ชลน่าน ศรีแก้ว แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน โดยมีหลักการ 7 ข้อ ที่จะแก้ไขกฎหมายเดิม เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้เทคโนโลยีใหม่ในการบริการประชาชน และเสนอแนะว่าควรใช้บัตรประจําตัวอเนกประสงค์ (สมาร์ทการ์ด) ที่มีความปลอดภัยสูง และไม่ควรให้บัตรเหลืองหรือแบบเก่าออกให้กับประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปราย แสดงความคิดเห็นต่อกรณีท่านประธานได้ให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ บัตรประจําตัวประชาชน (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... ที่ทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอหลักการเพื่อให้ สภาแห่งนี้ได้พิจารณาในวาระที่หนึ่งเพื่อจะรับหลักการหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนร่างพระราชบัญญัติที่สภาจะพิจารณาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายเดิมหรือพระราชบัญญัติเดิมตั้งแต่ป้ ๒๕๒๖ หลักการที่ท่านรัฐมนตรีได้เสนอ ต่อสภาโดยรวมทั้งหมด ๗ หลักการ กระผมเองต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะดูเน้นย้ํา ในประเด็นที่เปึนหลักการสําคัญที่จะนําสู่กระบวนการพิจารณาในวาระที่หนึ่ง เพื่อรับหลักการหรือไม่ ประเด็นใดที่จะต้องเห็นว่าการที่เราจะแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ดูตามเจตนารมณ์หลักการและเหตุผลแล้วประเด็นใดที่ควรจะต้องนําเสนอให้สภาแห่งนี้ ได้พิจารณาเพื่อประกอบในการที่จะบรรจุในวาระที่สองหรือวาระที่สามต่อไปครับ ท่านประธานที่เคารพครับหลักการที่สําคัญเรื่องแรกเปึนเรื่องการที่จะกําหนดให้คนไทย ทุกคนที่มีสัญชาติไทยได้มีบัตรประจําตัวหรือบัตรประชาชน เน้นนะครับทุกคน เพราะฉะนั้น หลักการแรกท่านก็บอกว่าผู้ที่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดหรือผู้ที่ได้สัญชาติไทยโดยการที่จะ เข้ามาเปึนสัญชาติไทยก็ต้องมีบัตรประจําตัวประชาชน ที่ไม่ได้เกิดในประเทศไทย แต่ว่าเข้ามาตามกระบวนการที่จะเปึนสัญชาติไทยก็ต้องมีบัตรประจําตัวประชาชน อันนั้นเปึนหลักการข้อที่ ๑ ประเด็นที่สําคัญในหลักการนี้คือการกําหนดให้เด็กทุกคน ตั้งแต่แรกเกิดถึง ๑ ป้ ต้องไปทําบัตรประจําตัวประชาชน ร่างกฎหมายเดิมในมาตรา ๕ เดิมกําหนดให้คนไทยตั้งแต่อายุ ๑๕ ป้ขึ้นไปเว้นแต่อายุ ๗๐ ป้ให้ไปทําบัตรประจําตัวประชาชน กฎหมายเดิมนั้นมีเรื่องของต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านด้วยถึงจะไปทําบัตรประจําตัวประชาชนได้ อันนี้เปึนประเด็นที่แก้ไขเข้ามาที่ผิดแผกแตกต่างจากกฎหมายเดิม อันนี้เรื่องหลักการข้อที่ ๑ ในหลักการข้อนี้ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมเองต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าผมสนับสนุน ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่เฉพาะหลักการแค่นี้นะครับ หลักการ ที่ท่านบอกว่าจะกําหนดตัวบุคคลที่มีหน้าที่ยื่นคําขอบัตร ขอมีบัตรใหม่หรือขอเปลี่ยน บัตรใหม่ให้แก่ผู้ที่มีอายุไม่ถึง ๑๕ ป้ ในหลักการข้อที่ ๒ แล้วก็กําหนดความรับผิดชอบ ของบุคคลที่ไม่ทําหน้าที่จนพ้นกําหนดระยะเวลาที่ยื่นคําขอ หมายความว่าต้องมีโทษนี่ ผมก็เห็นด้วยในหลักการข้อที่ ๒ ในหลักการข้อที่ ๓ กําหนดให้บัตรอาจมีหน่วยความจํา เพื่อบันทึกข้อมูลของผู้ถือบัตรและเงื่อนไขในการเป่ดเผยข้อมูล แน่นอนครับผมไม่ปฏิเสธเลย ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะการพัฒนาเรื่องบัตรประจําตัวประชาชนมาถึงขณะนี้ถึงยุคที่ ๔ ที่เราใช้คําว่ายุคไฮเทค (Hi-tech) ต้องขออนุญาตท่านประธานที่ใช้คําภาษาอังกฤษ เพราะภาษาไทยเขาก็เขียนอย่างนั้นจริง ๆ ครับ เขาเรียกยุคไฮเทค บัตรสมาร์ทการ์ด หลักการข้อที่ ๔ กําหนดเงื่อนไขการขอตรวจหลักฐานรายการหรือข้อมูลเกี่ยวกับบัตรของ ผู้มีส่วนได้เสียก็มีบทมาตรารองรับอยู่ หลักการข้อต่อไปกําหนดโทษสําหรับกรณี ที่มีการเป่ดเผยข้อมูลที่บันทึกในหน่วยความจํา โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลอันนี้ก็เห็นด้วยครับ เพราะถือว่าเปึนสิทธิตามรัฐธรรมนูญ และหลักการข้อที่ ๖ เปึนเรื่องการปรับปรุงโทษทั้งหมดครับ เห็นด้วย โทษค่อนข้างจะหนักสําหรับการที่จะมี การปรับปรุงใหม่ เช่น ๕ ป้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ป้ ๒๐๐,๐๐๐ บาทอะไรต่าง ๆ ซึ่งอยู่ใน รายละเอียดในรายมาตรา แล้วก็อันที่ ๗ ปรับปรุงค่าธรรมเนียม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอ่านหลักการและอ่านเหตุผลประกอบนะครับ ท่านรัฐมนตรีบอกว่าโดยเปึนการสมมุติ กําหนดให้ผู้มีสัญชาติไทยทุกคน เน้นนะครับสัญชาติไทย ต้องมีบัตรประจําตัวประชาชน ตั้งแต่เกิดไว้ใช้แสดงตนเพื่อประโยชน์ในการเข้ารับบริการสาธารณะของรัฐนี่คือเหตุผล ข้อแรกของท่านเลย เพื่อแสดงตนและใช้ประโยชน์ในการใช้บริการของรัฐ และปรับปรุง หลักเกณฑ์และวิธีการการออกบัตรประจําตัวประชาชนเพื่อให้สอดคล้องกับการที่รัฐจะนํา เทคโนโลยีมาใช้ในการบริการประชาชนในด้านต่าง ๆ โดยผ่านบัตรประจําตัวประชาชน นั่นหมายความว่ารัฐมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะให้บริการ แต่บัตรประจําตัวประชาชน ยังล้าสมัยอยู่ก็เข้ากันไม่ได้ ก็ต้องไปปรับปรุงกําหนดหลักเกณฑ์ใหม่อันนี้ก็เปึนเหตุผล ของท่าน ท่านประธานครับ นี่คือเหตุผลหลัก ๒ อย่างของท่านเองที่จําเปึนจะต้อง ตรากฎหมายฉบับนี้มาแก้ไขกฎหมายเดิม ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ดูจากหลักการ ๗ ข้อ โดยเฉพาะ ๖ ข้อหลักกับเหตุผลแล้ว ผมเองต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่ามีบางอย่างที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ อาจจะมีข้อจํากัดในการที่จะนําไปใช้ เพราะว่าการที่ พี่น้องประชาชนจะใช้บัตรประจําตัวประชาชนไปแสดงตนเพื่อใช้สิทธิในการไปรับบริการ ของรัฐ หลายเรื่องมีกฎหมายเฉพาะรองรับเขาอยู่ ถ้าเราไม่เขียนกฎหมายในเรื่องของการที่จะนําบัตรประจําตัวประชาชนมาใช้ไปเชื่อมโยง กับกฎหมายที่เขามีเฉพาะอยู่ ผมเกรงว่าอาจจะมีปัญหา ผมยกตัวอย่างครับ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อนสมาชิกอภิปรายเมื่อสักครู่ ประกาศว่าตั้งแต่ ๑ ตุลาคม บัตรประจําตัวประชาชนของผู้มีสิทธิในบัตรทองเดิมสามารถใช้บัตรประจําตัวประชาชนนี้ ไปแสดงตนได้เลย ผมเองก็นึกแปลกใจนะครับท่านประธาน ผมเองถึงแม้จะไม่มีสิทธิเรื่อง ของบัตรทอง แต่ว่าหลายคน ๔๗ ล้านคนมีครับ เขามีบัตรประจําตัวประชาชนอยู่ วันที่ ๑ ตุลาคม ไปแสดงปุ็บ นั่นแสดงว่าหน่วยรับบริการตรงนั้นเขามีฐานข้อมูลอยู่แล้ว เอาบัตรตรงนี้ไปให้เขาดูปุ็บ เขาอาจจะมีวิธีการอ่าน มีวิธีการตรวจสอบว่าคุณมีเลข ๑๓ หลัก ที่อยู่ในข่ายของผู้ได้รับบริการบัตรประกันสุขภาพ นั่นคือหน่วยงานเขามีเครื่องอ่าน มีเครื่องตรวจ มีเครื่องวัดอยู่ โดยที่ไม่จําเปึนต้องใส่ข้อมูลเข้าไปในบัตรประจําตัวประชาชน นี่คือที่เราเปึนอยู่ในปัจจุบัน แต่ผมเปึนห่วงนะครับว่ากรณีถ้าสมมุติว่ามันมีกฎหมาย เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งที่เปึนปัญหามาก แล้วถ้าเปึนไปได้ถ้าสามารถ นําเอาบัตรประจําตัวประชาชนไปใช้ ในเมื่อจะทําแล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุดคือการใช้ สูติบัตร ผมเน้นนะครับ สูติบัตรคือใบเกิดของประชาชนคนไทยที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ไปถึง๑๕ ป้ ที่ยังไม่ครบบริบูรณ์ ที่เขายังทําบัตรประจําตัวประชาชนไม่ได้ ไปแสดงตน เพื่อเข้ารับบริการจากรัฐ ยกตัวอย่างครับ จะไปขอรับสวัสดิการ ขอรับเข้าโรงเรียน หรืออะไรต่าง ๆ เขาต้องใช้สูติบัตรหรือใบทะเบียนบ้านแล้วแต่ แต่ประเภทหนึ่ง นี่เน้นนะครับทะเบียนไม่เอา ต้องเปึนสูติบัตรเท่านั้น แล้วก็เน้นบอกตัวจริงด้วย ตรงนี้ครับ มีความลําบากมาก สูติบัตรหายบ่อยครับ หายบ่อยมาก การจัดเก็บหรือการดูแล ของผู้ปกครอง ย้ายบ้าน ไฟไหม้ น้ําท่วมต่าง ๆ มีปัญหาทั้งหมด ถ้าจะอํานวยความสะดวก ในบัตรประจําตัวประชาชน ผมเคยถามเจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจงบอกว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่องสูติบัตรไหม เขาบอกมีครบหมด มีมากกว่าสูติบัตรอีก สามารถแสดงตนได้เลยใช้แทน สูติบัตรได้เลย แต่ผมถามว่าขณะนี้พอออกบัตรประจําตัวประชาชนให้กับเด็กอายุ ๑๐ ขวบ แล้วเขาจะไปทําวีซ่า (Visa) หรือทําพาสปอร์ต หนังสือเดินทางนี่นะครับ ขออนุญาต ท่านประธานที่ใช้ภาษาอังกฤษ เขาบอกว่าต้องเอาสูติบัตรตัวจริงมา บัตรประจําตัว ประชาชนยังใช้ไม่ได้ ตรงนี้คือข้อห่วงใยผม ถ้าจะมีวิธีการอย่างไรก็แล้วแต่ในเมื่อจะให้ ผู้ปกครองเขานะครับ คนที่อายุต่ํากว่า ๑๕ ป้ ต้องเอาผู้ปกครองไปหรือเจ้าตัวถ้าเขาไป ด้วยตัวเองได้เช่นเขาอายุ ๑๒ ป้ ๑๓ ป้ ไปแสดงตนขอมีบัตรประจําตัวประชาชนทําได้ใน เมื่อเขาจะไปแล้วอยากจะให้มันเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไปในเรื่องของวิธีการ กระบวนการ ในข้อห่วงใยของผมอันที่ ๑ นะครับ ให้มันเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ฐานข้อมูลที่จะใส่เข้าไปนั้น จะต้องสอดรับกับภาคบริการของรัฐที่ท่านมีอยู่ ไม่ใช่เอาไปแล้วบอกใช้ไม่ได้ จะทําอย่างไร ถ้าไม่มีกฎหมายเฉพาะ ก็ฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีหรือคณะกรรมาธิการ จะต้องดูแลว่าท่านจะมีโอกาสไปเพิ่มเติมในบทไหน อย่างไร เพราะผมดูแล้วหลักการนี้ เขียนค่อนข้างจะมีข้อจํากัด การเสนอกฎหมายที่เขียนหลักการอย่างนี้เปึนข้อจํากัดมาก ในชั้นการพิจารณา ข้อดีคือทํามากกว่านี้ไม่ได้ ข้อเสียคือถ้ามีอะไรเห็นควรจะปรับเปลี่ยน ก็ทําไม่ได้อีก บอกว่าเกินหลักการ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมเปึนห่วงในเรื่องของ กฎหมายฉบับนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานแต่แรกครับ ผมเห็นด้วยครับกับหลักการ นั่นคือยอมรับหลักการแน่นอน ผมเปึนห่วงเรื่องบทมาตราที่เขียนรองรับไว้ว่าจะมี การบันทึกข้อมูลหรือแถบบันทึกข้อมูลในมาตรา ๗ ด้วยก็ได้ สิ่งที่เปึนประโยคตรงนี้ หมายความว่าคนที่จะไปทําบัตรประจําตัวประชาชนมีสิทธิที่จะเลือกว่าจะบันทึกอะไร ไม่บันทึกอะไร ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ มาตรา ๖ แก้ไขมาตรา ๗/๑ มาตรา ๖ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แก้ไขมาตรา ๗/๑ บัตรนอกจากจะมีรายการที่กําหนดไว้ ในมาตรา ๗ คือกฎหมายเดิม มาตรา ๗ กําหนดไว้แล้วต้องมีอะไรบ้างอยู่ในบัตร จะมีหน่วยความจําเพื่อบันทึกข้อมูลอื่นของผู้ถือบัตรด้วยก็ได้ ประโยคนี้สําคัญครับ ถึงจะเขียนสั้น ๆ จะมีด้วยก็ได้ ไม่มีก็ได้ ประเด็นที่ผมตั้งข้อสังเกต ๑. ใครจะกําหนดว่าควรมีหรือไม่มี ถ้าให้ประชาชนเลือกเองเขา ก็บอกผมไม่อยากมี เอาเท่าที่กําหนดในมาตรา ๗ นี่ก็รบกวนสิทธิเสรีภาพของพวกเขา มากพอแล้ว
ประเด็นที่ ๑ ใครเปึนผู้กําหนดว่าควรมีอะไรไม่ควรมี และควรมีหรือไม่ควรมีนี้ ผู้กําหนดนั้นจะไปล่วงเกินสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนหรือไม่ ถึงแม้ท่านจะมีบทมาตรา รองรับว่าการใส่ข้อมูลไปแล้วในการเป่ดเผยโดยไม่ได้รับความยินยอมจะมีโทษ อันนั้นประการที่ ๑ นะครับ อยากจะให้ชัดเจนในประเด็นนี้
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของการเอื้ออํานวยของการทําบัตร เห็นด้วยว่า ตามกฎหมายการทําบัตรครั้งแรกไม่เสียเงินแน่นอน ที่ไหนก็ไม่เสียหรอกครับ ยกเว้น คุณทําหาย ทําบัตรใหม่ ขอมีบัตรใหม่ แต่ประเด็นหนึ่งกฎหมายกําหนดอายุให้เขามีอายุ ๑๐ ป้ บัตรหนึ่ง ๑๐ ป้ ตั้งแต่นับวันเกิดของตัวเองไปก็บวกไปอีก ๑๐ ป้ เมื่อหมด ๑๐ ป้ แล้วก็ต้องไปทําใหม่ เข้าข่ายจะต้องเสียค่าธรรมเนียมทําใหม่ ๕๐๐ บาท ถ้าไม่ไปแจ้ง ในเวลากําหนดก็มีโทษอีก มีโทษตามกฎหมายบัญญัติในที่เราร่างแก้นะครับ ในหลักการ ข้อที่ ๖ นั้นล่ะครับ มีโทษอีก ซึ่งตรงนี้ถ้าสมมุติว่ามันเปึนสิ่งที่รัฐบังคับให้พี่น้องประชาชน ต้องทํา ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีครับ ในคณะกรรมาธิการอาจจะ ช่วยดูสักนิดหนึ่งว่าเปึนไปได้ไหมนี่คือบริการจากรัฐ รัฐต้องเอื้อ รัฐต้องสนับสนุน แล้วผมก็ เชื่อว่าการทําบัตรใหม่ครั้งหนึ่งใช้เงินก็คงไม่มากมายนัก เพราะไม่น่าหมดอายุพร้อมกัน ถ้าหมดพร้อมกันนี่ใช้เงินมาก ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ เหตุผลที่ผมสนับสนุน ผมไปดูเรื่องของ ประโยชน์ที่รัฐพึงจะได้จากการมีบัตรประจําตัวประชาชน ในส่วนตัวคือผู้ถือบัตร ได้ประโยชน์แน่นอนว่าคุณได้ใช้สิทธิไปแสดงตนเพื่อไปรับบริการจากรัฐ อันนั้นข้อที่ ๑ อันที่ ๒ เปึนการแสดงสถานะตัวบุคคลหรือพิสูจน์ทราบบุคคลเปึนเอกสารทางกฎหมาย พิสูจน์ทราบบุคคลว่าฉันเปึนใคร แต่ประโยชน์ที่รัฐจะได้จากการที่รัฐใช้บัตรประจําตัวประชาชน เปึนเครื่องมือไปติดตัวประชาชนไว้มีประโยชน์หลายด้านมาก ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ผมก็สนับสนุน ผมไม่ได้คัดค้านรัฐ เพราะการที่รัฐจะทําให้เปึนประโยชน์ กับการปกครอง การรักษาความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศนี่จําเปึน เขาต้องบอก ให้ได้ว่านี่เปึนประชาชนคนไทยหรือไม่ ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ นี่รัฐได้ประโยชน์ครับ รัฐได้ประโยชน์อย่างยิ่ง รัฐต้องการประโยชน์เพื่อให้เปึนหลักฐานทางกฎหมายในการที่จะ พิสูจน์ตรวจสอบบุคคลว่าเปึนใคร มีประวัติส่วนตัวอย่างไร นี่รัฐใช้อํานาจกฎหมายเข้าไป ตรวจสอบบุคคลโดยถูกต้องตามกฎหมายผมก็ไม่ว่านี่เปึนประโยชน์ของรัฐก็สนับสนุน สิ่งที่เปึนประโยชน์กับรัฐอีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ คือเพื่อรวบรวมและนําข้อมูลของ ประชาชนมาใช้ในการวางแผนปัองกันและพัฒนาประเทศ เหตุผลเหล่านี้ไม่ได้เขียนไว้ใน เหตุผลของร่างที่เสนอหรอกครับ ผมก็พยายามไปค้นคว้ามา ในร่างกฎหมายเดิมเขาเคย เขียนไว้นะครับ และที่สําคัญอีกอย่างหนึ่งครับ เพื่อคุ้มครองรักษาสิทธิของพี่น้องประชาชน รวมทั้งอํานวยความสะดวกในการใช้สิทธิของพี่น้องประชาชน อันนี้ก็เปึนประโยชน์โดยตรง ทั้งภาครัฐแล้วก็ตัวประชาชนเอง ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเปึนห่วงในเรื่องที่จะนํากฎหมาย ฉบับนี้มาใช้ แน่นอนครับทั้งรัฐทั้งประชาชนได้ประโยชน์ แต่สิ่งที่ผมเปึนห่วงก็คือว่าการที่จะ นําภาระงบประมาณของประเทศมาจัดทําบัตรประจําตัวประชาชนทําไมผมเปึนห่วงเรื่องนี้ ถ้ากระบวนการมันไหลลื่นไปตามปกติผมไม่ห่วง เพราะว่ามันทยอยที่จะใช้งบประมาณ ไปแต่ละป้ ๆ แต่ละวันแต่ละเดือนไป แต่ว่าในครั้งนี้น่าจะมีความลําบากในเรื่องภาระ งบประมาณของประเทศ ทําไมผมว่าเปึนความลําบากครับประการที่ ๑ บัตรสมาร์ทการ์ด หรือบัตรประจําตัวอเนกประสงค์ที่เราเรียกว่าบัตรสมาร์ทการ์ดหรือบัตรประจําตัว อเนกประสงค์ ซึ่งเปึนบัตรประจําตัวประชาชนเขาเรียกเปึนรุ่นที่ ๔ รุ่นแรก รุ่น ๒ นี่เปึน บัตรแบบโบราณ ต้องขออนุญาตใช้คําพูดว่าแบบดั้งเดิม คือใช้วิธีการออกบัตรแบบดั้งเดิม ที่เรามีกฎหมายรองรับอยู่ พอรุ่นที่ ๓ นําคอมพิวเตอร์มาใช้ครับในการที่จะออกบัตรนํามาเมื่อป้ ๒๕๒๙ ท่านประธานครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๙ เราเคยเอานําคอมพิวเตอร์มาใช้ในการออกบัตร แล้วพัฒนามาเปึนรุ่นไฮเทคหรือรุ่นสมาร์ทการ์ด เมื่อป้ ๒๕๓๙ ฉลองครองราชย์ พระองค์ท่านครบรอบ ๕๐ ป้เปึนการเทิดพระเกียรติ แล้วก็เริ่มดําเนินการเช่น จังหวัดปทุมธานีเริ่มทํา แล้วก็เริ่มทํามาเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่เกิดปัญหาก็คือว่าสมาร์ทการ์ด แทนที่จะเปึนความภาคภูมิใจของพี่น้องประชาชนคนไทยเหมือนที่ท่านประธานพูดในสภา บัตรท่านประธานก็ปลอมเปึนบัตรปลอม เปึนบัตรที่ทางกฤษฎีกาตีความว่าไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรมตามกฎกระทรวง เพราะไปมีการเปลี่ยนแถบ เปลี่ยนสี เปลี่ยนสัญลักษณ์ ต่าง ๆ ซึ่งเปึนความหวังดีของผู้รักษาการคือท่านอธิบดีกรมการปกครองที่ปัองกันไม่ให้มี การปลอมแปลงโดยเข้าใจว่าน่าจะกระทําได้ แต่กฤษฎีกาตีความว่าทําไม่ได้ มันก็เลย มีปัญหาว่าบัตรเกือบ ๓๐ ล้านใบที่ทํารุ่นที่ ๑ รุ่นที่ ๒ หรือรุ่นที่ ๓ ที่จะทําออกมาถูกระงับ แล้วทําไม่ได้เลย จําเปึนต้องมีบัตรเหลืองหรือแบบ บ.ป.๒ อยู่เหมือนนะครับขณะนี้ เพราะว่าสมาร์ท การ์ดหรือบัตรคอมพิวเตอร์ต้องการที่จะเอาเครื่องมือตรงนี้มาทดแทน การออกใบเหลืองให้กับพี่น้องประชาชน เพราะการออกใบเหลืองมีปัญหามาก ท่านประธานครับ แต่เผอิญว่าพอกฤษฎีกาตีความปุ็บขณะนี้ทุกคนมีใบเหลืองหมด แล้วโทษการใช้ใบเหลืองผิดก็เราเขียนไว้ตรงนี้ท่านไปดูนะครับ หนักนะครับ ๕ ป้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท โทษที่กําหนดไว้ในร่างกฎหมายใหม่ ถ้าใช้ผิดประเภท ใช้ไม่ถูกประเภท ต่าง ๆ ใช้เกินกําหนด ใช้เกินเวลา และที่สําคัญใบเหลืองมันตรวจสอบค่อนข้างยาก เรามีปัญหาตลอดในเรื่องการเลือกตั้ง ใบเหลืองเวียนเทียนครับ เขาเรียกใบเหลือง เวียนเทียนแสดงตัวบุคคลได้หลากหลายมากในการที่จะใช้สิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง มีปัญหาตลอด เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จะเปึนภาระงบประมาณที่ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าอย่างน้อยท่านต้องปรับใหม่ที่จะออกใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือจัดทํา บัตรประจําตัวประชาชนด้วยคอมพิวเตอร์ซึ่งมีปัญหาอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย อยู่เหมือนกัน ๓,๔๐๐ ล้านบาท ผมไม่อยากจะไปเท้าความ ต้นทุน ท่านประธานครับ ตัวเลขปัจจุบันผมประมาณการไม่ได้แต่เอาแน่ ๆ เมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้ว ๒๗.๘๓ บาท ขณะนี้ ถ้าเพิ่มเรื่องของเงินเฟัอ เรื่องของค่าเงินที่มันอ่อนค่าลงไปจาก ๑๐ ป้ที่แล้วก็น่าจะไม่เกิน ๓๕ บาทโดยประมาณ ท่านประธานครับ ท่านเอา ๓๕ คูณบัตรใหม่ที่จะต้องทํานะครับ แล้วก็บัตรเก่าที่คงค้างอยู่ที่ต้องปรับรื้อทั้งหมดคาดการณ์ว่าใช้เงินเดิมประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทที่จะทําใหม่ตรงนั้นที่อันเก่าที่มีปัญหา แต่คนใหม่ที่เข้าสู่อันใหม่ เด็กแรกเกิดถึง ๑๕ ป้โดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ ๑๐ ถึงร้อยละ๑๕ ของประชากรของ ประเทศไทยเราซึ่งมี ๖๗ ล้านคน ก็คํานวณออกมาว่าเปึนเม็ดเงินเท่าไรไม่น้อย ท่านประธานครับในเรื่องนี้ และที่สําคัญเม็ดเงินมาก ๆ อย่างนี้สิ่งที่มีความคลางใจ เพราะว่าทําไมต้องเร่งรัด จริงอยู่ครับการตรากฎหมายใช้เวลาอย่างน้อยเปึนป้ครับ ที่จะออกมา รัฐบาลชุดนี้อาจจะไม่อยู่ถึง ๑ ป้ก็เปึนไปได้หรืออาจจะอยู่ครบ ๑ ป้ก็เปึนไปได้ ผมไม่ได้ว่ารัฐบาลนะครับ รัฐบาลไหนเข้ามาสิ่งที่ต้องกราบเรียนฝากท่านประธานไป ก็คือว่าจะต้องเข้ามาบริหารโครงการนี้ด้วยความสุจริต เพราะมันมีเม็ดเงินเข้าไปสู่ กระบวนการการจัดซื้อจัดจ้างในการทําบัตรประจําตัวประชาชนเยอะมากแล้วค่อนข้าง ง่ายครับ ค่อนข้างง่ายในการที่จะแสวงหาผลประโยชน์ เพราะมันตรงไปตรงมาเลย ไม่ซับซ้อน ใครให้มากก็เอาบริษัทนี้ ใครให้น้อยก็ถูกตัดทิ้งไปไม่ต้องมองหน้ากันอะไร ทํานองนั้นนะครับ ซึ่งมันเปึนอยู่ในปัจจุบันที่เรามีความกริ่งเกรงกันค่อนข้างมาก ท่านประธานครับ นั่นคือห่วงใยในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่ผมฝากท่านประธานไปยัง ท่านกรรมาธิการถ้าจะมีการพิจารณาว่าเราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะทําให้กฎหมายฉบับนี้ เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ผมเองกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ยินดีให้การสนับสนุนฉบับนี้ ไม่ได้หมายความว่าเปึนเพราะท่านประธานบอกว่าเสนอ ตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครเมื่อป้ ๒๕๑๑ เดือนกรกฎาคม วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ส่งสภา ๓ ป้ครับถูกดองอยู่ในสภา ก็ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่อุตส่าห์หยิบขึ้นมา หยิบขึ้นมาแล้วก็พยายามเร่งเข้าสู่วาระด่วนให้พิจารณาให้ได้ ที่สนับสนุนไม่ได้หมายความว่ามติคณะรัฐมนตรีออกวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๖ สมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณให้มีบัตรประจําตัวประชาชนทุกกลุ่มอายุที่มีสัญชาติไทย ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นครับ แต่ว่ามันจําเปึนครับว่าคนไทยเรามีศักดิ์มีศรีมีสิทธิ เท่าเทียมกันควรจะได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันแม้กระทั่งการแสดงตนของตัวเองว่า เปึนคนไทย ยินดีสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้และฝากข้อสังเกตที่เปึนประเด็น กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ