สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๓

สงกรานต์ จิตสุทธิภากร เสนอพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ โดยเห็นด้วยกับหลักการของกฎหมาย แต่ยังมีข้อสังเกตและข้อห่วงใยบางประการ พูดถึงการออมและการใช้จ่าย และเรียกร้องให้มีการพิจารณาเกี่ยวกับการออมแห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการออมและผลกระทบของดอกเบี้ยทบต้น และเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ที่ดีและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทําให้คนในประเทศชาติได้กลับมาเริ่มนิสัยการอดออม

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นครสวรรค์

กราบสวัสดีท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความชื่นชมกับทางรัฐบาลที่ได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งในส่วนตัวผมเองนั้นได้ให้ ความสนใจแล้วก็คิดในเรื่องนี้มานานแล้วนะครับว่าประเทศไทยของเราควรจะมี พ.ร.บ. เกี่ยวกับการออมให้กับประชาชนทุกคนในแผ่นดินที่เกิดมา เมื่อผมมาดูในรายละเอียด ของ พ.ร.บ. นี้โดยหลักการแล้วนั้นเห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ แต่ก็ยังมีข้อสังเกต หรือข้อห่วงใย ๒-๓ ข้อซึ่งอยากจะฝากไปยังท่านผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องนี้

ข้อสังเกตอันดับแรกที่ผมอยากจะพูดในแง่ของการเห็นด้วยกับหลักการนี้ ก็คือ ผมคิดว่านิสัยการออมมันเปึนนิสัยหนึ่งซึ่งเปึนสิ่งที่จําเปึนสําหรับประเทศไทยของเรา เนื่องจากในปัจจุบันนี้ถ้าหากเราได้ติดตามแล้วก็สังเกตดูจะเห็นว่า ๑ ในดัชนีที่เขาใช้กัน ก็คือว่าอัตราการออมของประเทศ ซึ่งในอดีตประเทศไทยเรานั้นมีอัตราส่วนการออม ค่อนข้างสูง แต่เนื่องจากในภาวะปัจจุบันในยุคที่มีบัตรเครดิต มีการปล่อยกู้กันค่อนข้าง จะเยอะแยะหลากหลาย จะทําให้คนไทยส่วนใหญ่ค่อนข้างจะมีนิสัยการออมลดน้อยลง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างประเทศสหรัฐอเมริกาที่รู้กันนะครับ ว่าเขาเอาเงินในอนาคตมาใช้แล้ว คือเงินปัจจุบันใช้หมดแล้วแล้วก็ไปใช้จากวงเงินบ้าง บัตรเครดิตบ้าง แล้วก็มาใช้อยู่ แล้วก็ก่อให้เกิดปัญหาในปัจจุบันนี้ก็คือปัญหาที่ว่า ประชาชนส่วนใหญ่เปึนหนี้เปึนสินกันมากมาย แล้วอย่างเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีข่าวเกี่ยวกับข้าราชการครูที่มีการสํารวจกัน แล้วก็ บอกว่าส่วนใหญ่แล้วเปึนหนี้เปึนสินกันทั้งนั้น ฉะนั้นผมคิดว่าถ้าเรามีร่างพระราชบัญญัติ การออมแห่งชาติ พ.ศ. .... ในส่วนตัวของผมนั้นออมมากไม่มากไม่สําคัญ แต่สําคัญที่สุด ก็คือว่าทําให้เกิดนิสัยการอดออม เพราะว่าการอดออมไม่ว่าจะวันละกี่บาทก็ตามก็เปึนผล สําคัญ เพราะว่าทันทีที่ประชาชนนั้นเริ่มเก็บออมกันเงินส่วนหนึ่งมาเก็บในแต่ละเดือน แล้วนี่เขาก็จะกลายเปึนคนที่มี พูดง่าย ๆ การใช้จ่ายจะลดน้อยลง แล้วเขาก็จะพยายาม จนหนี้สินไม่มี แล้วอย่างที่หลายคนอาจจะไม่สังเกตว่าในสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยพูดไว้ว่ามหัศจรรย์ก็คือดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยทบต้นนั้นหนึ่งในสิ่ง มหัศจรรย์ของโลก มันมีการพิสูจน์ว่าถ้าเกิดใครออมตั้งแต่เกิดแล้วอายุ ๒๐ กว่าป้แล้วหยุดไว้ ภายในไม่กี่ป้นั้นก่อนเกษียณเขาจะมีเงินเปึนล้านได้โดยไม่ต้องลําบากเลย อันนี้ผมก็อยาก ฝากไว้ มีข้อสังเกตที่ผมข้อห่วงใยที่อยากจะฝากไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องก็คือผมเกรงว่า ๕๐ บาท ที่ผมอ่านจากรายละเอียดว่าขั้นต่ํา ๕๐ บาทหรือ ๑๐๐ บาท การที่จะต้องชําระเปึนประจํา ทุกเดือนอาจจะเปึนภาระอย่างหนึ่ง ซึ่งตามที่ พ.ร.บ. ตั้งใจไว้ก็คือให้คนยากคนจน ฉะนั้น ในการที่เขาต้องไปส่งเงินเดือนละ ๑๐๐ บาททุกเดือนสมมุติเปึนตัวอย่าง เราต้องพยายาม ทําให้การฝากอันนี้เปึนสิ่งที่ง่ายที่สุดหรือเปึนภาระน้อยที่สุด เพราะว่าถ้าถามว่าบางทีคน ที่อยู่ในกรุงเทพฯ นี่บางทีนั่งรถไปเพื่อจะไปจ่ายตามธนาคารต่าง ๆ เพื่อจะเอาเงินเข้าบัญชี นั่งรถไปกลับอาจจะใช้เงินมากกว่า ๑๐๐ บาทที่เสียเพื่อการออม อันนี้ก็อยากฝากเปึน ข้อสังเกตข้อที่ ๑ ก็คือว่าวิธีการฝากเงินการทําอะไรต้องให้เปึนภาระกับผู้ออมให้น้อยที่สุด

ข้อที่ ๒ ผมห่วงก็คือในนี้เขียนไว้ว่าต้องห้ามเปึนโน่นเปึนนี่ สมมุติว่าประชาชน คนหนึ่งอายุ ๒๐ ป้ เขายังไม่มีงานทําเขาก็เริ่มที่จะสมทบทุนออมเงินกับร่าง พ.ร.บ. นี้ แต่เมื่อ เขาอายุ ๓๐ กว่าป้เขาไปเริ่มทํางานแล้ว ก็ตั้งข้อสังเกตว่าเขาจะเปึนทั้ง ๒ อย่างได้ไหม แต่ในนี้เขียนว่าไม่ได้ ไม่ได้นั้นหมายความว่าเขาต้องหยุดไว้ก่อน พอหยุดเสร็จแล้ว สมมุติว่าเขาทํางานไป ๑๐ ป้อายุ ๔๐ ป้เขาว่างงานอีก เขากลับมาผ่อนต่อมันจะเปึนอย่างไร อันนี้ก็ต้องฝาก แต่อยากให้ทางท่านผู้ชี้แจงได้ชี้แจงนิดหนึ่งว่าจะมีขั้นตอนเหล่านี้อย่างไร เพื่อให้เขารู้สึกว่าเขาสามารถจะหยุดแล้วก็มาผ่อนต่อได้โดยที่ไม่เสียผลประโยชน์ที่เขาได้ สะสมมาในตอนต้นนะครับ

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าผมเข้าใจดีว่านโยบายแล้วก็ร่าง พ.ร.บ. นี้ตั้งใจที่จะ ช่วยเหลือคนยากคนจนที่ต้องการหลักประกันในชีวิตตอนเมื่ออายุ ๖๐ ป้แล้วอย่างน้อย ก็มีเงินก้อนหนึ่ง แต่ผมกลับคิดไม่เหมือนคนอื่นก็คือว่าทําไมต้องไปจํากัดว่าเฉพาะ คนยากคนจนเท่านั้น ถ้าเราสามารถที่จะให้ทุกคนใช้ช่องทางนี้เปึนช่องทางของการออมเงิน อันนี้ก็จะเปึนสิ่งหนึ่งซึ่งจะเปึนประโยชน์อย่างมาก เพราะว่าถ้าเกิดเราใช้ช่องทางนี้แล้ว ทุกคนสามารถจะใช้ช่องทางนี้ในการออมเงินของตัวเองเพื่อเปึนเงินเกษียณของตัวเองแล้ว ไม่ว่าคนจนหรือคนรวยก็สามารถใช้ช่องนี้ได้ แต่ถ้าเกิดรัฐบาลเปึนห่วงเรื่องวงเงินสมทบ ที่จะสมทบ เกรงว่าคนมีเงินมาก ๆ อาจจะใช้สิทธิว่ารัฐบาลจะสมทบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็อาจจะฝากสักเดือนละหมื่นอะไรอย่างนี้นะครับ แล้วอยากให้รัฐบาลมาสมทบให้ ๕,๐๐๐ บาท สมมุตินะครับ เราก็อาจจะกําหนดไปว่ารัฐบาลสมทบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์จริง แต่ไม่เกินเท่าไรก็แล้วแต่ท่าน ไม่เกินเดือนละ ๒๐๐ บาท ไม่เกินเดือนละ ๕๐๐ บาทก็ตาม แต่ถ้าคนที่มีเงินเขาอาจจะฝากไปสมทบเดือนละ ๓,๐๐๐ บาทไปเลยของเขาเอง แต่เขา ได้เงินจากรัฐเพิ่มมา ๑๐๐ บาทก็เหมือนกันก็เหมือนกับเปึนคนธรรมดาทั่วไป ถ้าสามารถ ที่จะปรับตรงส่วนนี้ได้ ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์กับคนกลุ่มใหญ่มากกว่านี้

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งที่ผมเปึนห่วงเรื่องของคณะกรรมการครับ เพราะอย่างที่ เรารู้กันอยู่ว่าเวลาเราตั้งองค์กรอะไรขึ้นมาสักองค์กรหนึ่งแล้วนี่ พอแรก ๆ มันก็ดี มันก็เริ่ม จากเล็ก ๆ นะครับ แต่พอองค์กรมีขนาดใหญ่ขึ้นมีวงเงินใหญ่ขึ้นนี่องค์กรตัวนี้ก็จะมามี คณะกรรมการขึ้นมา มีเงินเดือนขึ้นมา มีการหาสถานที่ทํางาน มีการจ้างพนักงานขึ้นมา ซึ่งอันนี้จะมีอะไรเปึนหลักประกันว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้มันจะไม่ไปกินทุนในส่วนของงบ ในส่วนของรายได้ที่เข้ามาไม่ให้มากเกินไปนะครับ ซึ่งที่ทราบมาอย่างกองทุนรวมต่าง ๆ ซึ่งทางบริษัทหรือธนาคารต่าง ๆ นั้นเขาก็จะบอก เลยว่าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะไม่เกินเท่าไรของเงินที่เขาบริหารอยู่ อันนั้นก็อยากจะฝากเปึน ข้อสังเกตไว้นะครับ

สุดท้ายก็ไม่มีอะไร นอกจากว่าอยากจะฝากไปยังท่านผู้รับผิดชอบแล้วก็ ทางรัฐบาลว่าร่าง พ.ร.บ. นี้เปึนร่าง พ.ร.บ. ที่ดีนะครับ แล้วผมคิดว่าอันนี้ก็เปึนจุดเริ่มต้นที่ดี ของการทําให้คนในประเทศชาติเรานั้นได้กลับมาเริ่มนิสัยของการอดออมอีกครั้งหนึ่ง แล้วผลของการอดออมของแต่ละคนถ้าเกิดทํากันทั้งประเทศชาติแล้วเงินก้อนนี้ใหญ่ขึ้น รัฐบาลสามารถนําเงินนี้ไปทํางาน ไปบริหาร ไปพัฒนาให้เกิดผลรวมกับเศรษฐกิจ และสุดท้าย เมื่ออายุ ๖๐ ป้แล้วก็ได้เงินส่วนนี้กลับมาดูแลตัวเอง ก็จะเปึนสิ่งที่ดีสําหรับทุกคน ผมคงใช้ เวลาเพียงแค่นี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ