว่าสิ่งที่ดําเนินการไปเราจะต้องไปตรวจสอบว่าทีโออาร์ที่เกิดขึ้นมีความโปร่งใส อะไรต่าง ๆ ผมก็เลยตั้งคณะกรรมการชุดนี้ไปตรวจสอบทั้งหมดเพื่อที่จะชี้แจงให้แก่สังคม ได้ทราบ ฉะนั้นท่านถามผมว่าต่อไปสนามบินสุวรรณภูมิถ้าจะสามารถเรียกความเชื่อมั่น ให้แก่สนามบินนี้ได้ก็คือการปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมาที่กระทรวงคมนาคมจะดําเนินการ กระทู้ถามที่ท่านถามวันนี้ส่วนใหญ่ก็จะไปในรูปแบบของคนที่เข้ามาคุกคาม วันนี้เราทําได้ ๒ เรื่อง เรื่องแรก ถ้าข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ บริษัทมหาชนที่อยู่ในกํากับของกระทรวง คมนาคมดําเนินการผิด ผมก็กราบเรียนท่านประธานไปยังสภาแห่งนี้ว่าเราจะดําเนินการ ตามระเบียบอํานาจหน้าที่ที่เรามีอยู่อย่างตรงไปตรงมา ส่วนการที่มีบุคคลภายนอกเข้าไป ในพื้นที่ของทางราชการ ผมก็ทราบว่าที่มีปัญหากระทรวงกลาโหมเขาก็ตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาตรวจสอบ ฉะนั้นก็เปึนเรื่องของส่วนที่เกี่ยวข้องที่ถูกกล่าวหาในหน้าสื่อหนังสือพิมพ์ว่า ใครต่อใครไปเกี่ยวข้อง ฉะนั้นทั้งหลายทั้งปวงไม่ว่าจะเปึนชายชุดดําเองก็ตาม ไม่ว่าใครก็ตามที่ไปเกี่ยวข้อง วันนี้จะต้องถูกดําเนินการอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ประชาชนได้เกิดความเชื่อมั่น และสภาแห่งนี้ได้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้กระทรวงคมนาคมไม่มีการปกปัองบุคคลที่จะทํา ความเสื่อมเสียให้แก่ทางราชการ และอย่างที่ท่านพูดถึงว่าคนใกล้ชิดรัฐมนตรีไม่มีหรอกครับ ถ้ามีบริษัทนี้ไม่ถูกยกเลิกหรอก ขณะนี้บริษัทนี้ก็ถูกยกเลิกไปแล้ว เมื่อถูกยกเลิกแล้ว บริษัทนี้จะต้องขึ้นแบลคลิสต์ (Blacklist) ไม่สามารถไปรับงานของทางราชการได้อีกต่อไป และต้องถูกริบเงินประกันสัญญาอีก ฉะนั้นเราตรงไปตรงมาอยู่แล้วกราบเรียน ท่านประธานครับ