ศุภชัย โพธิ์สุ หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนอาชีพการเกษตรที่ยั่งยืน โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลได้มีมาตรการหลายประการเพื่อแก้ไขปัญหาของชาวนา เช่น การช่วยเหลือทางการเงิน การสนับสนุนสินค้าเกษตร และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในการเกษตร นอกจากนี้ยังพูดถึงการประกันภัยภัยธรรมชาติ การจัดระบบการปลูกข้าวใหม่ การคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม และการสร้างและพัฒนายุวชนเกษตรกร รวมถึงการลดราคาปัจจัยการผลิต และการตรวจสอบสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เนื่องจากว่าท่านติดภารกิจในการไปชี้แจงคณะกรรมาธิการถึง ๒ คณะ อยู่ที่สภาแห่งนี้ได้มอบหมายให้ผมมาเปึนผู้ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ คือท่านนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพัทลุง เพื่อที่จะให้ได้มีความเข้าใจ เปึนหนึ่งเดียวร่วมกัน ก่อนอื่นนั้นผมก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านนริศ ขํานุรักษ์ ส.ส. พัทลุง ที่ท่านได้มีความห่วงใยในพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะชาวนาที่ได้ถือว่าเปึนกระดูกสันหลังของชาติ แล้วก็มีสถานะอยู่ในสังคมที่ต่ําต้อยมาโดยตลอด ทํานาก็ประสบกับภาวะขาดทุนนะครับ ที่ผมพูดได้ชัดเจนอย่างนี้ก็เพราะว่าผมเองก็เปึนชาวนาชาวนานี่ทํานา มีคําพูดคําหนึ่ง ที่ค่อนข้างจะเจ็บปวดรวดร้าว คือชาวนาทํานาปรังก็เหลือแต่ฟางกับหนี้ ในอดีตนะครับ แล้วก็ทํานาป้ก็เหลือแต่หนี้กับฟางด้วย ฉะนั้นชีวิตของชาวนาก็มีแต่ความยากจน มีแต่หนี้สิน ฉะนั้นรัฐบาลชุดนี้ได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกรชาวนาให้ความสําคัญ เปึนอันดับต้น ๆ เลยนะครับ จึงได้มีมาตรการหลาย ๆ มาตรการออกมาเพื่อดําเนินการ ๒ ป้ ที่ผ่านมาที่รัฐบาลชุดนี้ได้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินนั้นได้วางมาตรการในการที่จะแก้ไขปัญหา ของพี่น้องชาวนาที่เปึนรูปธรรมที่ชัดเจนมากนะครับ ผมเข้าใจคําถามของท่านคําถามแรก ที่บอกว่ารัฐบาลมีนโยบายพัฒนาและสนับสนุนส่งเสริมอาชีพการทํานาของเกษตรกร แบบยั่งยืนอย่างไร ท่านเน้นคําว่า ยั่งยืน ทําอย่างไรจะให้อาชีพการทํานาของเกษตรกร มีความยั่งยืน ก็อยากจะเรียนท่านสมาชิกได้ทราบว่ารัฐบาลได้มีมาตรการหลาย ๆ มาตรการ
มาตรการแรกที่ชัดเจนมาก ก็คือว่าในอดีตเวลาชาวนาทํานาแล้วข้าวราคาตกต่ํา รัฐบาลก็จะใช้วิธีการรับจํานําเปึนหลักนะครับ การรับจํานําก็คือให้เกษตรกรไปเปึนหนี้ ฉะนั้นชีวิตเกษตรกรจึงไม่หลุดพ้นจากการเปึนหนี้เสียที รัฐบาลชุดนี้จึงเปลี่ยนเลิกที่จะ รับจํานําเปึนหลัก ใช้วิธีการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ท่านนริศคงจําได้ว่า รัฐบาลประกาศประกันรายได้ให้กับเกษตรกรโดยเฉพาะข้าว ข้าวหอมมะลิตันละ ๑๕,๓๐๐ บาท ข้าวเหนียวตันละ ๙,๕๐๐ บาท ข้าวปทุมธานี ข้าวเจ้าจังหวัดอะไรต่าง ๆ ก็จะมีราคาที่ลดหลั่นกันลงมานะครับ ฉะนั้นการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยการกําหนดราคาขั้นต่ําของข้าวแต่ละชนิดในฤดูการทํานา ทั้งทํานาป้ ทั้งทํานาปรัง และการกําหนดราคาอ้างอิงในแต่ละสัปดาห์นะครับ หากราคาอ้างอิงต่ํากว่าราคาขั้นต่ํา ที่ชาวนาขายได้ ในช่วงเวลาที่ชาวนาแจ้งล่วงหน้าก็จะได้รับการชดเชยในส่วนต่าง ของราคาในปริมาณที่เปึนจริง แต่ไม่เกินปริมาณสูงสุดที่รัฐบาลกําหนด ทั้งนี้ กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ก็จะทําหน้าที่รับผิดชอบในการขึ้นทะเบียนเกษตรกรนะครับ ซึ่งวิธีนี้ ก็เท่ากับเปึนการประกันความมั่นคงให้กับการประกอบอาชีพของชาวนาสรุปง่าย ๆ ก็คือว่าป้ที่ผ่านมานั้นชาวนาทํานาจะไม่ขาดทุน นอกจากไม่ขาดทุนแล้วก็ยังจะมีกําไรบ้าง พอประมาณตามภาวะเศรษฐกิจที่รัฐบาลประกันรายได้ไว้ให้ นี่มาตรการแรกครับ
มาตรการที่สองที่รัฐบาลได้ดําเนินการก็คือจัดให้มีสวัสดิการชาวนาครับ ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์เสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชาวนาแล้ว โดยจะออกเปึนพระราชบัญญัติ ซึ่งกําหนดให้เกษตรกรที่สมัครเข้าร่วมกองทุนสวัสดิการชาวนาก็จะทําการสะสมเงิน จํานวนหนึ่งเข้ากองทุน แล้วรัฐบาลก็จะจ่ายเงินสมทบอีกจํานวนหนึ่งเมื่อครบกําหนดเวลา ชาวนาก็จะได้มีบําเหน็จมีบํานาญ และระหว่างการดําเนินงานของชาวนาหรือการดํารงชีวิต ของชาวนาจนกว่าจะเกษียณ ต่อไปชาวนาต้องมีวันเกษียณ ในอดีตที่ผ่านมานั้น ปัจจุบัน นี่ละครับ ชาวนาเริ่มบรรจุเปึนชาวนาตั้งแต่เกิด อย่างผมนี่เปึนชาวนามาตั้งแต่เกิด ถามว่า จะเกษียณตอนไหน ก็ตอบได้ว่าจะไปเกษียณเอาตอนที่เขาหามเข้าป์าช้าคือตายแล้ว แต่ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบาย ข้าวแห่งชาติ ก็คือจะให้มีกองทุนสวัสดิการชาวนา ให้ชาวนามีวันเกษียณ พอเกษียณแล้ว ก็จะมีบําเหน็จบํานาญ ส่วนระหว่างการดําเนินงานชาวนาก็จะได้รับสวัสดิการอื่น ๆ ด้วย เช่น การจัดหาปัจจัยการผลิตในราคาที่เปึนธรรมและสวัสดิการอื่น ๆ ที่ไม่ซ้ําซ้อน กับโครงการของรัฐที่มีอยู่แล้ว ขณะนี้เรื่อง พ.ร.บ. กองทุนสวัสดิการชาวนาอยู่ระหว่าง การรับฟังความคิดเห็นของชาวนาทั่วประเทศครับ ตอนนี้กําลังรับฟังความคิดเห็นของ ชาวนาทั่วประเทศอยู่
มาตรการที่สามที่รัฐบาลดําเนินการก็คือการประกันภัยที่เกิดจากภัยธรรมชาติ โดยรัฐบาลก็อยู่ในระหว่างการศึกษาและดําเนินการนําร่องในบางพื้นที่แล้ว ซึ่งชาวนา ก็จะได้รับการชดเชยความเสียหายมากกว่าการชดเชยจากภาครัฐที่ดําเนินการอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะเปึนการลดความเสี่ยงของชาวนาที่เกิดจากภัยธรรมชาติ คือในอดีตและปัจจุบันนี้ เวลาเกิดภัยธรรมชาติรัฐบาลก็ต้องลงไปดูแล ลงไปชดเชย ลงไปช่วยเหลือก็เนื่องจากว่า งบประมาณแผ่นดินมีจํากัด รัฐบาลก็ดูแลชดเชยได้เปึนบางส่วน ไม่อาจที่จะไปชดเชย จนกระทั่งคุ้มต่อการลงทุนหรือว่ามีกําไร ฉะนั้นรัฐบาลกําลังดําเนินการโดยกระทรวงเกษตร และสหกรณ์กําลังเร่งรัดในการศึกษาที่จะดําเนินการจัดระบบการประกันภัยที่เกิดจาก ภัยธรรมชาติให้กับเกษตรกร โดยจะพยายามให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมและเกษตรกร ก็มีส่วนรับผิดชอบต่อภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น โดยอาจจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยบ้าง เปึนบางส่วน แต่ว่าถ้าเกิดความเสียหายเกิดขึ้นกับพืชหรือว่ากับการทําการเกษตร ของเกษตรกรก็จะได้รับการชดเชยจากบริษัทประกันภัย ตรงนี้จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในห้วงเวลาไม่นานนี้
มาตรการที่สี่ คือการจัดรัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พยายาม ที่จะจัดระบบการปลูกข้าวใหม่ โดยให้เกษตรกรทํานาป้ละไม่เกิน ๒ ครั้ง ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติก็คงจะทราบว่าพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในระบบมีระบบชลประทานครอบคลุม อย่างอยู่ในภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างเขาก็จะมีการทํานาป้ละ ๒ ครั้งบ้าง ๓ ครั้งบ้าง หรืออย่างน้อย ๆ ๒ ป้ต่อ ๕ ครั้ง ซึ่งจะทําให้มีปัญหาทั้งที่ดินก็ไม่ได้พัก ศัตรูพืชก็ระบาด ซึ่งท่านก็จะได้ยินข่าวว่าในช่วง ๑ ป้ที่ผ่านมานั้นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับ พี่น้องชาวนา อย่างการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ําตาลบ้าง และป้นี้ก็มีการระบาด ของเพลี้ยหลังขาวที่ระบาดมาจากประเทศเพื่อนบ้านเราก็มี ก็มีการระบาดอย่างหนัก เนื่องจากว่าพี่น้องชาวนาเราทํานาป้ละ ๒ ครั้งหรืออาจจะ ๓ ครั้ง ๒ ป้ ๕ ครั้ง ดินไม่มี โอกาสได้พัก ไม่มีโอกาสได้สลับการปลูกพืชหลังนา ไม่มีโอกาสปรับปรุงบํารุงดิน ฉะนั้น นอกจากจะทําให้ดินเสื่อมคุณภาพแล้วก็จะเกิดศัตรูพืชหรือแมลง ทําให้เกิดความเสียหาย ต่อผลผลิตเปึนอย่างมาก ลงทุนสูงผลผลิตต่ํา เกิดภัยพิบัติตามเข้ามาด้วยก็ยิ่งจะทําให้ พี่น้องชาวนาเกิดความเสียหายขาดทุนยับเยินไปเปึนหนี้เปึนสินมากเข้าไปฉะนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้เสนอความเห็น กําลังศึกษาระบบแล้วก็กําลังเตรียมการ ก็คือทําอย่างไรจะให้พี่น้องเราทํานาแค่ป้ละ ๒ ครั้ง ลดต้นทุนการผลิตลงได้เยอะ แต่ในขณะเดียวกันก็จะเปึนการเพิ่มผลผลิต ภัยธรรมชาติจากแมลงจากศัตรูพืช ก็จะลดน้อยลงหรือจะไม่มีเลย ประโยชน์ที่จะได้จากทํานา ๒ ครั้ง จะได้มากกว่าทํานา ๓ ครั้ง เพราะโอกาสที่จะเสี่ยงลดน้อยลง นี่คือสิ่งหนึ่งที่กําลังดําเนินการที่จะให้เกิด ความมั่นคงและยั่งยืนกับพี่น้องชาวนาเรา
มาตรการที่ห้าที่กําลังเร่งรัดดําเนินการอยู่คือ คุ้มครองที่ดินเพื่อการเกษตร ท่านคงจะได้ยินข่าวนะครับในช่วงที่ผ่านมา พี่น้องชาวนาเราเวลามีปัญหาเรื่องรายได้ มีหนี้สินเยอะ ก็จําเปึนต้องขายที่นาไป มีนักธุรกิจ มีคนรวย ก็ซื้อที่ดินเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้น ที่อันตรายที่สุดก็คือ นักธุรกิจจากต่างประเทศนําเงินเข้ามาซื้อที่ดิน เช่า มาซื้อแต่ว่าอาจจะ ใช้ชื่อคนอื่นในการที่จะมาครอบครองในการถือครอง ที่ดินก็จะหลุดมือจากเกษตรกร จากชาวนาไปเปึนของนายทุน ไปเปึนของนักธุรกิจต่างชาติ ฉะนั้นรัฐบาลจะเร่งรัดในการที่จะ ออกกฎหมายในการที่จะคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะคุ้มครองที่ดิน เพื่อการเกษตรที่รัฐบาลได้มีการลงทุนในการพัฒนาระบบชลประทานไว้อย่างดีแล้ว ไม่ให้ถูกนําไปใช้ในทางอื่น แล้วก็ปัองกันนายทุนโดยเฉพาะที่เปึนชาวต่างประเทศที่จะมา กว้านซื้อแล้วก็ทําให้ชาวนาสูญเสียที่ดินทํากินโดยเฉพาะที่เปึนพื้นที่ในระบบชลประทาน ก็จะทําให้พี่น้องเกษตรกรของพวกเราขาดความมั่นคงในการดํารงชีวิตการประกอบอาชีพได้
อีกมาตรการหนึ่งท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตร และสหกรณ์จะสร้างและพัฒนายุวชาวนานะครับ คือเกษตรกรของพวกเราโดยเฉพาะ พี่น้องชาวนาเราทํานาตามประเพณีมาเรื่อย ๆ แต่ว่าไม่ได้มาศึกษา ไม่ได้มาสร้างทัศนคติ ที่ดีในการทํานา ไม่ได้มาพัฒนาอาชีพของตนเองเลยนะครับ ฉะนั้นจึงทําให้การทํานา ของพี่น้องชาวนา ผมกล้าพูดได้เพราะผมเคยเปึนชาวนาเราเลยทําเปึนตามประเพณี ฉะนั้นอาชีพนี้จึงเสื่อมลงเรื่อย ๆ ก็คือผลผลิตการเกษตรตกต่ําลงเรื่อย ๆ ฉะนั้นเราจะต้อง อบรมยุวชนหรือเยาวชนที่มีอาชีพเปึนเกษตรกร เปึนชาวนาให้มีความรู้ให้มีความเข้าใจ มีทัศนคติต่อการประกอบอาชีพในการทํานา แล้วก็เพื่อที่จะให้เกิดประสิทธิภาพในการทํานา มากยิ่งขึ้น และนอกจากนั้นรัฐบาลก็ยังได้กําหนดให้ความสําคัญของข้าวและชาวนา โดยกําหนดเอาวันที่ ๕ มิถุนายนของทุกป้ให้เปึนวันข้าวและชาวนาแห่งชาติด้วย นี่ก็คือ เปึนเรื่องใหม่นะครับ เพิ่งได้มีการเฉลิมฉลองไปเมื่อป้ที่แล้ว วันที่ ๕ มิถุนายนของทุกป้ จะเปึนวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ นี่ก็เปึนการให้ความสําคัญต่อพี่น้องชาวนาของพวกเรานะครับ นอกจากมาตรการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านนริศได้สอบถาม นั่นก็คือเรื่องราคาปัจจัยการผลิต ที่สูงขึ้น ความจริงแล้วผมจําได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับผมได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้มาตอบ ในประเด็นนี้บ้างแล้วนะครับ ก็เรียนท่านนริศให้สบายใจได้ว่ารัฐบาลมีหลาย ๆ มาตรการ ในการดําเนินการเพื่อจะลดราคาของปัจจัยการผลิตลง แล้วก็ที่สําคัญโดยเฉพาะราคาปุิย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้มีการกําหนดมาตรการลดราคาปุิยลงมา ส่วนรายละเอียดนั้นเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะให้ข้อมูลท่านเพิ่มเติม ความจริงแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ให้ข้อมูลไปแล้ว แต่ว่าท่านอาจจะยังสงสัยว่ามาตรการ ที่ออกไปนั้นเกิดผลในทางปฏิบัติหรือไม่ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะให้คําตอบนะครับ
สําหรับในส่วนของปุิยเคมี สารเคมี ผมอยากจะเรียนครับว่าที่ผ่านมา และปัจจุบันนี้นอกจากจะราคาแพงแล้ว พี่น้องเรายังเจอปัญหาก็คือปุิยและสารเคมี ที่ไม่มีคุณภาพ หรือว่าปุิยเคมีหรือสารเคมีปลอมที่ระบาดในท้องตลาด ผมอยากจะเรียน กับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าผมในฐานะผู้ดูแลกรมวิชาการเกษตรได้ออกมาตรการ อย่างเข้มงวดครับ ให้กรมวิชาการเกษตรโดยมีสารวัตรเกษตรจํานวนหลายร้อยคน ออกปฏิบัติการทั่วทั้งประเทศ ตรวจสอบตั้งแต่โรงงานผลิต ตรวจสอบตลาด ตรวจสอบ การนําลงไปจําหน่าย แม้แต่ในสถาบันเกษตรกร สหกรณ์การเกษตรทุกแห่งก็มีการตรวจสอบด้วย ฉะนั้นขอให้ท่านได้เบาใจได้ว่ารัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในเรื่องพวกนี้นะครับ ก็อยากจะเรียนท่านเปึนเบื้องต้น ถ้ามีปัญหาใดที่ผมยังตอบไม่เคลียร์ (Clear) ท่านถามเพิ่มเติมได้นะครับ จะได้ตอบต่อไปครับ