สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๖ กันยายน ๒๕๕๓

ศุภชัย โพธิ์สุ เสนอ พ.ร.บ. กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย และส่งเสริมอาชีพเกษตรกรให้มีความอยู่ดีกินดีขึ้น โดยให้กรมการเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ และกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งเกษตรกร 8 คน โดยจะต้องเป็นเกษตรกร 100 เปอร์เซ็นต์

นายศุภชัย โพธิ์สุ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณากฎหมายฉบับนี้นะครับ ก่อนอื่นนั้นผมต้องขอกราบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่กรุณาได้ให้ความสนใจ ในร่าง พ.ร.บ. กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ซึ่งจะมีผลเกี่ยวข้องในการที่จะไปช่วยส่งเสริม สนับสนุน แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ได้รับภัยพิบัติหรือผู้ต้องการที่จะสร้างอาชีพใหม่ เพื่อที่จะให้เกิดความอยู่ดีกินดีกับพี่น้องเกษตรกร ผมต้องขอขอบคุณแทนพี่น้องเกษตรกร ทั้งประเทศที่พี่น้องเราได้แสดงความเปึนห่วงเปึนใยในหลาย ๆ เรื่องหลาย ๆ ประเด็น ซึ่งกระผมเองก็เข้าใจครับ แล้วอยากจะเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าผมเองทั้งในฐานะ ที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะที่เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มาจากเกษตรกร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ก็มีความเปึนห่วงเปึนใยในพี่น้องเกษตรกรไม่แพ้ กับพวกท่านทั้งหลาย ผมเรียนว่าหลาย ๆ ท่านที่ได้อภิปรายมาเสนอความเห็นมานั้น ผมเห็นด้วย เห็นด้วยในเจตนารมณ์ เห็นด้วยในความคิดเห็นของพวกท่านที่อยากจะให้ พี่น้องเกษตรกรมีส่วนร่วม โดยเฉพาะในมาตรา ๑๒ นี้ผมเรียนกับท่านที่เคารพว่า มาตรา ๑๒ เปึนหัวใจจริง ๆ และในคณะกรรมาธิการได้พิจารณาเรื่องนี้กัน ได้พูดถึงเรื่องนี้กันตั้งแต่ วันแรกที่มีการสนทนาธรรมก่อนที่จะลงในรายละเอียดด้วยซ้ําไป คือก็มีการพูดคุยกัน มีการถกเถียงกัน มีการแสดงความคิดความเห็นร่วมกันมากมายตั้งแต่วันแรกจนกระทั่ง มีการโหวตคือวันสุดท้าย ตกผลึกพอสมควรแล้ว ผมอยากจะเรียนกับท่านที่เคารพ วันนั้น เกือบจะวันสุดท้ายแล้ว ตกผลึกกันแล้ว ได้มีการพูดถึงโครงสร้างของคณะกรรมการ โดยละเอียดอย่างที่ท่านกรรมาธิการผ่องศรี ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านได้ชี้แจงไปแล้วว่า ทําไมต้องมีปลัดกระทรวง ทําไมต้องมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของแต่ละกระทรวงที่มาเกี่ยวข้อง ก็ต้องเรียนว่ากองทุนสงเคราะห์เกษตรกร เจตนารมณ์นั้นเพื่อต้องการที่จะช่วยสงเคราะห์ เกษตรกรที่ได้รับความเสียหายนั่นคือส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเราต้องการส่งเสริมอาชีพ พี่น้องเกษตรกรให้มีความอยู่ดีกินดีขึ้น และอยากให้ท่านเข้าใจในเจตนารมณ์ว่ารัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อก่อนนั้นกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรนี้สังกัด อยู่ในกระทรวงการคลัง แต่กระทรวงการคลังเห็นว่าภารกิจในการดูแลเกษตรกรนั้น อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉะนั้นรัฐบาลจึงให้ทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการยกร่างปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ใหม่ อยากจะให้ ท่านเข้าใจว่ากองทุนสงเคราะห์เกษตรกรนั้นจะต้องเปึนเครื่องมือที่สําคัญของรัฐบาล และต้องเปึนเครื่องมือที่สําคัญโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาเพื่อที่จะช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร และนอกจากนั้นเงินส่วนนี้ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จะเปึนเงินทุนหมุนเวียนในการที่จะช่วยเหลือเกษตรกร ฉะนั้นทําอย่างไรเงินส่วนนี้ จะลงไปถึงพี่น้องเกษตรกรตามความเดือดร้อนที่มีข้อมูลที่ชัดเจน เริ่มต้นนั้นจะต้องดูแลเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนมีปัญหา แล้วความเดือดร้อนตรงนั้น เราจะดูจากไหน หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ว่าจะเปึนกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย แล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตรก็มีส่วนเกี่ยวข้อง ในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้จะมีความสําคัญในการที่จะ ดูแลข้อมูลและมีส่วนสําคัญในการพิจารณาข้อมูลเบื้องต้น เพราะต้องยอมรับว่ากองทุน ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรนั้นมีมากมายเหลือเกิน ถ้าจําไม่ผิดจะมีประมาณทั้งหมด ไม่น้อยกว่า ๑๑ กองทุน ทุกส่วนจะลงไปที่เกษตรกรหมด ฉะนั้นการที่มีข้าราชการ ของแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับประชาชน ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง อะไรที่ต้องเข้ามาดูแลในส่วนนี้ก็จะเปึนส่วนนั้นในการตรวจสอบ ความเดือดร้อนและปัญหาของพี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริง และในขณะเดียวกัน การช่วยเหลือลงไปจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรก็จะไม่มีโอกาสที่จะไปซ้ําซ้อน กับกองทุนอื่น ๆ ที่ไปช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว นั่นคือส่วนหนึ่ง

อีกส่วนหนึ่งอยากจะเรียนกับท่านที่เคารพว่าคณะกรรมาธิการไม่ได้ละเลย ปัญหาการมีส่วนร่วมของตัวแทนเกษตรกรโดยเฉพาะ ๒ ตําแหน่งที่พวกท่านทั้งหลายได้ พูดถึงนั้น ผมเองก็มองเห็นปัญหาและความสําคัญเช่นกัน ถ้าพูดถึงในส่วนลึกความเข้าใจ ความรู้สึกจริง ๆ ของผมในฐานะเปึนเกษตรกร ผมก็คิดไม่ต่างจากท่านผู้มีเกียรติหลาย ๆ ท่าน ที่ได้แสดงความคิดเห็นแล้ว แต่อยากให้ท่านเข้าใจว่าการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ เปึนการพิจารณาโดยอิสระไม่มีการสั่งการจากใครทั้งนั้น แม้แต่รัฐบาลก็ไม่ได้สั่งการ กรรมาธิการหลายท่านถามผมว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีธงอะไรมาไหม ผมบอก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่มีธงอะไรมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ผมมาเปึนกรรมาธิการด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ไม่ได้มอบหมายธงอะไรมาว่าต้องเอาอย่างนั้นต้องเอาอย่างนี้ แต่ทุกอย่างให้เอาตาม ความคิดเห็นเสียงส่วนมากของคณะกรรมาธิการ ผมอยากจะเรียนให้ท่านทราบว่า ในวันลงมติมีกรรมาธิการมาร่วมประชุมทั้งหมด ๒๔ ท่าน จริง ๆ กรรมาธิการมีทั้งหมด ๓๖ ท่าน ซึ่งก็ต้องขออภัยที่อาจจะต้องเอ่ยนาม ท่านกรรมาธิการบางท่าน อย่างท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านก็มาร่วมประชุมด้วยและบรรยากาศ ในที่ประชุมนั้นมีการอภิปรายกันมีการแสดงความคิดความเห็นร่วมกัน วันนั้นบรรยากาศดีมาก จนกระทั่งตกผลึกมีบางท่านที่มีความเห็นว่าไม่น่าจะตัด เหตุผลที่กรรมาธิการเสียงข้างมากเขาให้ ตอนแรกผมก็เห็นด้วยกับท่านอุบลศักดิ์ ขออภัยเอ่ยนามท่าน แต่กรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้ให้เหตุผลว่า องค์กรเกษตรกรมีมากมายทั่วประเทศและมีการจัดตั้งกันเปึนกลุ่มเกษตรกร เปึนองค์กรเกษตรกรเกิดขึ้นใหม่ ๆ เรื่อย ๆ แม้แต่สภาเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งพวกเราในอดีต ก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีสภาเกษตรกรแห่งชาติเกิดขึ้นก็ยังต้องมีเกิดขึ้น เพียงแต่ว่ากฎหมาย ยังไม่เรียบร้อยจึงไม่สามารถที่จะบังคับใช้ นอกจากนั้นแล้ววิสาหกิจชุมชนละครับ กลุ่มเกษตรกร อื่น ๆ ละครับ และในอนาคตเราก็คาดไม่ถึงว่าจะมีกลุ่มเกษตรกรเกิดขึ้นมากมายหลากหลาย อีกสักกี่องค์กร กรรมาธิการเสียงข้างมากก็เลยมีความเห็นว่าทําไมเราจะต้องมาระบุแค่ ๒ องค์กรนี้เท่านั้น ยอมรับว่ากลุ่มเกษตรกรกลางแห่งประเทศไทยของท่านอุบลศักดิ์ ก็มีความสําคัญ ประธานชุมนุมสหกรณ์การเกษตรก็มีความสําคัญ แต่องค์กรอื่น ๆ ของเกษตรกรที่เกิดขึ้นก็มีความสําคัญไม่ได้ด้อยกว่ากัน ฉะนั้นกรรมาธิการเสียงข้างมาก จึงมีความเห็นว่าอย่ากระนั้นเลยแทนที่จะไประบุแค่ ๑ องค์กร ๒ องค์กร ๓ องค์กร เราให้โอกาส เป่ดกว้างเอาไว้ เดี๋ยวผมให้ข้อมูลยังไม่เสร็จ วันนั้นมีการประชุมกันตอนที่มีการคุยกัน ปรึกษาหารือกันจนจะจบแล้ว ตอนลงมติมีกรรมาธิการทั้งหมดนั่งอยู่ในห้องประชุม ๑๙ ท่าน ในจํานวน ๑๙ ท่าน ลงความเห็นเห็นชอบ ๑๗ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๑ ท่าน งดออกเสียง ผมจําได้ว่าที่งดออกเสียงคือผม เพราะผมนั่งเปึนประธาน ฉะนั้นเสียงข้างมากทั้ง ๑๗ เสียง ในจํานวน ๑๙ เสียงให้ตัดองค์กร ๒ องค์กรนี้ออก แต่ว่าพอตัดออกแล้วไม่ใช่ว่าทิ้งไปเลย ไม่ใช่ว่าไม่ให้ความสําคัญ ก็มาเขียนต่ออย่างที่ท่านอาจารย์ผ่องศรีหรือคุณสรชาติ กรรมาธิการทั้ง ๒ ท่าน ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็ได้ระบุลงไปแล้วว่าให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งจากเกษตรกรจํานวน ๘ คน ระบุชัดเจนรัฐต้องแต่งตั้งจากเกษตรกรจํานวน ๘ คน หลายท่านสงสัยว่าไม่ตั้งเกษตรกรจะไป ตั้งใครมา ท่านต้องไปดูคํานิยามคําว่าเกษตรกร หมายถึงใคร ชัดเจนอยู่แล้วมันบังคับด้วย คํานิยามของเกษตรกร บังคับด้วยกฎหมายหลาย ๆ มาตราอยู่แล้ว ฉะนั้นท่านไม่ต้องห่วงครับว่า ๘ คน ซึ่งเปึนผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการเกษตรเปึนเกษตรกร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๘ คน จะไปตั้งจากหน่วยงานอื่นหรือองค์กรอื่นหรือคนที่ประกอบอาชีพอย่างอื่นเปึนไปไม่ได้เลย เพราะกฎหมายเขียนไว้ชัดเจน นอกจากนั้นกรรมาธิการยังเปึนห่วงกลัวว่าจะไปกระจุกตัว อยู่ที่ภาคใดภาคหนึ่งหรือส่วนใดส่วนหนึ่งก็ไปเขียนเอาไว้ว่า หลักเกณฑ์และวิธีการ ในการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง ให้เปึนไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กําหนด การออกระเบียบตามวรรคสองให้คํานึงถึงผู้แทน องค์กรเกษตรกรและเกษตรกร โดยกระจายตามภูมิภาคและสาขาอาชีพ เพื่อต้องการ ไม่ให้รัฐมนตรีว่าการไปใช้ดุลยพินิจหรือว่าคณะกรรมการในการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิจะไป คัดเลือกเอาเกษตรกรกระจุกตัวอยู่อาชีพใดอาชีพหนึ่ง ภาคใดภาคหนึ่งเราก็เขียนไว้ ในกฎหมายว่า ให้คํานึงถึงผู้แทนองค์กรเกษตรกรและเกษตรกร โดยกระจายไปตามภูมิภาค และสาขาอาชีพ นี่เปึนการเป่ดกว้างเอาไว้ แต่ในขณะเดียวกันให้เปึนไปโดยหลากหลาย แล้วก็กระจายไปตามภูมิภาค ส่วนเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการในการแต่งตั้งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งนั้นนะครับ วันนั้นคณะกรรมาธิการก็ถกกันในเรื่องนี้จนกระทั่ง ได้มอบหมายในที่ประชุมนะครับ ได้มอบหมายให้ท่านพิเชษฐ์ ขออภัยท่านด้วยครับ ได้มอบหมาย ให้ท่านกรรมาธิการพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นี่ละครับ กับท่านพีระเพชร ศิริกุล ๒ ท่านนี้ ไปยกร่างหลักเกณฑ์ในการที่จะกําหนดคุณสมบัติของผู้ทรงคุณวุฒิที่จะไปให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นําไปเปึนหลักเกณฑ์ในการคัดสรรผู้ทรงคุณวุฒิมา ไม่ทราบว่า ขณะนี้ท่านพิเชษฐ์ยังจําได้ไหมมอบหมายให้ท่านวันนั้นยังไม่ส่งการบ้านเลยนะครับ และจําได้บรรยากาศวันนั้นท่านพิเชษฐ์ก็เห็นด้วยนะครับ จนกระทั่งได้มอบหมายให้ท่านไป เปึนคนไปยกร่างหลักเกณฑ์ในการที่จะคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิมา ฉะนั้นเรียนกับท่านที่เคารพว่า ขอให้ท่านสบายใจได้ครับ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดยเฉพาะมาตรา ๑๒ นี้ ไม่มีวาระซ่อนเร้นใด ๆ ผมเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็มาจากเกษตรกรแท้ ๆ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มาถึงวันนี้ถึงแม้จะมานั่งอยู่ตรงนี้ผมก็ยังเปึน เกษตรกรครับ ยืนยันกับท่านได้ว่าขอให้ท่านสบายใจ เพราะว่ากรรมาธิการได้พิจารณา เรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบแล้ว ฉะนั้นกรรมาธิการขอยืนยันในร่างเดิมครับ