สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

ธีระ สลักเพชร หารือเรื่องแหล่งโบราณคดีในจังหวัดตรัง และขอให้กรมศิลปากรดำเนินการสำรวจและอนุรักษ์ รวมถึงประสานงานกับองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำผุดในการดำเนินการ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ

นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดตรัง ผู้ตั้งกระทู้ถาม ผมต้องชื่นชมคุณหมอสุกิจที่ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้แล้วก็เรื่องราวที่ท่านนํามาถาม ในวันนี้ได้มีการเตรียมตัวมาอย่างดีเลย พร้อมภาพวีดิทัศน์ ซึ่งจะทําให้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่อยู่ ณ ห้องประชุมนี้จะทราบที่มาที่ไปของเรื่องนี้ สําหรับเรื่องนี้ผมได้รับ รายงานจากกรมศิลปากรตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วแล้วนะครับ ที่มีข่าวออกมา แล้วก็ทางสํานักงานศิลปากรเขตที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งก็รับผิดชอบจังหวัดตรังได้ลงไปสํารวจ เมื่อเดือนพฤศจิกายนเมื่อปลายปีที่แล้ว การไปครั้งแรกของเขาที่เขาไปสํารวจพบเพียงแค่ กระดูกสัตว์กับเปลือกหอย ไม่พบภาชนะดินเผา ไม่พบกระดูกมนุษย์ แต่ว่าจากการศึกษา ของเขา เขายืนยันได้ว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่ชั่วคราวก่อนประวัติศาสตร์มีอายุประมาณ ๔,๐๐๐ ปีในถํ้าเขาโหรงที่ท่านสุกิจได้นําเรียนที่ประชุมเมื่อสักครู่ ต่อมาต้นเดือนมกราคม ก็ได้รับรายงานว่ามีชาวบ้านไปขุดพบอีก เที่ยวนี้ไปพบกระดูกมนุษย์แล้วก็เศษภาชนะดินเผา เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรก็ไปสํารวจเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๓ ครั้งแรกก็ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ แล้ วก็ทําหนังสือตอบกลับไป ที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อให้แจ้งไปที่องค์การบริหารส่วนตําบลนํ้าผุด สํานักงานวัฒนธรรมจังหวัดตรังก็ได้ตอบหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร การไปสํารวจ อีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม เที่ยวนี้ที่ผมนําเรียนแล้วนะครับ พบกะโหลกศีรษะและ ชิ้นส่วนของกระดูก สิ่งที่เขาสรุปจากการไปศึกษาครั้งที่ ๒ เป็นที่น่าสนใจตรงที่ว่ากระดูก ที่ท่านนายแพทย์สุกิจได้มีภาพวีดิทัศน์เมื่อสักครู่ที่ไปกองรวมกัน เขาบอกว่าเป็นพิธีกรรม ที่เรียกว่า การฝังศพครั้งที่ ๒ คือการขุดโครงกระดูกที่ถูกฝังไว้นําขึ้นมารวมกันแล้วก็ นํากลับไปฝังใหม่อีกครั้งหนึ่ง จึงทําให้เราพบกระดูกมีลักษณะกองรวมกันอยู่ติดกับผนังถํ้า แล้วก็สิ่งที่ยืนยันตรงกับคุณหมอสุกิจคือพบขวานหินขัดแบบมีบ่าจํานวน ๑ ชิ้น ที่คุณหมอ นํามาให้เมื่อสักครู่ที่หล่นมาจากฟ้ำเขาเรียกว่า ขวานหินขัดแบบมีบ่า เขาพบในธารนํ้าใกล้ ๆ ถํ้าเขาโหรง แล้วก็จากภาพที่พบที่ประมวลทั้งหมดเขาสรุปเลยนะครับว่ามีมนุษย์เคยอาศัย หรือทํากิจกรรมอยู่ในถํ้าแห่งนี้ในยุคหินใหม่ มีอายุประมาณ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ปีมาแล้ว เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ สําหรับคําถามที่ ๒ ที่นายแพทย์สุกิจถามว่า และเราจะ ทําอะไรต่อไปกับตรงนั้น ทางเจ้าหน้าที่ที่เขาเชี่ยวชาญด้านนี้เขาให้แนวคิดว่าถํ้าเขาโหรง เป็นถํ้าขนาดเล็ก แล้วก็มีการขุดค้นจนยับเยินหมดแล้วครับ เราไปรบกวนมากจนเกินไป ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องขอบคุณทางนายแพทย์สุกิจที่เข้าไปประสานความร่วมมือกับ พี่น้องประชาชนในตรงจุดนั้นแต่ว่ามันมีบริเวณใกล้เคียงเมื่อสักครู่คุณหมอไม่ได้เอ่ยถึงนะครับ ชื่อเขาหลักจันทร์ เขาหลักจันทร์เป็นลักษณะคล้าย ๆ เขาโหรง อยู่ใกล้ ๆ กัน พบว่า เป็นแหล่งโบราณคดีเช่นกัน แล้วก็อยู่ในพื้นที่ที่ใกล้เคียงกันเลย และลักษณะของ ประวัติศาสตร์ก็ใกล้เคียงกัน เคยมีมนุษย์อาศัยมาก่อน เป็นมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราจะสํารวจแหล่งโบราณคดีบริเวณเขาโหรง ใกล้ ๆ เขาโหรง ซึ่งยังไม่ถูกรบกวนมากนัก น่าจะได้หลักฐานทางโบราณคดีที่สมบูรณ์มากกว่า ที่ถํ้าเขาโหรง ดังนั้นทางกรมศิลปากรจึงมีแผนการที่ดําเนินการดังนี้

ข้อแรก เราจะขุดกะโหลกศีรษะและชิ้นส่วนของมนุษย์ที่ชาวบ้านพบ ขึ้นมาศึกษาทางด้านมานุษยวิทยา ทางกายภาพ ในการขุดนํากระดูกขึ้นมานั้น ทางกรมศิลปากรต้องประสานกับทาง อบต. นํ้าผุด ซึ่งเขาเป็นผู้ดูแลพื้นที่ตรงนั้น

ข้อสอง ทางกระทรวงโดยกรมศิลปากรจะสํารวจพื้นที่เขาโหรง อย่างละเอียดเลย โดยจะทําร่วมกับทาง อบต. นํ้าผุด เพื่อหาแหล่งโบราณคดีที่สมบูรณ์ ในบริเวณใกล้ ๆ เขาโหรง ซึ่งผมพูดถึงเขาหลักจันทร์จะเป็ นพื้นที่ที่น่าสนใจทีเดียว ถ้าหากว่าพบว่าแหล่งโบราณคดีตรงนี้มีศักยภาพจริง ๆ การอนุรักษ์ การพัฒนาให้เป็น แหล่งเรียนรู้ พัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และผมคิดว่าตรงนั้นจะเป็น แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามด้วย กล่าวโดยรวมคือจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงและของรัฐบาล เรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์นี่นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกระทรวงมีนโยบายวัฒนธรรม สรรค์สร้าง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ถ้าหากว่ามีการศึกษาแล้วพบว่าเป็น แหล่งโบราณคดีที่มีศักยภาพจริง ๆ ทางกรมศิลปากรต้องร่วมกับจังหวัดตรัง ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตําบลนํ้าผุด ประสานความร่วมมือกันในการตั้งงบประมาณเพื่อจะ ลงไปสํารวจแล้วก็พัฒนาให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งเรื่องนี้จะตอบสนองต่อสังคมและ ประเทศชาติในที่สุด และผมเรียนยํ้าตรงนี้นะครับว่าฝากไปถึงพื้นที่ที่จังหวัดอื่นทั่วประเทศ ด้วยครับว่า กรณีที่พี่น้องประชาชนเขาเข้าไปพบแหล่งโบราณคดีแบบนี้ กรณีของเขาโหรง เป็นกรณีศึกษากรณีหนึ่ง แต่ความจริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ก่อนหน้านี้เราก็เคยเจอ ที่หลาย ๆ แห่งทั่วประเทศ คือชาวบ้านด้วยความที่เขาไปพบเขาก็ดีใจ เขาก็สนใจ เขามี การขุดค้นกันแล้วก็ไปทําลายแหล่งโบราณคดี ทําลายศิลปวัตถุ โบราณวัตถุซึ่งเป็นเรื่องที่ น่าเสียดาย ก็ต้องใช้โอกาสนี้ประชาสัมพันธ์นะครับว่า เขาผิดกฎหมายด้วย ตามพระราชบัญญัติที่กรมศิลปากรดูแลอยู่ในเรื่องของแหล่งโบราณคดีนะครับ ถ้ามีการประชาสัมพันธ์กันว่าอย่าไปรบกวน พอได้รับเบาะแสสิ่งเหล่านี้แล้วรีบแจ้งมาให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมศิลปากรจะมีสํานักงานศิลปากรเขต อยู่ทั่วประเทศ ๑๕ แห่ง เราจะดูแลพื้นที่ครอบคลุมครบทุกจังหวัดในประเทศไทย เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าพบเรื่องเหล่านี้แล้วประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใกล้ที่สุดคือ อบต. นะครับ ประสานกับวัฒนธรรมจังหวัด ทางสํานักงานวัฒนธรรมจังหวัดจะประสานไป ที่สํานักงานศิลปากรเขตที่รับผิดชอบจังหวัดนั้น ๆ สําหรับเรื่องนี้ผมต้องกราบขอบพระคุณ นายแพทย์สุกิจอีกครั้งหนึ่งที่ให้ความสําคัญเรื่องนี้แล้วก็เข้าไปดูแลประสานหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ถ้าหากว่าเป็นไปตามที่กรมศิลปากรเขาได้ให้นักวิชาการลงไปศึกษาแล้ว ถ้าเป็นไปตามนั้นว่าเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ปี ตรงนั้นจะเป็น แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจทีเดียวครับ