บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เสนอแนะว่าการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดตามระเบียบและกฎหมายที่ชัดเจน และควรพิจารณาความสามารถของผู้ว่าราชการจังหวัดในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่
ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบกระทู้ถามเกี่ยวกับ กรณีการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ผมต้องเรียนท่านประธานว่าการโยกย้าย ผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งนี้ก็เปึนการโยกย้าย แต่งตั้งตามฤดูกาลปกติ ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ก็จะมีการแต่งตั้งข้าราชการป้หนึ่งจะมีอยู่ ๒ ครั้ง ช่วงของกลางป้งบประมาณกับช่วง ของปลายป้งบประมาณ การแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งนี้ก็เปึนช่วงของปลายป้ งบประมาณที่จะมีผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัดที่เกษียณอายุราชการคือวันที่ ๓๐ กันยายน ฉะนั้นการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดก็ต้องมีความจําเปึนในการที่ผู้บังคับบัญชา จะต้องพิจารณาใช้ดุลยพินิจเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถไปทําหน้าที่เปึน ผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านประธานครับ ตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดถือว่าตําแหน่งสูงสุด ระดับจังหวัด แต่ละจังหวัด แต่ละอําเภอ ก็จะมีข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย ไม่ว่าจะเปึนปลัดอําเภอ นายอําเภอ ปลัดจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด คนของ กระทรวงมหาดไทยเหล่านี้มีภาระหน้าที่ที่รู้ตรงกันหมดคือดูแลทุกข์สุขของประชาชน ใครที่เปึนคนกระทรวงมหาดไทยจะไปอยู่ในพื้นที่ใดในประเทศไทย หน้าที่ของเขาก็คือ จะต้องไปดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งนี้ ซึ่งเปึนประเด็นคําถามว่ามีหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้ง โยกย้ายอย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขอยืนยันว่าการตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นยึดกฎหมาย ยึดระเบียบ และวิธีการปฏิบัติเปึนไปตาม ก.พ. ทุกประการ วันนี้ไม่มีหรอกที่ทางกระทรวงจะกําหนด ขึ้นมาเองว่าอยากจะได้กฎกติกาอย่างนี้ก็กําหนดขึ้นมา ทําไม่ได้ ก.พ. กฎหมายต่าง ๆ ระเบียบต่าง ๆ ที่มีการออกมานั้นกระทรวงมหาดไทยต้องยึดหลักเกณฑ์ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก.พ. กําหนดวิธีการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งนี้ หรือที่เคย แต่งตั้งกันมาแต่ละครั้งก็มีความชัดเจนแต่ละครั้งแต่ละคราวไป ทั้งที่คนเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น จะต้องเปึนรองผู้ว่าราชการจังหวัด คุณสมบัติแรกนะครับ หรือรองอธิบดีไม่น้อยกว่า ๑ ป้ นี่เปึนการกําหนดของ ก.พ. เลยนะครับ จากนั้นก็มาดูว่ามีตําแหน่งว่างอยู่เท่าไร ซึ่งในป้นี้มีผู้มีสิทธิ ๙๕ คน ก็ผ่านกระบวนการโดย อ.ก.พ. ของกระทรวง มีอยู่ประมาณ ๕ ท่าน ทําหน้าที่พิจารณาให้เหลือ ๖๓ คน แต่ตําแหน่งมีทั้งหมด ๒๑ คน จากนั้นกระบวนการเหล่านี้ทั้งหมดก็จะไปสู่ปลัดกระทรวง จะเปึนผู้พิจารณา พอพิจารณาได้ ๒๑ คนเสร็จก็จะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเข้าสู่ ครม. เพื่ออนุมัติ นี่คือกระบวนการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็เปึนการปฏิบัติ ลักษณะเช่นนี้มาโดยตลอด ฉะนั้นประเด็นที่บอกว่ามีเสียงครหามีเสียงต่อว่าบ้าง ผมต้องเรียนว่า เปึนเรื่องปกติครับ อย่างที่ท่านเข้าใจละครับว่าตําแหน่งมีจํานวนหนึ่ง แต่บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถที่ผ่านกระบวนการเปึนรองผู้ว่าราชการจังหวัด เปึนรองอธิบดี มันมีจํานวนมาก ฉะนั้นคนที่จะได้รับการแต่งตั้งการเสนอการพิจารณาจากผู้บังคับบัญชาก็ถือว่าดีไป ส่วนคนที่ยังไม่ได้อาจจะมีความรู้สึกไม่พึงพอใจบ้าง แต่วันนี้ทั้งหมดเมื่อใครเปึนผู้ว่าราชการจังหวัด หน้าที่ของท่านก็คือไปดูแลพี่น้องประชาชนกัน ฉะนั้นผมยืนยันอย่างนี้ว่าการแต่งตั้งทั้งหมดนั้น มีขั้นมีตอน มีระเบียบ มีวิธีการ
ส่วนประเด็นที่ ๒ ที่ท่านถามว่าสูตร ๕-๒-๓ คืออะไร ผมไม่รู้ว่าคืออะไร ตอบแบบนี้ว่าไม่ทราบ
ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับมีผู้ว่าราชการจังหวัดบางจังหวัด ที่ท่านถามว่า เช่นจังหวัดศรีสะเกษอยู่กันไม่กี่เดือนแล้วมีการโยกย้ายบ้าง หรือบางคน อยู่กัน ๑ ป้โยกย้ายบ้าง ผมต้องเรียนท่านประธานว่าระเบียบของกระทรวงมหาดไทย มีชัดเจนครับผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่แต่ละจังหวัดนั้นจะอยู่เกิน ๔ ป้ไม่ได้ ระเบียบ กฎหมายชัดเจนอยู่เกิน ๔ ป้ไม่ได้ ฉะนั้นการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดก็ต้องดู ความรู้ความสามารถ บางคนนั้นไปอยู่ในพื้นที่บางพื้นที่เขาสามารถแก้ปัญหาได้ และขณะเดียวกันเมื่อมีความรู้ความสามารถผู้บังคับบัญชาก็ดูว่าควรที่จะสนับสนุน ให้ไปดูแลในพื้นที่บางพื้นที่ที่มีปัญหาและเหมาะสมกับผู้ว่าราชการจังหวัดคนนั้น ๆ ได้รับการแต่งตั้งไป ฉะนั้นนี่คือแนวทางการปฏิบัติครับ แต่ทั้งหมดที่ไปในพื้นที่ใด ๆ นั้น คนเหล่านี้ก็ต้องไปทําหน้าที่ในการแก้ปัญหาแต่ละพื้นที่ให้กับพี่น้องประชาชนซึ่งมีปัญหา แตกต่างกันไป ฉะนั้นผมขอเรียนยืนยันว่าการดําเนินการทั้งหมดนั้นมีระเบียบ มีกฎหมาย วิธีการปฏิบัติอย่างเปึนขั้นเปึนตอนครับ