สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๓

องอาจ คล้ามไพบูลย์ หารือเรื่องการชุมนุมใหญ่ในกรุงเทพมหานคร และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำว่าการชุมนุมใหญ่นี้อาจนำไปสู่ความรุนแรงและผลกระทบต่อประชาชนในกรุงเทพมหานคร

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าการถามกระทู้ถามสดนี้คงไม่ใช่เฉพาะว่าคนสําคัญหรือไม่สําคัญถาม การถาม กระทู้ถามสดนี้คงไม่สําคัญเฉพาะว่าใครเป็นผู้ตอบ แต่ความสําคัญมันอยู่ที่ว่ามันกําลัง เป็นเรื่องการชุมนุมใหญ่ที่จะส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ รวมทั้ง คนในกรุงเทพมหานคร ผมจึงมีความรู้สึกภาคภูมิใจ ท่านประธานครับ ไม่ได้ภาคภูมิใจ ที่จะเห็นการชุมนุมใหญ่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร แต่ภาคภูมิใจที่วันนี้ตลอดระยะเวลา ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็น ส.ส. ของคน กรุงเทพมหานคร วันนี้ผมภาคภูมิใจที่จะได้ทําหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน คนกรุงเทพมหานครที่สะท้อนความรู้สึกนึกคิดผ่านมายัง ส.ส. กรุงเทพมหานคร ของพรรคประชาธิปัตย์ ๓๐ คน ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ๓๐ คน ประชุมปรึกษาหารือกันบอกว่า เราในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรของกรุงเทพมหานคร คงจะนั่งอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ครับ เพราะทุกคนต่างได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชน นับตั้งแต่การประกาศการชุมนุมใหญ่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑๒ มีนาคม คือวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป จะมีการชุมนุมใหญ่ในกรุงเทพมหานครของคนกลุ่มหนึ่ง ท่านประธานครับ ท่านประธาน ประหลาดใจไหมครับว่าในกรุงเทพมหานครนั้นมีการชุมนุมใหญ่มาหลายครั้งครับ แต่ทําไม การชุมนุมใหญ่ครั้งนี้พี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร และผมเชื่อว่าพี่น้องคนไทย ทั้งประเทศจึงมีความรู้สึกไม่แตกต่างกัน มีความรู้สึกตรงกัน มีความรู้สึกเหมือนกัน ไม่ว่า จะเป็นคนจน ไม่ว่าจะเป็นคนรวย ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีการศึกษาน้อย ไม่ว่าจะเป็นคนที่มี การศึกษามาก ต่างมีความรู้สึกตรงกันว่าการชุมนุมใหญ่ครั้งนี้จะเป็นการชุมนุมใหญ่ ที่อาจนําไปสู่ความรุนแรง และแน่นอนที่สุดครับ ถ้ามีความรุนแรงเกิดขึ้นกลุ่มคน ที่จะได้รับผลกระทบจากความรุนแรงนี้เป็นกลุ่มแรก ๆ ของประเทศไทยคือใครครับ ท่านประธาน คือพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร พี่น้องประชาชนที่พวกผม ๓๐ คน เป็น ส.ส. ของเขาอยู่นั่นเอง ท่านประธานคงไม่แปลกใจว่าสิ่งที่ท่านประธานพูดนั้นถูกต้องแล้ว ว่านี่คือเรื่องที่สําคัญและเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องใหญ่ที่ผมอยากจะขอความกรุณา ท่านประธานว่าโปรดกรุณาได้อะลุ้มอล่วยในเรื่องของเวลาบ้างตามสมควร ซึ่งก็แน่นอน ที่สุดครับก็อยู่ที่ดุลยพินิจของท่านประธานครับ ผมเป็นสมาชิกก็ได้แต่เรียกร้อง วิงวอน ในสิ่งเหล่านี้จากท่านประธาน และกระผมยืนยันท่านประธานครับว่า กระทู้ถามสดของผม ในวันนี้นั้นไม่ใช่เป็ นกระทู้ถามสดที่ต้องการมาเพิ่มปัญหาให้เกิดขึ้นในประเทศนี้ อย่างแน่นอน แต่เป็ นกระทู้ ถามสดที่ผมอยากจะสะท้อนความรู้ สึกนึกคิด ของพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร ที่เขาอยากจะฟังว่ารัฐบาลที่เขามอบหมายให้มา บริหารประเทศชาติบ้านเมืองของเราอยู่ในขณะนี้จะดําเนินการแก้ไขปัญหาของเขา อย่างไร ท่านประธานครับ ทําไมคนในกรุงเทพมหานครจึงมีความรู้สึกว่านี่คือความรุนแรง ที่จะเกิดขึ้นในประเทศชาติบ้านเมืองของเรา ทั้งที่การชุมนุมโดยสันติ ปราศจากอาวุธ ก็เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญของเรา แต่ทําไมคนยังวิตกว่ามันจะรุนแรงครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าทุกคนมีความรู้สึก เหมือนกันหมดว่าการชุมนุมต้องไม่เป็นการปลุกระดม ต้องไม่เป็นการยุยง ต้องไม่เป็น การปลุกปั่นยั่วยุประชาชนผู้บริสุทธิ์ให้นําไปสู่เหตุการณ์วุ่นวาย จลาจล รุนแรง และนําไปสู่การนองเลือด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเงื่อนไขเพื่ออะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น การสร้างเงื่อนไขเพื่อตนเองให้มีความชอบธรรมในการก้าวขึ้นมาสู่อํานาจ หรือใน การสร้างเงื่อนไขให้ใครบางคนหมดจากอํานาจไป แน่นอนที่สุดครับ ผมเชื่อมั่นว่า เราในฐานะผู้แทนราษฎรนั้นเราไม่อยากเห็นใครตกเป็ นเหยื่อของสถานการณ์ ขณะเดียวกันการควบคุมการชุมนุมก็ควรจะเป็นไปตามหลักการสากลนิยม ไม่ใช่เป็น การควบคุมการชุมนุมตามอําเภอใจของผู้มีอํานาจที่อยากจะทําอะไรก็ได้ในสิ่งที่ตัวเอง อยากทํา ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นนั้น ทําไมประชาชนคิดอย่างนั้นครับ เหตุที่ประชาชนคิดอย่างนั้นก็เพราะว่าในการเคลื่อนไหว แสดงออกทันทีที่หลังจากมีการประกาศใช้การชุมนุมนั้น มีการแสดงออกอะไรกันบ้างครับ สิ่งที่ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าทําไมคนกรุงเทพมหานครและคนทั่วประเทศ รู้สึกว่าการชุมนุมนี้จะมีความรุนแรง มีผู้นําการชุมนุมคนหนึ่งบอกเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ บอกว่า ขอให้ผู้ที่จะไปร่วมชุมนุมใหญ่นําขวดแก้วบรรจุนํ้ามันติดตัว ไปด้วยเพื่อเตรียมไว้ใช้ หากถูกเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงเข้าสลายการชุมนุม และหากมี การทําร้ายกลุ่มคนเสื้อแดงแม้เลือดหยดเดียว กรุงเทพมหานครจะเป็นทะเลเพลิงทันที อีกคนหนึ่งบอกว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน อีกคนหนึ่งบอกว่า เรารับรองได้ว่ามาครั้งนี้ ไม่เหมือนเมื่อก่อน วันนี้แค้นต้องชําระ คนของเราตายไปเยอะ ฉะนั้นมันตายสักคนสองคน คงไม่เป็นไร พอลบล้างกันได้ มีการประกาศครับว่าครั้งนี้จะเป็นสงครามครั้งสุดท้าย ม้วนเดียวจบ มีการพูดกันว่า ไม่แตกหักไม่เลิกรา ไม่ชนะไม่กลับบ้าน และที่สําคัญที่สุดครับ มีคนมาพูดว่า มีคนคนหนึ่งเสนอตัวที่พร้อมจะพลีชีพในการชุมนุมครั้งนี้ ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่มีการประกาศมีการพูดหลังจากบอกว่าจะมาชุมนุมในกรุงเทพมหานคร แน่นอนที่สุดคนที่อยู่ในกรุงเทพมหานครได้ยินคําประกาศคําพูดเหล่านี้ ซึ่งผมรวบรวมมา เพียงบางส่วนเท่านั้นเอง จากวิดีโอ คลิป (Video clip) จากเว็บไซต์ (Web site) จากสิ่งที่ ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ เท่านั้นยังไม่พอ ท่านประธาน ทําไมคนกรุงเทพมหานคร จึงอกสั่นขวัญแขวน เพราะเมื่อปีที่แล้วเดือนเมษายนท่านประธานคงจําได้นะครับ สิ่งที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครก็เกิดขึ้น เกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน เกิดความรุนแรงขึ้น แต่ทําไมมันถึงรุนแรง เดือนเมษายนปีที่แล้ว ผมไม่น่าเชื่อครับพอไป ค้นข้อมูลดูพบว่า ผมเอามา ๒ ข้อความแล้วกันครับ ข้อความหนึ่งบอกว่า พูดเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๒ ขอฝากไปยังพี่น้องเสื้อแดงที่เห็นรถถังหรือรถทหารขับผ่านในที่ชุมชน ไม่ว่าจะกี่คันก็ขอให้เอารถพุ่งชนเลย อันนี้พูดเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๒ แต่ที่พูด เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๒ ปีที่แล้วครับท่านประธาน เขาบอกว่า พี่น้องมีสิทธิที่จะ หยิบอาวุธขึ้นมาทําร้ายอ้ายโจรที่มาปล้นแผ่นดิน ไม่ผิดกฎหมายครับ ยืนยันครับมีปืน ใช้ปื น มีมีดใช้มีด มีขวานใช้ขวาน มีจอบ มีเสียม ทําลายโจรได้ครับไม่มีความผิด เพราะมันรับคําสั่งจากหัวหน้าโจร คนคนนี้พูดเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๒ ผมจึงไม่แปลกใจ ว่าทําไมคนกรุงเทพมหานครจึงรู้สึกว่าการชุมนุมคราวนี้จะรุนแรง อาจจะรุนแรงกว่า เมื่อเดือนเมษายน ปี ๒๕๕๒ ท่านประธานคงจะจําภาพเหล่านี้ได้เป็นอย่างดีใช่ไหมครับ นี่คือภาพรถแก๊สจอดอยู่แถวบริเวณชุมชนดินแดง ผมคิดว่าพอนึกถึงการชุมนุมคนก็ต้อง นึกถึงรถแก๊สที่อยู่ในมือผมขณะนี้ ถัดมาพี่น้องคงเห็นแล้วนะครับ ท่านประธานคงเห็น นะครับว่ารถเมล์ที่กําลังถูกเผาอยู่ขณะนี้ ผมคงไม่ต้องบอกว่าใครใส่เสื้อสีอะไรอยู่ตรงนั้น นี่คือภาพรถเมล์ที่ถูกเผาชัดเจนในขณะนั้นจนผมไม่รู้ จะกลับหัวภาพอย่างไรถึงจะ มองออกว่ารถกําลังตั้งอยู่หรือรถกําลังนอนอยู่ เพราะมันถูกเผาจนแทบเกรียมไหม้ หลายคันในขณะนั้น แต่ที่สําคัญที่สุดครับท่านประธาน นี่คือภาพที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับ นักการเมืองคนหนึ่งในประเทศไทย คือภาพที่นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นถูกกระชากลากออกมาจากรถยนต์ นักการเมืองที่แทบไม่เคยนึกว่า ความรุนแรงเป็นอย่างไร แทบจะไม่เคยรู้จักในชีวิต วันนั้นเขาถูกกระชากออกมาครับ ผมคงไม่ต้องบอกว่าใครกระชากเขา ภาพมันฟ้ องชัดเจน และนี่คือเหตุผลว่าทําไม คนในกรุงเทพมหานครจึงมีความรู้ สึกว่าความรุนแรงนั้นไม่ควรเกิดขึ้นครับ ท่านประธานครับ ความรุนแรงจะทําให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ จะทําให้กรุงเทพมหานคร พินาศไปอย่างไรนั้นไม่มีใครคาดเดาได้ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าเกิดความ รุนแรงขึ้นมาครั้งนี้ไม่ว่าเป็นฝีมือของใครก็ตาม ผมเชื่อว่าจะไม่มีวีรบุรุษบนซากปรักหักพัง ของประเทศชาติบ้านเมืองนี้ ไม่ว่าคนคนนั้นจะชื่อทักษิณ ชินวัตร หรืออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สิ่งที่ผมอยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรีในวันนี้ก็คือ รัฐบาลมีมาตรการ และวิธีการดําเนินการอย่างไรเพื่อไม่ให้การชุมนุมใหญ่บานปลายนําไปสู่ความรุนแรง จนยากที่จะควบคุมได้ แน่นอนที่สุดครับขณะนี้มีข่าวว่าจะมีการวินาศกรรม มีการวางระเบิดหลายจุด ในกรุงเทพมหานคร รัฐบาลเตรียมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างไร ผมยินดีครับที่ได้ยิน รัฐบาลบอกว่า โรงพยาบาลศิริราชจะเป็นสถานที่ที่ต้องรักษาความปลอดภัยสูงสุด แต่รัฐบาลมีสถานที่อื่นใดอีกหรือไม่ที่รัฐบาลควรจะรักษาความปลอดภัยสูงสุด และแน่นอนที่สุดเมื่อไม่กี่วันนี้รัฐบาลออกมาประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษา ความมั่นคงในราชอาณาจักร สิ่งที่ผมอยากจะถามรัฐบาลก็คือว่ามีคนเขาออกมา พูดกันว่ารัฐบาลไม่ควรประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ รัฐบาลควรจะบอกให้พวกผม ได้รับทราบว่า รัฐบาลมีความจําเป็นอย่างไรจึงต้องประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษา ความมั่นคงในราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ ๑๑-๒๓ มีนาคม มีคนเขาบอกว่ารัฐบาลใช้ พระราชบัญญัติเร็วเกินไป มันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยรัฐบาลจะออกพระราชบัญญัตินี้มา ลิดรอนสิทธิการชุมนุมของประชาชน รัฐบาลประกาศพระราชบัญญัตินี้ให้ครอบคลุม ตั้งแต่วันที่ ๑๑ ถึงวันที่ ๒๓ มีนาคม คนเขาสงสัยว่ารัฐบาลมีเหตุผลอะไรครับ หรือรัฐบาล เชื่อว่าการชุมนุมมันจะหยุดวันที่ ๒๓ มีนาคม หรือจะหยุดก่อนวันที่ ๒๓ มีนาคม อย่างนั้นหรือ นี่คือคําถามแรกที่ผมอยากจะเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี ขอบคุณครับ