สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๓

วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ พูดถึงกฎหมายเกี่ยวกับเกษตรกรแห่งชาติ และขอเพิ่มคำว่า "บุคคลธรรมดา" ให้กับคํานิยามของ "เกษตรกร" เพื่อให้เกษตรกรทั่วไปเข้าใจว่าตนเองมีสิทธิ์ในการเป็นสมาชิกในสภาเกษตรกรแห่งชาติ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ กรรมาธิการ

ขอบคุณนะคะท่านประธาน ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา ท่านประธานคะ กฎหมายฉบับนี้ดิฉันคิดว่าเป็นประโยชน์แก่ประชาชนซึ่งเป็น เกษตรกรชาวรากหญ้าทั้งหลาย ดิฉันว่าการร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. .... นี้สืบเนื่องมาจากดิฉันได้ยื่นกฎหมายว่าด้วยเกษตรกรแห่งชาติ ทีนี้กลับมาว่า ในส่วนของสภาเกษตรกรแห่งชาตินี้มีประโยชน์มากกว่า คําว่า เกษตรกรแห่งชาติ ดิฉัน ได้เป็นผู้เสนอและได้ร่วมเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ แต่เนื่องจากว่าในส่วนของ มาตรา ๓ นี้ในคํานิยามที่ดิฉันได้ร่างในกฎหมายเดิมว่าด้วยเกษตรกรแห่งชาตินั้น คํานิยามนั้นได้กําหนดเอาไว้ว่า คําว่า เกษตรกร นั้น หมายถึง บุคคลธรรมดาผู้ประกอบ อาชีพเกษตรกรรม ทีนี้ในกฎหมายสภาเกษตรกรแห่งชาตินี้ได้กําหนดคํานิยามไว้ว่า เกษตรกร หมายความว่า ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ดิฉันก็ได้เสนอในที่ประชุม คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากว่า คําว่า บุคคลธรรมดาผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม กับคําว่า ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม นี้ถ้าหากว่าเรามาตีความหมายในคําภาษาไทย ก็จะเป็ นเหมือน ๆ กัน คือเหมือน ๆ กันก็เลยได้ขอร้องในส่วนของกรรมาธิการ เสียงส่วนมากว่าเราทําไมไม่กําหนดเขียนคําว่า บุคคลธรรมดา นี้ลงไปด้วย เพราะว่า ประชาชนชาวรากหญ้าที่อยู่ในพื้นที่นั้นเขาไม่ได้เรียนหนังสือก็มี ถ้าหากว่าเขามาอ่านถูกว่า ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เขาไม่ได้กลับไปดูคํานิยามของคําว่า เกษตรกรรม เขาไม่รู้กฎหมาย เขาอาจจะรู้กฎหมายแต่ไม่รู้ว่าคํานิยามของคําว่า เกษตรกรรม นั้นก็คือ หมายถึงตัวเขา ก็เลยอยากจะให้เติมในคําว่า เกษตรกร นี้ให้มีคําว่า บุคคลธรรมดา เข้าไปด้วย เพราะถ้าหากว่าเราอยู่ในพื้นที่ คําว่า เกษตรกรรม นี้ก็เท่ากับว่าบุคคล หลายกลุ่ม บุคคลหลายคนเข้ามาร่วมกัน นี่คือแปลความหมายตามภาษาพื้นบ้านที่เรา คุยกัน ดิฉันจึงบอกว่าได้สงวนความคิดเห็นนี้เพื่อที่จะขออภิปราย เล่าให้กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภานี้ได้เข้าใจถึงว่าดิฉันไม่ได้ติดใจแต่ดิฉันขอท้วงคําที่ว่านี้ เพื่อต้องการสะท้อนให้กับกลุ่มเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ชาวรากหญ้าทั้งหลายนั้นให้เข้าใจว่า กฎหมายฉบับนี้ทําเพื่อท่าน แต่ในสิ่งที่ทําเพื่อท่านนั้นท่านเป็ นบุคคลธรรมดา ท่านก็สามารถที่จะมาลงสมัครเป็นสมาชิกในสภาเกษตรกรแห่งชาตินี้ได้ ไม่ใช่ว่า ท่านจะต้องไปทําเกษตรกรรมอย่างนั้นอย่างนี้ถึงมาลงสมัครเป็นสมาชิกสภาเกษตรกร นี่ละค่ะคือความหมายที่ดิฉันอยากจะให้มีคําว่า บุคคลธรรมดา นี้เพิ่มเติมเข้าไป และในส่วนที่ดิฉันได้อภิปรายอยู่ในห้องประชุมคณะกรรมาธิการเสียงส่วนมากนั้น ทางกฤษฎีกาก็บอกไว้อยู่ว่า ถ้าหากว่ามาตรานี้คําว่า เกษตรกร นี้ถ้าหากว่าคํานิยามว่า บุคคลธรรมดาผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม กับคํานิยามว่า เกษตรกร หมายความว่า ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมนี้มีความหมายเหมือนกัน แล้วก็ถ้าหากว่าเพิ่มหรือไม่เพิ่ม ก็จะไม่มีการกระทบในกฎหมายนี้ เพียงแต่สิ่งที่ดิฉันอยากจะสะท้อนให้เห็นว่าส่วนที่ เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่นั้นเขาจะมีความรู้สึกที่ดีว่าเขาเป็นบุคคลธรรมดา เขาก็จะมีตัวตน อยู่ในสภาเกษตรกรได้ นี่ละค่ะดิฉันอยากสะท้อนคํานี้ให้กับท่านกรรมาธิการ เสียงส่วนมากได้เข้าใจว่าดิฉันท้วง ดิฉันไม่ได้ขัดแย้ง ดิฉันไม่ได้ค้านท่าน เพียงแต่ว่าขอว่า ในส่วนคําว่า บุคคลธรรมดา นี้ถ้าเพิ่มเข้าไปก็จะไม่มีผลกระทบในกฎหมายสภาเกษตรกรนี้ ดิฉันก็ขออภิปรายให้ท่านประธานสภาได้รับทราบว่าดิฉันไม่ได้ไปขัดใคร เพียงแต่ว่า ดิฉันขอแสดงความคิดเห็นในส่วนที่อยู่ในพื้นที่และได้รับฟังกลุ่มประชาชนชาวรากหญ้า ที่เป็นเกษตรกรนั้นเขาต้องการคํานี้ เพราะเขาอยากจะรู้ว่าเขามีสิทธิไหม เขาเป็นชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน เขามีสิทธิที่จะมาเป็นสมาชิกในสภาเกษตรกรนี้หรือไม่ ก็ขอฝากไว้ให้ ท่านประธานในส่วนที่ดิฉันได้สงวนความคิดเห็นไว้ แต่ดิฉันก็ไม่ได้ติดใจ ถ้าหากว่า กฎหมายนี้จะผ่านโดยคํานิยามของคําว่า เกษตรกร หมายความว่า ผู้ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม ดิฉันก็ไม่ติดใจ เพียงแต่ว่าขออภิปรายให้เข้าใจในสิ่งที่ดิฉันได้เพิ่มเติม เท่านั้นค่ะ ก็ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันได้อภิปรายในสภานี้ ดิฉันดีใจที่ได้ เป็ นผู้แทนราษฎรของประชาชนในพื้นที่ที่เป็ นเกษตรกรทั้งหลาย ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ในประเทศที่เป็นเกษตรกร ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน