กรณี จาติกวณิช หารือเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนของไทยและประเทศอื่นในภูมิภาค โดยระบุสาเหตุที่ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว และเน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยและความมั่นใจในการดูแลเกษตรกร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการดูแลผู้ประกอบการส่งออกขนาดเล็กที่มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และเรียกร้องให้สถาบันการเงินของรัฐบาลช่วยเหลือด้วยการให้สภาพคล่องและวงเงินประกันความเสี่ยง
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอบคุณท่านประเกียรติอีกครั้ง สําหรับคําถามและรวมไปถึงข้อเสนอแนะของท่านด้วย ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่าในอันดับแรกท่านได้พูดถึงความเกี่ยวโยงระหว่างโครงสร้าง อัตราแลกเปลี่ยนของเรากับโครงสร้างของตลาดโลกโดยรวม ก็ต้องขออนุญาตเรียนว่า ๑ ในประเด็นปัญหาที่เรากําลังประสบก็เกิดขึ้นเพราะการเชื่อมโยงระหว่างตลาดตราสาร ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างของประเทศไทยเรากับประเทศอื่น และโครงสร้างที่ยังไม่มี ความอิสระเสรีหรือสะท้อนภาพความเปึนจริงของทุก ๆ ประเทศ คือขออนุญาตเรียนว่า ๑ ในสาเหตุที่เรามีปัญหาแล้วก็ความจริงไม่ใช่ประเทศไทยเราประเทศเดียว แต่หลาย ๆ ประเทศ ในกลุ่มอาเซียนด้วยกันอัตราแลกเปลี่ยนยกตัวอย่างของประเทศมาเลเซียที่ผ่านมาแข็งค่า มากกว่าเรา ของเราแข็งค่ามากกว่าประเทศอินโดนีเซีย แต่เขาก็เพิ่มขึ้นมาเช่นเดียวกัน ประเทศฟ่ลิปป่นส์ก็ไม่ต่างกับเรา ประเทศสิงคโปร์ก็ไม่ต่างกับเรา ๑ ในสาเหตุที่กลุ่มประเทศนี้ กําลังประสบปัญหาเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วก็เปึนเพราะอัตรา แลกเปลี่ยนของจีน ซึ่งเปึนประเทศมหาอํานาจทางเศรษฐกิจนะครับ เขาไม่ปล่อยให้มี การปรับอัตราแลกเปลี่ยนของเขาตามธรรมชาติหรือไม่ปล่อยให้สะท้อนกับโครงสร้าง หรือความเข้มแข็งของเศรษฐกิจของจีนเองนะครับ ดังนั้นจึงทําให้อัตราแลกเปลี่ยน ในภูมิภาคนี้ซึ่งก็มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างสูงเช่นเดียวกันนะครับ สูงขึ้น เพราะว่าเงินทุนแทนที่จะไปถือเงินหยวนก็เลยมาถือเงินมาเลเซีย เงินไทย เงินสิงคโปร์ เงินอินโดนีเซียแทน นี่ก็เปึน ๑ ในสาเหตุนะครับ มองไปที่ยุโรปเช่นเดียวกันครับ การที่เขามี โครงสร้างที่หลาย ๆ ประเทศรวมตัวกันแล้วก็มีอัตราแลกเปลี่ยนใช้อัตราสกุลเงินเดียวกัน ก็ทําให้มีความลักลั่นในแง่ของอัตราแลกเปลี่ยนตามที่ควร อย่างประเทศเยอรมนี ซึ่ง ณ ปัจจุบันเปึนประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ต้องถือว่าเข้มแข็งมาก แทนที่ค่าเงินของเขา จะแข็งค่าขึ้น สะท้อนกับโครงสร้างเศรษฐกิจของเขาที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ค่าเงินของเขา กลับอ่อนตัวลงเพราะว่าสกุลเงินของเขาไปผูกอยู่กับเศรษฐกิจอีกหลาย ๆ ประเทศที่มี ความอ่อนแออย่างเช่นประเทศกรีซ ตามข่าวที่เราก็เคยได้มีการอภิปรายในที่ประชุมนี้ กันมาแล้ว
ประเด็นปัญหาเหล่านี้ก็เลยทําให้อัตราแลกเปลี่ยนโดยรวมนั้นอาจจะไม่ได้ สะท้อนอย่างยุติธรรมต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและสภาพเศรษฐกิจของทุก ๆ ประเทศในโลก แต่อย่างไรก็แล้วแต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือยุโรปโดยรวมค่อนข้างอ่อน สหรัฐอเมริกามีปัญหา เศรษฐกิจที่เปึนปัญหาในระยะยาวแน่นอนนะครับ ของเรานี่อัตราการว่างงานของเรา แทบจะเปึน ๐ ตอนนี้อยู่ที่ระดับประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ของสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ทุก ๆ ๑๐๐ คน ๑๐ คนไม่มีงานทํา ดังนั้นค่าเงินของเขาต้องอ่อนตัวลง แน่นอนเมื่อเทียบกับเกือบทุกสกุลเงิน แล้วก็รวมถึงสกุลเงินของเราด้วยนี่คือประเด็นปัญหา
ทีนี้คําถามที่ท่านถามและผมขออภัยนะครับ ในชั้นแรกผมไม่ได้ตอบจริง ก็คือเรามีมาตรการอย่างไรที่จะเข้ามาช่วยผู้ประกอบการ อันดับแรกท่านได้กล่าวถึง กลุ่มเกษตรกร ผมก็ขอเรียนว่าความต้องการจากต่างประเทศในการที่จะซื้อข้าวของไทยเรานั้น ยังมีสูงมาก ป้นี้ที่ผ่านมาเราสามารถขายข้าวโดยทางกระทรวงพาณิชย์ได้ดําเนินการ ไปแล้วกว่า ๕ ล้านตัน ซึ่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร นั่งอยู่กับผมในที่นี้ก็ได้ยืนยันกับผมว่าเปัาหมายที่ทางกระทรวงพาณิชย์เองได้กําหนดไว้ว่า น่าจะขายได้ประมาณ ๘.๕-๙ ล้านตันในป้นี้ไม่น่าจะประสบปัญหาแต่อย่างใด นอกจากนั้น สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือราคาข้าวเมื่อคิดเปึนเงินดอลลาร์ก็ขยับสูงขึ้นด้วยตามค่าเงินดอลลาร์ ที่อ่อนค่าลง คือพูดง่าย ๆ ตัวราคาสินค้าก็มีการปรับตามค่าของเงิน ซึ่งความหมายก็คือ เมื่อคิดกลับมาเปึนเงินบาทเราก็ไม่น่าที่จะขาดทุนในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น เพราะฉะนั้นก็มั่นใจว่าทางกระทรวงพาณิชย์สามารถที่จะดูแลพี่น้องเกษตรกรได้นะครับ
ทีนี้ประเด็นกลุ่มที่ผมมีความกังวล แล้วก็อยากที่จะให้พวกเราช่วยกันคิด ในเรื่องของการดูแล ก็คือผู้ประกอบการส่งออกที่เปึนผู้ประกอบการขนาดเล็ก ประเด็น ข้อเท็จจริงก็คือผู้ประกอบการขนาดใหญ่อันดับแรกมักจะส่งออกประเภทสินค้าที่มีสินค้าทุน ที่ต้องซื้อจากต่างประเทศด้วย ท่านคงนึกภาพออกนะครับว่าขายนี่เราขายสินค้าออกไป เมื่อค่าเงินแข็งค่าขึ้นแลกกลับมาเปึนเงินบาทก็ได้เงินบาทลดน้อยลง แต่ขณะเดียวกัน เมื่อสินค้าทุนที่ต้องใช้ก็คืออาจจะเปึนวัตถุดิบหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เปึนสินค้าที่ต้องซื้อ จากต่างประเทศ อํานาจซื้อของเราที่แข็งมากขึ้นเนื่องจากค่าของเงินบาทสูงขึ้นก็ทําให้เขา ซื้อสินค้าได้ในราคาที่ต่ําลงเช่นเดียวกัน หักลบกันก็ทําให้อาจจะมีส่วนที่ยังมีความเสี่ยง หรือมีผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นนั้นอยู่เพียงไม่มาก อาจจะสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรืออย่างมากก็ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนตรงนั้นเขาก็มีกําลังเพียงพอที่จะไปบริหารความเสี่ยงได้ ด้วยการซื้อประกันตามที่ท่านได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่ แต่ประเด็นปัญหาของผู้ประกอบการ ขนาดเล็กก็คือเขาไม่ค่อยสามารถที่จะประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนได้ เนื่องจาก ต้นทุนค่อนข้างสูงแล้วก็สถาบันการเงินก็อาจจะเรียกหลักประกัน ซึ่งทําให้มีผลกระทบ ต่อสภาพคล่องของเขา ประเด็นนี้ทางกระทรวงการคลังคิดว่าในส่วนของสถาบันการเงิน ของรัฐบาลน่าที่จะมีบทบาทที่จะเข้ามาดูแลได้ และผมก็ได้ออกคําสั่งไปแล้วให้กับ ทั้งธนาคารเพื่อการส่งออกคือเอ็กซิม (EXIM) และธนาคารเอสเอ็มอี (SME) ที่ดูแลอุตสาหกรรม ขนาดย่อม ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ให้มีมาตรการในการที่จะเข้ามาจัดสรรให้มีสภาพคล่อง มีวงเงินเพื่อที่จะให้ผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง ที่มีประสงค์อยากที่จะซื้อประกัน ความเสี่ยง อัตราแลกเปลี่ยนสามารถที่จะดําเนินการได้โดยไม่มีผลกระทบต่อสภาพคล่อง ของเขามากเกินไป นอกจากนั้นมาตรการอื่น ๆ ความจริงก็ได้ตอบไปแล้วอยู่ ๔-๕ มาตรการ ในช่วงของการตอบคําถามแรกของท่าน ก็คาดว่าในส่วนของกระทรวงการคลังเอง ก็คงที่จะติดตามอย่างใกล้ชิด แล้วก็ถึงแม้ว่าบทบาทหน้าที่โดยตรงในเรื่องของการดูแล อัตราแลกเปลี่ยนของแบงก์ชาติก็ตาม ผลกระทบต่อเศรษฐกิจเปึนภาระหน้าที่ของ กระทรวงการคลังที่จะต้องดูแล เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องกังวลถึงแม้ว่าเราไม่ได้มีภาระหน้าที่ ในการที่จะกํากับดูแลอัตราแลกเปลี่ยนก็ตาม แต่ว่าเรามีหน้าที่ที่จะต้องคอยติดตามผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อภาคธุรกิจหรือเศรษฐกิจโดยรวม แล้วก็จะต้องกําหนดมาตรการที่จะเข้ามา ช่วยเหลือทั้งภาคผู้ประกอบการแล้วก็ภาคประชาชน ขอบคุณครับ