บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ เสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาการถ่ายโอนการจัดการน้ำให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกระจายอำนาจในการแก้ปัญหาน้ำ และยืนยันว่าแนวคิดนี้มีอยู่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองและรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของตนเอง นอกจากนี้ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ยังหารือเรื่องการชำระเงินหรือการให้บริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลังจากที่มีการถ่ายโอนภารกิจดูแลสถานีสูบน้ำ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการซ่อมแซมและดูแลสถานีสูบน้ำที่เสียหาย
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมาย จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดชัยภูมิ ในประเด็นที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาการถ่ายโอนการจัดการนํ้า ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาเรื่องนํ้าเป็นปัญหา ที่มีความสําคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งถือได้ว่าเป็นหัวใจของคนไทยที่มีอาชีพเป็นเกษตรกร ในการที่จะใช้นํ้าในการประกอบอาชีพทําการเกษตร วันนี้ต้องเรียนว่า ภารกิจการถ่ายโอนนั้น เป็นภารกิจที่ถูกกําหนดไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแผนและขั้นตอน การกระจายอํานาจ พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้มีกําหนดภารกิจเกี่ยวกับการถ่ายโอนไว้ชัดเจน คณะกรรมการชุดนี้ก็เป็นคณะกรรมการที่จะกําหนดแนวทางวิธีปฏิบัติ เพราะวันนี้สิ่งสําคัญ ที่สุดที่เราเห็นตรงกันก็คือว่าปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ความทุกข์ ความเดือดร้อนของประชาชนจะต้องให้เขาได้มีโอกาสหรือมีส่วนร่วมในการเข้ามาดูแลแก้ไข ด้วยตัวเอง เราจะมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ๗,๘๕๑ แห่ง ที่วันนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่มีรูปบริหาร มีฝ่ายบริหาร ฝ่ายสภา บุคลากร ทั้งหมดที่มาทําหน้าที่ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายสภาก็เป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ รู้ปัญหา รู้ความทุกข์ ความร้อน ของประชาชนได้อย่างดี ฉะนั้นแน่นอนที่สุดการกระจายอํานาจจึงเป็นหัวใจ สําคัญในการปกครองประเทศที่ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหารับผิดชอบ ของตัวเอง
การถ่ายโอนภารกิจเรื่องนํ้าก็เป็ นอีกภารกิจหนึ่งที่คณะกรรมการ การกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้กําหนดให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการถ่ายภารกิจเกี่ยวกับเรื่องสถานีสูบนํ้าด้วยพลังงานไฟฟ้ำ คลองส่งนํ้าที่มีอยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศไทย มีอยู่ประมาณ ๒,๑๔๗ สถานีทั้งประเทศ โดยเฉพาะสถานีสูบนํ้าด้วยพลังงานไฟฟ้ำ ท่านประธานที่เคารพครับ สถานีสูบนํ้า ด้วยพลังงานไฟฟ้ำถือได้ว่าเป็นแหล่งหนึ่งที่จะมีการปล่อยนํ้าผ่านคลองส่งนํ้า ไม่ว่าจะเป็น คลองดินหรือคลองดาดด้วยคอนกรีต ส่งไปให้พี่น้องประชาชนที่เป็นชาวไร่ชาวนา ถึงไร่นาของชาวบ้านเขา เดิมนั้นกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้มีหน้าที่ รับผิดชอบ ๒,๑๔๗ สถานีที่มีอยู่กระจัดกระจายทั่วประเทศใน ๖๒ จังหวัด แล้วมีพื้นที่ ที่ครอบคลุมที่ไร่ที่นาชาวบ้านประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ และพี่น้องประชาชนที่รับประโยชน์ โดยเฉพาะชาวไร่ชาวนานี่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ภารกิจนี้เป็นภารกิจหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องนํ้าที่ได้มีการถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้สอบถาม ก็คือว่าเมื่อถ่ายโอนแล้วเวลามันมีการเสียและมีการชํารุดนี่ให้เงินด้วยไหม หรือให้แต่งาน แต่ไม่ให้เงินแล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาจะทําอย่างไร ตรงนี้เป็นคําถามที่ดี ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน แน่นอนครับ ความเดือดร้อนของชาวบ้านย่อมสะท้อนมาถึงความเป็ นผู้แทนของคนที่มาจาก การเลือกตั้ง ฉะนั้นผมก็มั่นใจว่าท่าน ส.ส. จากจังหวัดชัยภูมิก็ได้รับเสียงสะท้อนจาก ประชาชนที่มีสถานีสูบนํ้าอยู่ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ และคงมีการชํารุดเสียหาย ไม่มี การซ่อมแซม หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจจะมี งบประมาณไม่เพียงพอ ผมต้องเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ หลังจาก ที่คณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการถ่ายโอน ภารกิจนี้ ๒,๐๐๐ กว่าแห่งใน ๖๒ จังหวัดแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยได้มีการจัดสรรงบประมาณเป็นประจําทุกปี ปี ๒๕๔๙ จัดสรรไปประมาณ ๘๒๖ ล้านบาท ปี ๒๕๕๐ ๙๐๐ กว่าล้านบาท มาปีปัจจุบันนี้ ปี ๒๕๕๓ นี่ประมาณ ๘๐๙ ล้านบาท และปี ๒๕๕๔ เตรียมไว้ประมาณ ๑,๑๔๐ ล้านบาท เงินตัวนี้คือเงินที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยจะได้มีการจัดเตรียม เงินทั้งหมดนี้ในการที่จะดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ดูแลรับผิดชอบสถานีสูบนํ้าด้วยพลังงานไฟฟ้ำหรือคลองส่งนํ้าต่าง ๆ ที่มีการถ่ายโอน ทั่วประเทศไทย ๖๒ จังหวัด แต่ละปีนั้นเงินจํานวนนี้จะถูกนําไปใช้จ่ายมีอยู่ประมาณ ๓ ภารกิจครับ
เริ่มจากกรณีที่มีการช่วยเหลือพี่น้องที่เป็นเกษตรกรในการใช้นํ้าจากสถานี เหล่านี้ ซึ่งโดยปกติตามหลักเกณฑ์แล้วเกษตรกรที่ใช้นํ้าผ่านสถานีสูบนํ้าด้วยพลังงานไฟฟ้ำ ต้องจ่ายค่าไฟฟ้ำ ๖๐ สตางค์ต่อหน่วย ส่วนที่เกินนั้นเอาจากเงินตัวนี้ครับ ที่กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นได้ตั้งงบประมาณไว้ให้ นี่คือประการที่ ๑ ในการช่วยเหลือเกษตรกร
ประการที่ ๒ เวลาที่สถานีสูบนํ้าชํารุดเสียหาย หรือบางแห่งดูแลไม่ทั่วถึง เพราะสถานีบางแห่งนี่อยู่ในพื้นที่กันดาร อาจจะมีการถูกขโมยสายไฟบ้าง ถูกขโมย เครื่องบ้าง เงินเหล่านี้ก็สามารถเอามาดําเนินการจัดการดูแล ซ่อมแซมได้
ประการที่ ๓ การถ่ายโอนทั้งหมดของกรมชลประทานมีการถ่ายโอนลูกจ้าง มาด้วย ในจํานวนประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าสถานีนี่ก็มีลูกจ้างอยู่จํานวนมาก โดยเฉพาะ ลูกจ้างแต่ละคนที่เป็นลูกจ้างชั่วคราวนั้นหลักก็จะจ้างเขาต่อ เพราะส่วนใหญ่เขาจะเป็น คนที่อยู่ในพื้นที่ เดือนหนึ่งก็จะมีค่าตอบแทน รวมค่าสวัสดิการต่าง ๆ ๖,๙๐๐ บาทต่อเดือน ก็รวมอยู่ในเงินตัวนี้ด้วย
ฉะนั้นผมต้องเรียนว่า เรื่องของการถ่ายโอนเกี่ยวกับนํ้าของกรมชลประทาน โดยเฉพาะสถานีสูบนํ้าด้วยพลังงานไฟฟ้ำมีการตั้งงบประมาณเป็นประจําทุกปี ปีนี้ ๙๐๐ กว่าล้านบาท ปีหน้าเตรียมไว้ประมาณ ๑,๑๐๐ ล้านบาท ที่จะดําเนินการดูแลให้กับ พี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตามครับ ท่านประธานที่เคารพ ๒,๐๐๐ กว่าสถานี ๖๒ จังหวัด ๔๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือนที่เกิดขึ้นนั้น แต่ละสถานีสูบนํ้าด้วยพลังงาน ไฟฟ้ำนั้นมันอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ อบต. อบต. แต่ละแห่งเมื่อรับการถ่ายโอนนั้นก็คือภารกิจหนึ่ง ที่ อบต. ต้องเอาไปดูแล
และที่สําคัญที่สุดครับ อบต. แต่ละแห่งก็จะมีการตั้งงบประมาณอุดหนุนไว้ เพื่อการซ่อมแซม เพื่อการดูแลสถานีแต่ละแห่ง เพราะการชํารุด การเสียหายแต่ละแห่ง ไม่เหมือนกัน บางแห่งไม่เสียหายเลยสามารถบริหารจัดการกันได้ แต่บางแห่งนั้น มีความชํารุด เสียหาย อบต. จะมีตั้งงบประมาณเป็ นปี ๆ ไป แต่ถ้าเกิดเสียหาย มาก ๆ ต้องใช้เงินจํานวนมากก็สามารถที่จะขอมายังกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นได้ เรื่องนี้ไม่มีปัญหาอย่างไร
ส่วนแนวทางหรือแนวคิดที่เป็นประเด็นคําถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ว่า แนวคิดเรื่องการถ่ายโอนภารกิจเหล่านี้ยังต้องมีอยู่ต่อไหม ผมยืนยันครับ แนวคิดนี้ เกิดขึ้นเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ วันนี้ทุกคนเรียกร้องต้องการมีความอิสระ ในการปกครองตนเอง ทุกคนเรียกร้องต้องการมีความเป็นอิสระในด้านการบริหารจัดการ ทรัพยากรของตัวเอง ฉะนั้นภารกิจนี้คณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นดําเนินการเรื่องนี้เพื่อที่จะให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการปกครอง ในการรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของตัวเองครับ เราต้องดําเนินการต่อให้เป็ นไปตาม กฎหมาย ที่สําคัญอย่างยิ่งถ้าภารกิจใดดําเนินการถ่ายโอนมาแล้วมีอุปสรรค มีปัญหา เราก็ต้องเอามาทบทวน มาดูว่าปัญหาเกิดจากอะไร ถ้าปัญหาเกิดจากงบประมาณก็มาดูว่า เพราะอะไร แล้วก็จัดหางบประมาณสนับสนุนไปให้ แต่อย่างไรก็ตามครับ เรื่องการถ่ายโอน ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นต้องเป็นนโยบายที่ดําเนินการต่อไปครับ