อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาจากการประกันรายได้ โดยชี้แจงว่าเกษตรกรที่ถูกบังคับใช้สิทธิในช่วงไม่มีการชดเชยสามารถใช้สิทธิย้อนหลังได้ และเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการแทรกแซงตลาดข้าว
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอกราบเรียนชี้แจงเพื่อนสมาชิกซึ่งต้อง ขอขอบคุณที่มีความเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรซึ่งประสบกับปัญหาอยู่ในบางพื้นที่ในขณะนี้ กราบเรียนว่าในส่วนของการแก้ปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ผมอยากจะแยกออกเป็น ๒ ช่วง
ช่วงแรก ก็คือยังมีเกษตรกรซึ่งมีปัญหากับโครงการการประกันรายได้ ในรอบแรก ซึ่งตกหล่นไปจากการที่เข้าใจคลาดเคลื่อนกันเกี่ยวกับเรื่องของวัน เวลา ในการใช้สิทธิ แล้วก็นําไปสู่ปัญหาว่าไม่ได้รับส่วนต่างชดเชย ซึ่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเป็นหลักการเพื่อที่จะได้ปิดในเรื่องของรอบที่ ๑ ว่า สําหรับเกษตรกร ในทุกพื้นที่ที่ถูกบังคับใช้สิทธิในช่วงซึ่งไม่มีการชดเชยก็สามารถที่จะใช้สิทธิย้อนหลัง กลับไปในช่วงสุดท้ายที่มีการชดเชยได้ เพราะฉะนั้นข้าวบางประเภทก็จะเป็นช่วง ๑-๑๕ ธันวาคม บางประเภทก็จะเป็น ๑๖-๓๐ พฤศจิกายน บางประเภทก็จะเป็น ๑-๑๕ พฤศจิกายน จะไม่มีกลุ่มที่ตกหล่นต่อไปแล้ว
ช่วงที่สอง ก็คงจะต้องถือว่าเป็นรอบที่ ๒ ในรอบที่ ๒ นี้โดยทั่ว ๆ ไปขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนของการที่จะมีการขึ้นทะเบียนรับรองสิทธิแล้วก็ทําสัญญา ซึ่งวันนี้ก็มี การประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวอีกครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ เพื่อที่จะเร่งรัดแล้วก็ปรับวิธีการ ต่าง ๆ เพื่อที่จะนําไปสู่การดําเนินการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่เข้าใจว่าพื้นที่ของ ท่านสมาชิกที่สอบถามกระทู้ถาม ซึ่งมาจากจังหวัดพิษณุโลกก็คงจะเช่นเดียวกับ ในพื้นที่อื่น ๆ เช่น ที่จังหวัดสุโขทัย จังหวัดชัยนาท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสุพรรณบุรี เริ่มมีปัญหาก็คือมีเกษตรกรซึ่งเริ่มเพาะปลูกไปเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน แล้วก็ ข้าวออกมาแล้วในช่วงประมาณ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ปรากฏว่าในช่วงประมาณ สัปดาห์เศษ ๆ ที่ผ่านมานั้นเกิดปัญหาความผันผวนในตลาดข้าว สืบเนื่องมาจาก ความสับสนเกี่ยวกับข่าวสารในเรื่องของการระบายข้าวในสต็อก (Stock) ของรัฐบาล ส่งผลให้ราคาที่มีการซื้อขายจริงตํ่ากว่าราคาอ้างอิง ซึ่งโดยปกติแล้วทางกระทรวงพาณิชย์ จะได้ดําเนินการในการเข้าไปแทรกแซง แต่ว่าในช่วงประมาณวันที่ ๑๒ วันที่ ๑๓ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่ดําเนินการกันไม่ทัน แต่ขณะนี้คณะรัฐมนตรีมีมติเรียบร้อย แล้วว่าให้กระทรวงพาณิชย์นั้นเร่งดําเนินการในเรื่องของมาตรการแทรกแซงมาตรการ ที่เราจะใช้คําว่า ตั้งโต๊ะซื้อ ซึ่งหลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติไปแล้ว ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ มีความพร้อมที่จะเปิดจุดรับซื้อในวันศุกร์คือวันพรุ่งนี้ จะมีที่จังหวัดสุโขทัย ๒ จุด จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑ จุด จังหวัดชัยนาท ๒ จุด แล้วก็ จังหวัดพิษณุโลกขณะนี้กําลังอยู่ในระหว่างการที่จะกําหนดจุดให้ชัดเจน เนื่องจากว่า ยังมีปัญหาในเรื่องของโรงสีที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนว่า ในทุกพื้นที่ขณะนี้ตั้งแต่วันที่ ๒๖ คือวันพรุ่งนี้เป็นต้นไปกระทรวงพาณิชย์จะเข้าไป ดําเนินการแทรกแซง สําหรับพี่น้องเกษตรกรซึ่งประสบกับปัญหาในช่วงที่ยังไม่ได้ มีการดําเนินการ ผมได้มีโอกาสพบกับตัวแทนของเกษตรกรบางส่วน ขณะนี้จะขอให้ท่าน ได้มีการดําเนินการรวบรวมข้อมูลกัน ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าเกษตรกรที่ประสบกับปัญหานั้นมีหลักฐาน การซื้อขายในช่วงระยะเวลาดังกล่าวนั้นเป็นใคร ที่ไหน ปริมาณข้าวเท่าไร แล้วก็ที่สําคัญ ก็คือว่าจะต้องอยู่ในระบบของการประกันรายได้ของรัฐบาล เพราะฉะนั้นเมื่อสํารวจ ตรงนั้นเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วเราจะมาพิจารณาถึงมาตรการเยียวยาอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจาก ขณะนี้ยังมีความไม่ชัดเจนในเรื่องของตัวเลขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในช่วงนั้น ส่วนเกษตรกรที่จะเข้ามาในเรื่องของการใช้ประโยชน์จากมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ ผมขอถือโอกาสประชาสัมพันธ์ผ่านเพื่อนสมาชิกไปด้วยนะครับว่าในการที่จะนําข้าว มาขายนั้นขอให้นําใบรับรองเกษตรกรที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกติดตัว มาด้วยนะครับ เพราะว่าจะได้เป็นไปตามเกณฑ์ที่เราได้กําหนดเอาไว้ว่าการแทรกแซงนี้ จะเป็นการแทรกแซงเพื่อพี่น้องเกษตรกรซึ่งมาเข้าร่วมในโครงการประกัน จะทําให้ โครงการประกันรายได้นั้นสามารถดําเนินการต่อไปได้ สําหรับรายละเอียดเกี่ยวกับจุด ของการรับซื้อ แล้วก็ปริมาณข้าวซึ่งมีการคาดการณ์ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องที่จะออกสู่ตลาด เดี๋ยวอีกสักครู่ผมจะให้ทางเจ้าหน้าที่ได้สําเนาส่งให้กับ ส.ส. ที่อยู่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ทุกพื้นที่ให้ครบถ้วนครับ