จุมพฏ บุญใหญ่ เสนอการยกร่างพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีแจ้งค่าใช้จ่ายในการทำบัตร และหารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงคำนำหน้าในบัตร พร้อมขอออกกระบวนการบัตรแทนเอกสารอื่น ๆ และสอบถามเกี่ยวกับหลักการข้อที่ 3 ในกฎหมายบัตรประชาชน รวมถึงการยกเลิกมาตราหนึ่งที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ปรับ 500 บาทหากไม่ไปขอมีบัตรตามเวลาที่กำหนด และหารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 17 ของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขอดูบัตรประชาชน โดยเสนอให้เปลี่ยนแปลงโทษให้ลงโทษผู้มีหน้าที่ไปยื่นคำขอแทนบัตรประชาชนแทนเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ ผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร อนาคตจะสังกัด พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กระผมเองได้มีส่วนร่วม ตั้งแต่การยกร่างขึ้นมา ตอนนั้นพรรคพลังประชาชนโดยท่านอดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรี ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้เข้าไปในที่ประชุมของวิปรัฐบาลก็ได้ ถกเถียงว่ามีความจําเปึนประการใดถึงจะต้องให้ประชาชนตั้งแต่เกิดได้มีบัตรประจําตัวประชาชน มีคําถามหลาย ๆ อย่างที่ยังค้างอยู่ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยก็ยังไม่ได้ให้คําตอบ ผมก็เลยถือโอกาสนี้ถามท่านรัฐมนตรี ซึ่งเปึนคําถามที่ค้างอยู่ทวนความทรงจํา นั่นก็คือ ผมได้ถามว่าค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนในการทําบัตรประจําตัวประชาชน ๑ ใบเปึนเงินเท่าไร เพราะท่านได้มากําหนดไว้ในหลักการที่ ๗ ว่าท่านเก็บใบละ ๕๐๐ บาท จริงครับการทําครั้งแรก ท่านไม่เก็บค่าทําบัตร แต่ถ้าบัตรหายหรือบัตรหมดอายุคือครบ ๑๐ ป้แล้วท่านมาขอทํา บัตรใหม่ต้องเก็บ ๕๐๐ บาท ตรงนี้อยากทราบต้นทุนว่าภาครัฐคิดกําไรเกินควรหรือเปล่า เนื่องจากว่าแต่ก่อนนั้นถ้าเปึนคนไทยอายุ ๑๔ ป้ ๑ วันหรือถือว่าเปึนอายุ ๑๕ ป้จึงขอมี บัตรประจําตัวประชาชนได้ แต่ขณะนี้เมื่อเกิดขึ้นมาป้แรกอาจจะทําบัตรโดยไม่ต้องเสีย สตางค์ค่าทําบัตรนะครับ แต่ต้องเสียสตางค์ค่าอุ้มเด็กขี่เกวียนบนถนนที่ยังไม่ปลอดฝุ์น ทั้งหมดเพื่อมาทําบัตรประจําตัวประชาชนนั้น ค่าใช้จ่ายแพงมาก ไม่ใช่ ๕๐๐ บาท ท่านประธานครับ ฉะนั้นถ้าต้นทุนในการทําบัตรไม่ถึง ๕๐๐ บาท ท่านลดราคาลงมา ได้ไหมครับในการทําบัตรครั้งที่ ๒ เมื่ออายุ ๑๑ ป้ต้องมีบัตรแล้วครับ นี่คือคําถามที่ผม ได้ถามเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นนะครับ ก็ขอท่านรัฐมนตรีได้ตอบข้อมูล ข้อเท็จจริงตรงนี้ด้วย
คําถามที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมถามว่าถ้าทําบัตรตั้งแต่เปึนเด็ก พอโตขึ้นมา คํานําหน้าเปลี่ยน เดิมนั้นทําบัตรเมื่ออายุ ๑๔ ป้ ๑ วันหรือ ๑๕ ป้ คํานําหน้ามันจะเปึน นางสาวหรือเปึนนาย แต่พอทําตั้งแต่ ๑ ป้คํานําหน้ามันจะเปึนเด็กหญิงหรือเด็กชาย พอทําตอนอายุ ๑๑ ป้ก็ยังเปึนเด็กหญิงหรือเด็กชายอยู่ครับ พออายุ ๑๕-๑๖ ป้พอไปยื่น เรื่องติดต่อราชการคํานําหน้ามันจะเปลี่ยนเปึนนางสาวหรือเปึนนาย ถามว่าข้าราชการ เขาจะไม่โต้แย้งหรือว่าคุณยังเปึนเด็กอยู่นะในบัตรประจําตัวประชาชนของคุณ ตัวนี้ ท่านรัฐมนตรีครับท่านออกระเบียบอันอื่นควบคู่ด้วยได้ไหม
ประการต่อมาครับ พูดกันมากว่าบัตรประจําตัวประชาชนใบเดียวใช้ได้ ทุกอย่างตรงนี้ผมเห็นด้วย ถ้าท่านจะได้วางระเบียบว่าต่อไปนี้ไม่ว่าประชาชนจะติดต่อ ราชการในประเด็นใดก็กรุณาอย่าถามเอาสํามะโนประชากรหรือสําเนาทะเบียนบ้านด้วย ได้ไหม เช่นพรรคภูมิใจไทยเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมเพื่อจะให้ประชาชน ได้ร่วมในการที่จะเสนอกฎหมาย เอาแต่สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนใบเดียวได้ไหม ไม่ต้องเอาสําเนาทะเบียนบ้านด้วย ถ้ามีตัวนี้ประชาชนร่วมลงชื่อเปึนล้านนะครับ สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ แต่พอมีสําเนาทะเบียนบ้านเข้ามาด้วยรู้สึกว่ามันเพิ่มค่าใช้จ่าย ถ่ายเอกสารอีกใบละ ๑ บาทนะครับ เห็นด้วยนะครับที่กระทรวงมหาดไทยท่านจะได้ออก ระเบียบว่าต่อไปนี้ใช้บัตรประจําตัวประชาชนแสดงตนแล้วไม่ต้องเอาสําเนาทะเบียนบ้าน มาประกอบในการติดต่อกับราชการ อันนี้ฝากไว้นะครับ ท่านประธานครับ เมื่อมาถึงตรงนี้ ก็อยากจะถามต่อไปว่าถ้าผมมีบัตรอื่น ๆ ใช้เปึนใบแทนบัตรประจําตัวประชาชนได้ไหม เพื่อแสดงตนว่าผมคือนายจุมพฏ บุญใหญ่ ไม่ใช่คนอื่น เช่น ผมมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ผมใช้ตัวนี้แสดงตนแทนบัตรประจําตัวประชาชนได้ไหมครับ หรือผมมีใบอนุญาตว่าความ ผมใช้ตัวนี้แทนบัตรประจําตัวประชาชนได้ไหมในการติดต่อราชการกับท่าน หรือผมมี บัตรประจําตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผมใช้ตัวนี้แทนได้ไหมครับ มิใช่แต่บอกว่า บัตรประจําตัวประชาชนแทนบัตรอื่นได้ ใช้บัตรอื่นแทนบัตรประจําตัวประชาชนได้หรือไม่ ในการแสดงตนท่านประธานครับ
ผมมีคําถามที่จะถามท่านรัฐมนตรีในหลักการข้อที่ ๓ นั่นก็คือข้อมูล ที่จะบรรจุไว้ในบัตรประจําตัวประชาชน ท่านจะบรรจุข้อมูลอะไรบ้างครับ เพราะท่านพูดไว้ ในตัวบทกฎหมายไม่ชัดนะครับ ข้อมูลในบัตรประจําตัวประชาชนผมมีอยู่ในตัวผมขณะนี้ จะมีชื่อ นามสกุล วัน เดือน ป้เกิด ศาสนา กลุ่มเลือด ที่อยู่แล้วก็บอกวันบัตรหมดอายุ พร้อมกับส่วนสูงและรูปร่างหน้าตาซึ่งปรากฏในรูปถ่าย ถามว่าถ้าเด็กอายุ ๑ ป้ ๒ ป้ ๓ ป้ ท่านจะถ่ายรูปอย่างไรครับ ในเมื่อรูปมันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตัวนี้จะทําอย่างไร ว่าบัตรนั้นจะแสดงว่าผู้ถือบัตรเปึนเจ้าของบัตรจริง ๆ เพราะว่ารูปร่างหน้าตาในช่วงอายุ ๑๕ ป้ลงมาเปลี่ยนแปลงไปได้มาก ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้อีกอย่างหนึ่ง ก็คือกฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่มีโทษทางอาญา ผมเห็นด้วยครับที่จะให้มีโทษทางอาญา ถ้ามีการแจ้งข้อมูลเท็จเพื่อให้ได้บัตรมาโดยที่ตัวเองไม่มีสิทธิที่จะได้บัตร ผมเห็นด้วย ที่จะให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐซึ่งร่วมมือในการออกบัตรให้กับผู้ที่ไม่มีสิทธิจะได้บัตร แต่ผม ไม่เห็นด้วยที่จะให้คนที่มิได้ไปทําบัตรตรงตามเวลาอาจจะด้วยเหตุลืมด้วยอะไรก็แล้วแต่ ผู้มีหน้าที่ไปยื่นคําขอมีบัตรแล้วไม่ได้ไปยื่นคําขอมีบัตรท่านต้องไปปรับเขาถึง ๕๐๐ บาท ผมไม่เห็นด้วยจริง ๆ ครับในข้อนี้ครับ ท่านประธานครับ เพราะจริง ๆ แล้วถ้าสมมุติว่า เขาลืมหรือด้วยเหตุอันใดก็ตาม ด้วยเหตุอุปสรรคซึ่งผมมองไปที่ประชาชนในชนบทนะครับ ไม่สามารถไปยื่นคําขอมีบัตรได้ภายในเวลาที่กําหนดนั้น บางครั้งถ้าเขาไปติดต่อราชการ เพื่อขอรับบริการที่สําคัญเช่นบริการทางสาธารณสุขนี่ก็หนักแล้วนะครับ เอาตรงนี้ มาตรานี้ไม่ให้มีโทษได้ไหมครับ ยกตรงนี้ออกเพราะว่าการไปขอมีบัตรในครั้งที่ ๒ บางที ยังหาสตางค์ไม่ได้ ๕๐๐ บาท ท่านรัฐมนตรีครับต้องดํานา ๓ วันนะครับ เพราะลูกอายุ ๑๑ ป้ ถ้าบ้านหลังนี้มีลูก ๕ คน ยิ่งถ้าเกิดลูกแฝดขึ้นมานี่ยุ่งนะครับ เพราะยังหาเงินค่าธรรมเนียม บัตรใหม่ ๕๐๐ บาทไปจ่ายให้ท่านไม่ได้จึงไม่ได้ไปทําบัตรตามข้อกําหนด อย่าไปปรับ เขาเลยครับ เอาตรงนี้ออกเถอะครับ เฉพาะมาตรานี้ที่ไม่ได้ไปขอมีบัตรภายในเวลา ที่กําหนด อย่าให้มีโทษทางอาญาในกรณีนี้
ท่านประธานครับ ตัวสุดท้ายตามเวลาที่เหลือผมมองเห็นว่าในมาตรา ๑๗ ท่านกําหนดโทษเมื่อเจ้าหน้าที่ขอดูบัตรแล้วไม่มีบัตรให้ดู โดยกําหนดเฉพาะคนที่อายุ ๑๕ ป้ขึ้นไป แต่ท่านไม่ได้กําหนดว่าแล้วเด็ก ๑-๑๔ ป้ ถ้าขอดูบัตรต้องขอดูจากใคร แน่นอนละครับเด็กไม่มีบัตรมันไม่ได้ถือหรอกครับเพราะถือไม่ได้อายุ ๑ ป้ ๒ ป้นี่นะครับ แต่ถ้าผู้ปกครองถ้าท่านไปตรวจดู สมมุติว่าอุ้มเด็กมาขอทาน ผมขออีกนิดนะครับท่านประธาน อุ้มเด็กมาขอทาน แล้วก็ถ้ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ไปดูกระบวนการค้าเด็กตรงนี้ ท่านขอดูบัตรของเด็กที่ผู้ใหญ่อุ้มมาขอทานนะครับ กฎหมายตรงนี้ไม่ได้เขียนไว้ในมาตรานี้ มาตรา ๑๗ ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ ท่านเอาโทษคือให้ปรับ ๒๐๐ บาท เฉพาะคนที่มีบัตร อายุเกิน ๑๕ ป้ขึ้นไปแล้วไม่สามารถแสดงบัตรได้ ท่านควรจะเอาโทษคนที่มีหน้าที่ไปยื่น คําขอบัตรแทนเด็กอายุต่ํากว่า ๑๕ ป้ เพราะเวลาไปไหนมาไหนต้องไปกับผู้ปกครองแล้ว ไม่สามารถแสดงบัตรได้ ตัวนี้จะเปึนการปัองกันการค้ามนุษย์ที่มีการลักเอาเด็กเอาไปทํา เปึนกระบวนการขอทานหรือกระบวนการค้ามนุษย์ที่ผมเชื่อว่ายังมียังอยู่ในเมืองไทยและ ในโลกนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ