สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๓

สุนทรี ชัยวิรัตนะ หารือเรื่องการจัดการทรัพยากรน้ำในประเทศไทย เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม น้ำจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงในการดำรงชีวิต ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ในชีวิต ประจำวัน การพัฒนาและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยประสบปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งเป็นประจำ เนื่องจากปัญหาในการจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ หากต้องการแก้ไขปัญหานี้ จะต้องมีการจัดสรรงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างน้อยร้อยละ 10 ของงบประมาณที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับ แต่ปัจจุบันสัดส่วนงบประมาณที่จัดการในเรื่องรายจ่ายด้านการจัดการทรัพยากรน้ำเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ประมาณ ร้อยละ 2.15

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ขอบพระคุณค่ะ อย่างนั้นดิฉัน ขอเริ่มเลยค่ะ นํ้าเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่ามีความสําคัญค่อนข้างมากเกี่ยวกับประชาชน ในประเทศไทยเรา เนื่องมาจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไทยเราประกอบอาชีพ ทางการเกษตรกรรม นํ้าจึงเป็นปัจจัยที่มีความสําคัญต่อความมั่นคงในการดํารงชีวิต ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงความเป็นอยู่ในชีวิตประจําวัน การพัฒนาและการเจริญเติบโต ทางภาวะเศรษฐกิจของประเทศเรา ในอดีตเราทราบกันดีว่าประเทศไทยของเรานี้ มีทรัพยากรนํ้าที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก แต่ในปัจจุบันกลับตรงกันข้ามกัน อย่างมาก เพราะประเทศไทยเราประสบปัญหาอุทกภัยแล้วก็ภัยแล้งเป็นประจํากัน ค่อนข้างจะทุกปี อันเนื่องมาจากเรามีปัญหาในด้านการจัดการทรัพยากรนํ้าของประเทศ ถึงแม้ว่าภาครัฐเองจะได้เข้าไปจัดสรรงบประมาณในเรื่องการจัดการทรัพยากรนํ้าให้กับ หน่วยงานต่าง ๆ แต่ก็ไม่เพียงพอในการจะแก้ไขปัญหาค่ะ หากเราจะดูถึงงบประมาณ ที่ภาครัฐได้จัดสรรลงไปให้หน่วยงานต่าง ๆ ก็จะพบว่าในแต่ละปีการจัดสรรงบประมาณ เรื่องนํ้าจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ ๒ ของงบประมาณทั้งหมดของประเทศเรานะคะ ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่ดิฉันได้ลงไปดูรายละเอียดในเอกสารงบประมาณก็ปรากฏว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการใหม่ ไม่ได้มีงบประมาณสําหรับการแก้ไขปัญหา ซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างที่ได้ทําการถ่ายโอนภารกิจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหากมีก็จะมีงบเพียงแค่น้อยนิดไม่สามารถเพียงพอในการจะแก้ไขปัญหาที่พี่น้อง เกษตรกรได้รับได้ ตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้กําหนดให้รัฐให้ความเป็นอิสระ แก่ท้องถิ่นตามหลักการปกครองตนเอง หน่วยงานของรัฐจึงมีการถ่ายโอนภารกิจ อํานาจหน้าที่ในการจัดบริการสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านสังคม ทางด้านสาธารณสุข ทางด้านสวัสดิการในการแจกเบี้ยยังชีพ หรือว่าโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องถนนและแหล่งนํ้า จะเห็นได้จากการที่มีการถ่ายโอนภารกิจในเรื่องเหล่านี้ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราต้องยอมรับว่าในบางภารกิจที่รัฐถ่ายโอนไปก็สามารถดําเนินการได้ อย่างเช่นในเรื่อง สวัสดิการเกี่ยวกับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แต่ก็ยังมีหลายภารกิจที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่สามารถดําเนินการได้ ยกตัวอย่าง เช่น ในเรื่องการถ่ายโอนภารกิจด้านการจัดการ ทรัพยากรนํ้า ดิฉันเองได้ลองไปดูรายละเอียดถึงการจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไป เพื่อดําเนินการ ตามอํานาจหน้าที่และภารกิจถ่ายโอนเรื่องนํ้าของปีงบประมาณ ๒๕๕๓ ก็ไม่ปรากฏเลยว่า ได้มีการจัดตั้งงบประมาณลงไปช่วยเหลือแก้ไขในปัญหาการซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างที่ได้ ทําการถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่อย่างใด เราก็ต้องยอมรับว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดนี้ที่มีอยู่ในประเทศเราเป็นหน่วยงานของรัฐที่เรียกว่า ใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่มากที่สุด จากรายงานการศึกษากําหนดกรอบแนวทาง การบริหารจัดการทรัพยากรนํ้าของประเทศไทยได้มีการศึกษาเอาไว้ว่า ในปี ๒๕๔๙ เป็นปีที่ประเทศของเราประสบกับปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยอย่างหนักมาก เพราะว่า มูลค่าความเสียหายและรายจ่ายในการแก้ไขปัญหาเมื่อรวมกับงบรายจ่ายด้านการจัดการ ทรัพยากรนํ้าชุมชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในปี ๒๕๔๙ นี้มีงบอยู่ที่ประมาณ ๒๙,๗๑๓ ล้านบาท คิดเป็ นประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมด ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับคือประมาณ ๓๒๗,๑๑๓ ล้านบาท โดยที่เป็นรายจ่าย ด้านการพัฒนานํ้าชุมชนประมาณ ๙,๕๔๔ ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ เป็นมูลค่าความเสียหายและรายจ่ายในการแก้ไขปัญหาประมาณ ๒๐,๑๖๙ ล้านบาท คิดเป็น ๖.๑๗ เปอร์เซ็นต์ ก็แสดงให้เห็นว่าหากเราต้องการจะแก้ไขปัญหาเรื่องนํ้า แล้วก็ต้องการจะถ่ายโอนภารกิจเกี่ยวกับนํ้าไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องมี การจัดสรรงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างน้อยไม่น่าจะตํ่ากว่า ร้อยละ ๑๐ ของงบประมาณที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับ แต่เมื่อเรามองลงไป มีการคํานวณแล้วก็คิดเอาไว้นะคะ จากรายงานที่ดิฉันได้กล่าวอ้างเมื่อกี้ ดูที่ปี ๒๕๔๗ ลงมาถึงปี ๒๕๕๑ ปรากฏว่ามีการจัดการเรื่องงบประมาณนะคะ สัดส่วนงบประมาณ ที่จัดการในเรื่องรายจ่ายด้านการจัดการทรัพยากรนํ้าเฉลี่ย ๕ ปีที่ดิฉันว่านี่อยู่ที่ประมาณ ร้อยละ ๒.๑๕ ก็จะเป็นตัวที่แสดงให้เห็นว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่มีความพร้อม ในเรื่องงบประมาณที่จะเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาที่ได้รับการถ่ายโอน แล้วก็อ่างเก็บนํ้า ฝาย หรือว่าสถานีสูบนํ้า คลองส่งนํ้า ที่ทําการถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องเรียนว่าบางแห่งผ่านการใช้งานมาเป็นเวลาค่อนข้างนาน ทําให้เกิดปัญหาการชํารุด เสียหายหลายจุดหลายแห่งนะคะ แต่ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองก็ไม่สามารถที่จะ เข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาให้เขาได้เนื่องจากอย่างที่ดิฉันเล่าให้ฟังเมื่อสักครู่ค่ะว่าขาดแคลน ในเรื่องการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งก็จะส่งผลให้กับประชาชนในพื้นที่ทําให้ได้รับความเดือดร้อน จากการขาดแคลนนํ้าในฤดูแล้งแล้วก็นํ้าท่วมในฤดูฝนเป็นประจํากันทุกปี จนเราเรียกได้ว่า ประเทศเราเกิดปัญหาท่วมซํ้าซาก แล้งซํ้าซาก เราทราบกันดีว่าปัจจุบันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านมีนโยบายประกันรายได้ให้กับเกษตรกร พี่น้องในเขตจังหวัดชัยภูมิของดิฉันเอง เมื่อก่อนไม่ทํานาปรังกันมากเท่ากับปัจจุบันที่เป็นอยู่ แต่ปีนี้ปรากฏว่าพี่น้องเกษตรกร ได้ทําการเพาะปลูกข้าวนาปรังกันเป็นจํานวนค่อนข้างมาก เนื่องจากเขาเห็นว่ามีโครงการ ประกันรายได้ก็อยากจะเข้าร่วมบ้าง ปรากฏว่าตอนนี้พี่น้องในเขตจังหวัดปลูกข้าวนาปรัง กันเยอะ นํ้าที่มันก็มีอยู่ค่อนข้างจะน้อยอยู่แล้ว ระดับนํ้าในแหล่งนํ้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะ ตามธรรมชาติหรือว่าที่ก่อสร้างขึ้นมาลดแห้งเหือดกันไปแทบจะเรียกว่ามองจะไม่เห็นนํ้า อยู่แล้ว เห็นแต่พื้นดินและพื้นซีเมนต์กันเป็นจํานวนค่อนข้างมาก ก็ทําให้เกิดความวิตกกังวล กับพี่น้องเกษตรกรว่าจะขาดแคลนนํ้าในการทํานาปรังที่กําลังทําการเกษตรอยู่ จึงอยากจะ ขอเรียนถามในประเด็นข้อที่ ๑ ว่า รัฐมีแนวทางในการดําเนินการแก้ไขซ่อมแซมอ่างเก็บนํ้า ฝาย สถานีสูบนํ้า คลองส่งนํ้า ที่กรมชลประทานหรือหน่วยงานอื่นถ่ายโอนภารกิจให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างไรเนื่องจากว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุก ๆ แห่ง ในประเทศไทยดิฉันคิดว่าคงจะประสบปัญหาเหมือนกันว่ามีเงินงบประมาณไม่เพียงพอ แล้วจะสามารถแก้ไขให้เขาได้อย่างไร แล้วก็อยากเรียนถามต่อไปอีกค่ะว่า ท่านมีแนวทาง หรือว่าแนวคิดที่จะทบทวนหลักเกณฑ์การถ่ายโอนภารกิจตามพระราชบัญญัติกระจาย อํานาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือไม่ อย่างไร ดิฉันขอถามเป็นคําถามที่ ๑ ค่ะ