สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓

กรณี จาติกวณิช พูดถึงปัญหาความยากจนและหนี้สินภาคครัวเรือน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหานี้ด้วยการยกระดับแก้ปัญหาความยากจนและลดค่าครองชีพให้กับประชาชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขหนี้เก่าและแนะนำการเปิดตัวบัตรลดหนี้เพื่อให้ประชาชนที่มีหนี้สามารถเข้าถึงเงินได้ และยังหารือเรื่องหนี้นอกระบบของประชาชน โดยชี้แจงว่าโครงการดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 90,000 ชีวิตที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านอรรถพร พลบุตร และเพื่อนสมาชิกครับ ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ได้ให้ความสนใจ ในการติดตามความพยายามของรัฐบาล ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในการที่จะต่อสู้กับความยากจนของพี่น้องประชาชนและโดยเฉพาะในการต่อสู้กับปัญหา เรื้อรังคาราคาซังมานมนาน ก็คือเรื่องปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน โดยเฉพาะหนี้สินที่เปึน การกู้ยืมนอกระบบ ผมขออนุญาตเท้าความสั้น ๆ ว่าความตั้งใจของรัฐบาลหลังจากที่ได้ ใช้เวลาร่วมเกือบ ๆ ๒ ป้ที่ผ่านมาในการที่จะต่อสู้กับวิกฤติต่าง ๆ ของประเทศ โดยเฉพาะ วิกฤติทางด้านเศรษฐกิจที่รุมเร้าเศรษฐกิจของเราเหตุเกิดเนื่องจากปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจ ของประเทศคู่ค้าของเราทั่วโลก ตามที่ท่านสมาชิกได้กรุณานําเรียนเมื่อสักครู่ ทางรัฐบาล ก็สามารถที่จะแก้ประเด็นปัญหาเศรษฐกิจระดับมหภาค กล่าวคือกับสภาวะเศรษฐกิจ ที่ทําให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศที่ติดลบอยู่สูงถึงประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ กลับฟุ๋นขึ้นมามีอัตราการขยายตัวในเชิงบวก ล่าสุดครึ่งป้แรกก็มีอัตราการขยายตัว ของเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศสูงถึง ๑๐.๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตามที่ท่านได้กรุณาเรียน เมื่อสักครู่ก็เปึนการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีลําดับต้น ๆ สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งก็นับว่า เปึนภูมิภาคที่มีการฟุ๋นตัวที่รวดเร็วที่สุดในโลกอยู่แล้ว คราวนี้ตามที่ท่านได้นําเรียน เช่นเดียวกัน ท่านได้กล่าวถูกต้องว่าสําหรับพี่น้องประชาชนที่ยากไร้จํานวนหลายแสน นับหลายล้านคนไม่สามารถที่จะได้รับประโยชน์จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจระดับมหภาค ตามที่รัฐบาลและผมมั่นใจ พวกเราในสภาทุก ๆ คนต้องการที่จะเห็นตราบใดที่พี่น้องประชาชน ยังขาดโอกาส โดยเฉพาะโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินที่เปึนธรรม โอกาสที่พี่น้องประชาชน กลุ่มนี้จะได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจที่มีอัตราการขยายตัวก็คงเปึนไปได้ยาก ดังนั้นท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จึงได้มีคําบัญชาว่าก่อนอื่นเลยเราจะต้องหันมา ให้ความสําคัญกับการยกระดับแก้ปัญหาความยากจนของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเปึน การแก้ไขปัญหาทางด้านของรายได้ของพี่น้องประชาชนด้วยโครงการต่าง ๆ ที่สําคัญที่สุด ก็น่าจะเปึนโครงการการประกันรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรรวมไปถึงมาตรการต่าง ๆ ในการลดค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ซึ่งก็เปึนเรื่องที่เราต้องต่อสู้ต่อเนื่อง เราได้ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนระดับพื้นฐาน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการส่ง ลูกหลานเข้าโรงเรียน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการใช้ไฟฟัา หรือการสัญจรไปมาด้วยโครงการ การลดค่าครองชีพ ๕ โครงการของทางรัฐบาล แต่ประเด็นปัญหาเรื่องของการเข้าถึง แหล่งเงินที่เปึนธรรม ต้องได้รับการเยียวยาและแก้ไขโดยด่วน เนื่องจากพี่น้องประชาชน กลุ่มนี้ขาดโอกาสที่จะกู้ยืมในเงื่อนไขเดียวกันกับประชาชนที่มีหลักประกัน ประชาชน ที่มีรายได้สม่ําเสมอ ก็จึงมีความจําเปึนต้องกู้ยืมจากเจ้าหนี้ที่เรารู้จักกันโดยทั่วไปว่า เปึนเจ้าหนี้นอกระบบ เงื่อนไขการกู้ยืม ก็ต้องขออนุญาตเรียนตามตรงว่าเปึนเงื่อนไข ที่สร้างความยากลําบากให้กับพี่น้องประชาชนไม่สามารถที่จะมีเงินเหลือในการจัดออม เพื่อสร้างอนาคตให้กับตัวเองในวัยชราได้ เงื่อนไขการกู้ยืมมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก พูดตามตรงเลยก็คือถ้าพี่น้องประชาชนมีความจําเปึนต้องกู้ยืมนอกระบบ ไม่สามารถ ที่จะทํามาค้าขายและมีเงินเหลืออยู่ในกระเปิาได้ ไม่สามารถที่จะทําการค้าขายและมีสตางค์ เหลือเพียงพอต่อการดูแลครอบครัวของตนเองได้ อัตราดอกเบี้ยที่เปึนภาระนั้นในบางกรณี สูงถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน ซึ่งถ้าทํามาหากินโดยสุจริตผมรับประกันครับ ไม่มีทาง ถ้ามีภาระต้องชําระดอกเบี้ยสูงไม่ต้องถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ต่อเดือนหรอกครับ เพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน หรือ ๕ เปอร์เซ็นต์ต่อเดือนก็ถือว่าเปึนเรื่องที่ยากลําบากแล้ว ดังนั้นท่านนายกรัฐมนตรีก็จึงมีคําบัญชาให้กับกระทรวงการคลังร่วมมือกับหน่วยงานและ กระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการที่จะหาแนววิธีแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องนี้ ทางกระทรวงการคลังก็ต้องการที่จะหาแนววิธีในการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบที่เปึนแนวทาง ที่มีความยั่งยืน ไม่ใช่เปึนเพียงแค่การยกหนี้โดยอาศัยเงินภาษีของพี่น้องประชาชน อีกส่วนหนึ่ง แต่เปึนการเปลี่ยนวัฒนธรรมการใช้เงินเปึนการสร้างวัฒนธรรมใหม่ ในการเข้าใจถึงเรื่องของหลักวินัยในการใช้เงิน แต่ที่สําคัญที่สุดก็คือการแก้ไขปัญหา เฉพาะหน้าให้กับพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ด้วยเพื่อลดภาระลง กระทรวงการคลังมีธนาคาร ในสังกัดของกระทรวงการคลังอยู่หลายธนาคาร ทางกระทรวงการคลังจึงได้กําหนด นโยบายโดยอาศัยกําลังความสามารถของธนาคารที่ถือว่าเปึนรัฐวิสาหกิจ เปึนธนาคาร ของพี่น้องประชาชนเพื่อให้มาช่วยเหลือลดระดับความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน โดยตรง เพราะฉะนั้นโครงการของทางกระทรวงการคลังที่ได้นําเสนอตั้งแต่ปลายป้ที่แล้ว เปึนโครงการการโอนหนี้ที่อยู่นอกระบบเข้าสู่ระบบของธนาคารของรัฐ โดยเงื่อนไข การชําระเงินกู้เปึนเงื่อนไขที่มีความเปึนธรรม แล้วก็สร้างโอกาสให้กับชีวิตของพี่น้องประชาชน กลุ่มนี้เปึนครั้งแรกในชีวิตของเขา เงื่อนไขพื้นฐานก็คือจากที่เคยมีความจําเปึนต้องชําระ ดอกเบี้ยสูง ๑๐ ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ต่อเดือนปรับลดลงมาเปึนอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เกินเดือนละ ๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหมายถึงการประหยัดเม็ดเงินดอกเบี้ยป้ละนับหลายพันล้านบาทให้กับ พี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ เราได้เป่ดโครงการเมื่อปลายป้ที่แล้ว แล้วก็ตอบคําถามที่ ๑ ของท่านอรรถพรมีประชาชนมาขึ้นทะเบียน ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลผ่านโครงการนี้ จํานวนกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ชีวิต รัฐบาลก็ได้กลั่นกรองผ่านขั้นตอนของทางกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ความร่วมมือกับกระทรวงการคลังเปึนอย่างดี รวมไปถึงขั้นตอนการเจรจากับธนาคาร ในสังกัดโดยเฉพาะ ๒ ธนาคารหลักที่รับภาระก็คือธนาคารออมสินและธนาคาร ธ.ก.ส. ธนาคารออมสินเปึนธนาคารที่มีภาระหน้าที่โดยตรงในการช่วยเหลือคนจนในเมือง ส่วน ธ.ก.ส. เปึนธนาคารที่เปึนที่พึ่งให้กับพี่น้องประชาชนที่เปึนเกษตรกรทั่วประเทศอยู่แล้ว จึงรับภาระหน้าที่ในการที่จะดูแลหนี้สินของพี่น้องที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ชนบท ปรากฏว่า เวลาผ่านไปประมาณ ๗ เดือนนะครับ ทางกระทรวงการคลังโดยธนาคารออมสินกับ ธ.ก.ส. สามารถที่จะโอนหนี้ของพี่น้องประชาชนเข้ามาสู่ระบบของธนาคารได้เปึนจํานวนมากที่สุด เปึนประวัติศาสตร์ กล่าวคือ ณ วันนี้มีพี่น้องประชาชนที่ได้รับการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้ นอกระบบไปแล้วประมาณ ๕๔๐,๐๐๐ ชีวิต ซึ่ง ๕๔๐,๐๐๐ ชีวิตนี้ตามที่ผมได้นําเรียน คํานวณอัตราดอกเบี้ยที่ประหยัดไปได้จากเดิมที่ต้องชําระให้กับเจ้าหนี้นอกระบบ คํานวณดู ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเม็ดเงินนี้ก็ต้องถือว่าเปึนเม็ดเงินที่โอนจาก การเปึนเม็ดเงินในกระเปิาของเจ้าหนี้กลับเข้ามาสู่กระเปิาของพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ ซึ่งเปึนกลุ่มที่ยากไร้และยากลําบากมากที่สุดในสังคมของเรา แค่นั้นไม่พอนะครับ ผมขออนุญาตเรียนด้วยว่าทางกระทรวงการคลังก็ได้เจรจากับทางสมาคมประกันภัย เพื่อให้ทางสมาคมประกันภัยได้จัดการประกันชีวิตให้กับพี่น้องประชาชนทุก ๆ คนที่เข้ามา อยู่ในระบบการกู้ยืมของธนาคารของรัฐด้วย ตรงนี้ก็เปึนเงื่อนไขพิเศษที่ทางธนาคาร ได้จัดให้กับพี่น้องประชาชนโดยไม่คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ซึ่งตรงนี้ก็เปึนปัจจัยคุ้มครอง เพิ่มเติมในกรณีที่อาจจะพบอุบัติเหตุหรืออาจจะมีเหตุการณ์อื่น ๆ ทําให้ลูกหนี้มีอันเปึนไป ต้องเสียชีวิต หนี้ที่ตนมีกับธนาคารจึงจะไม่เปึนภาระกับครอบครัวของลูกหนี้ต่อไปนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็ได้ดําเนินการไปแล้ว แล้วก็ได้รับความร่วมมือเปึนอย่างดีจากทางสมาคมประกันภัย โดยการจัดการคุ้มครองให้ค่าธรรมเนียมที่ต่ํามากซึ่งก็เปึนค่าธรรมเนียมที่ธนาคารของรัฐ รับไปนะครับ

นอกจากนั้นทางกระทรวงการคลังก็ได้ตระหนักว่าการแก้ไขปัญหาด้วย การโอนหนี้เก่าเข้ามาสู่ในระบบเปึนเพียงแค่การแก้ไขปัญหาระดับปลายเหตุ เราต้องยอมรับ ความเปึนจริงว่าพี่น้องประชาชนในอนาคตถึงแม้ได้รับการโอนหนี้ในชั้นแรกแล้วก็ยังจะต้อง มีความจําเปึนในอนาคตที่จะต้องเข้าถึงแหล่งเงิน ซึ่งถ้าเราไม่จัดเตรียมแหล่งเงินในระบบ เพื่อรองรับความต้องการในอนาคตของพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ พี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ ก็อาจจะมีความจําเปึนต้องหันไปพึ่งพาการกู้ยืมนอกระบบอีกรอบหนึ่งซึ่งก็จะทําให้ พี่น้องประชาชนกลุ่มนี้กลับเข้าสู่วัฏจักรเดิม ๆ ดังนั้นทางธนาคารออมสิน ธนาคาร ธ.ก.ส. และธนาคารอื่น ๆ ของกระทรวงการคลังจึงได้คิดแนวทางในการที่จะจัดวงเงินเพื่อรองรับ ความต้องการของพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ด้วย เราจึงได้ออกบัตรที่เราเรียกว่าบัตรลดหนี้ บัตรลดหนี้นี้ก็เปึนบัตรที่พี่น้องประชาชนที่ ณ ปัจจุบัน ๕๐๐,๐๐๐ กว่าชีวิตเข้ามาเปึน ลูกค้าในระบบของธนาคารสามารถที่จะเบิกเงินได้ในอนาคตเพื่อรองรับความต้องการ การเข้าถึงเงินสด แต่เราก็มีเจตนาต้องการที่จะฝ๊กฝนให้กับพี่น้องประชาชนเริ่มคิด ในเรื่องของวินัยการบริหารทางการเงินของตนด้วย ดังนั้นบัตรลดหนี้นี้จะเปึนวงเงิน ที่พี่น้องสามารถเข้าถึงได้ตราบใดที่พี่น้องประชาชนกลุ่มนี้มีการชําระหนี้ชําระดอกตาม เงื่อนไขที่ได้มีข้อตกลงไว้กับทางธนาคาร กล่าวคือในช่วงระยะเวลา ๑ ป้ถ้ามีการชําระหนี้ไป ๑๐,๐๐๐ บาท ก็จะสามารถที่จะกู้ยืมกลับมาได้ในอนาคตในวงเงินครึ่งหนึ่งของเม็ดเงิน ที่ได้ชําระไปก็คือ ๕,๐๐๐ บาท ตรงนี้ก็จะเปึนวงเงินที่ทบไปเรื่อย ๆ นะครับ ถ้าป้นี้ไม่ใช้ ก็เก็บไปใช้ป้หน้าได้ ป้หน้าก็จะมีอีก ๕,๐๐๐ บาทที่สามารถเปึนแหล่งเงินที่ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ได้นะครับ

นอกจากนั้น ณ ปัจจุบันก็อยากจะขออนุญาตเรียนท่านสมาชิกว่ายังมี พี่น้องประชาชนอยู่อีกจํานวนหนึ่งประมาณ ๙๐,๐๐๐ ชีวิต ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนของ การดําเนินการซึ่งได้มีข้อตกลงกับทางธนาคารไว้นะครับ ความจริงภายในวันนี้ครับ ภายในวันที่ ๓๐ กันยายน จะต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จ ได้รับรายงานล่าสุดว่ายังไม่เสร็จนะครับ แต่ว่าทางธนาคารได้ขออนุญาตต่อเวลาไปอีก ประมาณ ๒ อาทิตย์เพื่อที่จะดูแลลูกค้า ส่วนที่ยังเหลืออยู่ในชั้นของการเจรจากับธนาคาร เพื่อให้มีการโอนเข้ามาสู่ระบบของธนาคารโดยเร็ว เพราะฉะนั้นคาดว่าจากรอบแรก ที่ทางรัฐบาลได้เป่ดโครงการนี้ให้กับพี่น้องประชาชน ทางกระทรวงการคลังน่าจะสามารถ ที่จะดูแล โอนหนี้ของพี่น้องประชาชนกลับเข้ามาสู่ในระบบได้เปึนจํานวนสูงถึงเกือบ ๆ ๖๐๐,๐๐๐ ชีวิตนะครับ ซึ่งในอนาคตต่อไปบทเรียนที่เราได้รับจากอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ ในโครงการในรอบที่ ๑ ก็จะนํามาปรับปรุงพัฒนาเพื่อใช้ในโครงการรอบที่ ๒ ที่จะต้องมี อย่างแน่นอน เพราะตามที่ท่านสมาชิกได้นําเรียนนะครับ เรื่องนี้เราก็มีโอกาสได้พูดคุยกัน ในสภาแห่งนี้กันหลายหน แต่ประเด็นปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบของพี่น้องประชาชน ก็ยังเปึนปัญหาอยู่ ซึ่งรัฐบาลก็จะต้องหาแนวทางในการที่จะแก้ไขในอนาคตต่อไป ขอบคุณครับ