สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓

สถาพร มณีรัตน์ หารือเรื่องความมั่นคงและปัญหาการบริหารจัดการงบประมาณ โดยวิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณของกรมตำรวจและสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และเรียกร้องการสนับสนุนให้ตั้งสหภาพข้าราชการเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของข้าราชการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปิดช่องทีวีและความไม่เท่าเทียมกันในการบังคับใช้กฎหมาย

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ผมกําลังอภิปรายท่านอย่าตัดบท ผมว่า ด้วยความมั่นคง วันนี้ความมั่นคงมีอยู่ ๒ มิติ มิติคือไม่เห็นกับรัฐบังคับใช้กฎหมาย อย่างจริงจัง เอาผ้าแดงโพกหัวถ้าเปึนสมัยโบราณนี่ตัดคอเลยนะครับ ถือว่ากระทบ กับความมั่นคงถึงขั้นยกปัายหนี แปลกครับ มิติของความมั่นคงซึ่งใช้งบทั้งหมด ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านบังคับใช้กับอีกกลุ่มหนึ่ง แต่อีกกลุ่มหนึ่งเปึนอภิสิทธิ์ชนครับ เดินขบวนเอาเครื่องเสียงมาเป่ดเจ้าหน้าที่ไปตะเบ๊ะด้วยครับ เคารพด้วย นี่คือไม่มีมาตรฐาน บางทีผู้บริหารกลับไปเจรจาด้วยครับ จัดเวทีให้เรียบร้อย นี่มันเกิดความเคลือบแคลงใจ กันแล้ว เพราะฉะนั้นมิติความมั่นคงถึงปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธานที่เคารพ เพราะท่านนิยามคําว่า ความมั่นคง นั้นนิยามให้กับผู้มีอํานาจอย่างเดียว ความคิดเห็น ต่างไม่ได้ในบ้านในเมืองนี้ต้องจับติดคุก ต้องผิด พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แต่อีกกลุ่มหนึ่งเจ้าหน้าที่ บ้านเมืองตะเบ๊ะโบกให้เรียบร้อย มันเกิดอะไรขึ้นครับ ท่านประธานไม่ฉุกใจบ้างหรือครับ ท่านกรรมาธิการไม่ฉุกใจบ้างหรือครับว่าเอาเงินไป ๘,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมต้องใช้ ๒ มาตรฐาน ผมปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์

อย่างที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพ กรมประชาสัมพันธ์ ท่านประธานยุคนี้ สงครามสื่อมันเกิด ทีวีอีกฝ์ายหนึ่งฟรีทีวี อีกฝ์ายหนึ่งป่ดหมด ญาติพี่น้องผมอยู่ทาง บ้านนอกคอกนาเดี๋ยวนี้ติดจานดาวเทียมนะครับ พอทีวีถูกป่ดความดันขึ้น เบาหวานขึ้น เครียด บางคนเครียดแล้วเสียชีวิตบ่อยมาก ผมต้องไปงานศพ ต้องไปวางหรีด รู้เลยว่า การเมืองกระทบกับความมั่นคงในวิถีชีวิตของเขา เขาเป่ดช่อง ๓ ก็เจอหน้าคนไม่ชอบ เป่ดช่อง ๕ ก็เจอหน้าคนไม่ชอบ เป่ดช่อง ๙ เจอหน้าคนไม่ชอบ พอมาเป่ดช่องหอยม่วง ยิ่งไปกันใหญ่ พอไปเป่ดช่องทีวีที่ตัวเองเปึนแฟน เปึนที่ติดตาติดใจกําลังจะมีความสุข จอดําเสียแล้ว เขาเครียดครับ สังคมบ้านเราท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการมันหมดยุค ที่จะป่ดกั้นสื่อ คุณยายบ้านผมอ่านหนังสือออกงู ๆ ปลา ๆ ให้ลูกหลานกดอินเทอร์เน็ต ให้อ่านข่าวจอคอมพิวเตอร์ให้ดู กดไม่เปึนนะครับ แต่เขาอ่านเปึน มันอย่างนั้นจริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นกรมประชาสัมพันธ์ ใครมีอํานาจวาสนาอย่าไปทําลายกรมประชาสัมพันธ์ อย่าไปทําลายขวัญกําลังใจ เจ้าหน้าที่ สื่อคือสื่อ วิจารณญาณของพี่น้องประชาชนเขารู้ครับ เขาเลือกสื่อครับ คนชอบเสื้อเหลืองก็ไปดูสื่อเสื้อเหลือง คนชอบเสื้อแดงก็ไปดูสื่อเสื้อแดง มันเปึนเสรีภาพ ทางความเชื่อครับ แล้วเขาก็มาประมวลกันครับ นี่เรากําลังป่ดฟัาด้วยฝ์ามือนะครับ ไปป่ดอีกข้างหนึ่ง แต่อีกข้างหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ ด่าเช้าด่าเย็น ด่าไม่พอกระทืบ ซ้ําอีก ยังไม่ป่ดเลยครับ แต่อีกฝ์ายหนึ่งออกมาวิพากษ์วิจารณ์เห็นด้วยกับ ๒ มาตรฐาน มีความเหลื่อมล้ําต่ําสูงในสังคมไทย มาชุมนุมประท้วง ถูกจับ ถูกกล่าวหาเปึนผู้ก่อการร้าย เปึนผู้สร้างความวุ่นวาย แล้วทีสื่อกรมประชาสัมพันธ์ละครับด่าฝ์ายตรงข้ามวันละ ๑๐๐ นาที ไม่เห็นเปึนผู้สร้างความวุ่นวายเลย ผมจึงตัดกรมประชาสัมพันธ์ ตัดด้วยความเคารพ ตัดด้วยความห่วงใย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน

ท่านประธานที่เคารพ นอกจากนั้นสํานักข่าวกรองแห่งชาติท่านประธาน วันนี้สํานักข่าวกรองแห่งชาติใช้เงินไป ๗๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานรู้ไหมครับ มันคุ้มไหมครับ การข่าวถูกเขาหลอกวันละ ๓ เวลา บางทีโต้ข่าวเพื่อกินเบี้ยเลี้ยงครับ โต้ข่าวว่าคนนั้นจะล้มเจ้า โต้ข่าวว่าจะมีวินาศกรรมตรงนี้ โต้ข่าวจนสับสนอลหม่านไปหมด มันไม่ใช่ข่าวกรอง นี่องค์กรโต้ข่าวครับ โต้ข่าว ท่านนายกรัฐมนตรีท่านไม่รู้นี่ครับ ท่านฝ์ายบริหารท่านไม่รู้นี่ พอมีข่าวมาตกใจประกาศภาวะฉุกเฉินเลย เพิ่มจังหวัดโน้น เพิ่มจังหวัดนี้โดยมีสํานักข่าวกรองแห่งชาติ บอกว่าจะมีการวินาศกรรม นี่มันทําให้ ฝ์ายบริหารตกใจขวัญอ่อนครับ เพราะฉะนั้นสํานักข่าวกรองแห่งชาติต้องเปลี่ยนระบบ การวิเคราะห์ข่าวกรองใหม่หมด ท่านโต้ข่าวเพื่อเอางบครับ ท่านกรรมาธิการ ผมกล่าวหาเลย โต้ข่าวนี่ดูข่าวแต่ละข่าวสิครับมันเปึนไปได้อย่างไรจะวินาศกรรม บางทีเห็นกล่องครับ เห็นกล่องของขวัญใครไม่รู้ลืมไว้ตกใจใหญ่เลย สํานักข่าวกรองแห่งชาติเขาบอกว่า จะมีวินาศกรรม เป่ดไปเป่ดมากลายเปึนว่าคนลืมครับ หัวเราะขําฟันหลุด พูดก็ไม่ออก บอกก็ไม่ถูกหายไปเฉย ๆ อย่างนั้นละครับ นี่คือข่าวกรอง มันเปึนสํานักโต้ข่าว ท่านต้อง ปรับเปลี่ยนทั้งหมด ผมตัดด้วยความมารยาทดี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ให้คุณไปเปลี่ยนระบบ ข่าวกรองเสียใหม่

ท่านประธานที่เคารพ สํานักงบประมาณครับที่อยู่ในการกํากับดูแล ของสํานักนายกรัฐมนตรี ผมบอกว่าสํานักงบประมาณจะต้องเปึนองค์กรกึ่งอิสระ ไม่ต้องขึ้นกับฝ์ายบริหาร มีหน้าที่ในการบริหารจัดการงบประมาณที่ผ่านสภาอย่างโปร่งใส วันนี้ถ้าใครไปสนิทชิดเชื้อกับสํานักงบประมาณบางคน ไม่ใช่ทั้งหมด บางคนท่านก็ได้งบ ไปลื่นไหลเหลือเกิน รูดปู๋ด ๆ อ้าย ส.ส. บ้านนอกที่มีความเดือดร้อน ชาวบ้านนี่มาหา สํานักงบประมาณตึกยังไปไม่ถูกเลยครับ ตึกไปไม่ถูก แต่บางคนซี้กับสํานักงบประมาณ บางคนนะครับ ไม่ใช่สํานักงบประมาณทั้งหมด งบมันลื่นไหลรูดปู๋ด ๆ ไปไวเหลือเกิน เพราะฉะนั้นสํานักงบประมาณอยู่อย่างนี้ไม่ได้ งบประมาณของประเทศเสียหาย องค์กร ของท่านต้องเขียนวิสัยทัศน์ใหม่หมด ต้องนําตัวเองไปสู่องค์กรอิสระเพื่อบริหารจัดการ งบภาษีของพี่น้องประชาชน ที่สูบบุหรี่ก็โดนภาษี กินเหล้าก็โดนภาษี เติมน้ํามันก็โดนภาษี ขายที่ก็โดนภาษี มีเมียก็โดนภาษี ต้องเอาใหม่หมด ต้องเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของสํานัก งบประมาณให้เปึนองค์กรอิสระกึ่งอิสระ เพื่อที่จะตัดกระบวนการอ้ายห้อยอ้ายโหน ที่ไปตีสนิทกับเจ้าหน้าที่สํานักงบประมาณบางคน มันจริง ๆ ท่านประธาน ผมดูสถิติแล้ว งบประมาณที่ดูว่า ส.ส. มันนกรู้ครับ สําลีตกที่สภายังได้ยินเสียงเลยครับ สําลีตก ยังได้ยินเสียงเลยมันเปึนมนุษย์พันธุ์วิเศษ เราสังเกตได้เลยครับ ถ้างบประมาณเปึนของใคร มีเส้นมีสายรูดปู๋ดผ่าน รูดปู๋ดผ่าน แต่ถ้าสํานักงบประมาณเห็นว่าผมฝ์ายค้าน สํานักงบประมาณมีเรื่องจะต้องเข้าตัวชี้วัด ถ้าเสนอมาต้องเข้าตัวชี้วัด ได้รับความเห็น มาหรือยัง เอกสารเปึนศอกกว่าจะอนุมัติ แต่บางคนบางแค่นี้ครับอนุมัติเรียบร้อย แสตมปีตราดําเนินการตามเสนอครับ นี่สํานักงบประมาณผมบอกเลยว่าต้องเปึน องค์กรกึ่งอิสระ ต้องเขียนวิสัยทัศน์ขององค์กรท่าน ผมไม่ตัดเลยสักบาทเดียว เพื่อให้ เขียนองค์กรใหม่ โชว์วิสัยทัศน์ แล้วถ้าป้หน้ายังไม่ทําผมตัด ๕๐ เปอร์เซ็นต์เลย ไม่ได้ขู่ แต่เขียนไว้เพื่อบันทึกไว้ว่าป้หน้าถ้าไม่มีวิสัยทัศน์สํานักงบประมาณในการบริหาร จัดการงบ ไม่มีตัวชี้วัด ไม่มีรูปแบบของการบริหารเงิน ๒.๒ ล้านล้านบาท ผมตัด ๕๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นการดําเนินกิจกรรมใด ๆ ก็แล้วแต่เปึนเรื่องที่เราจะต้องพูดจากันด้วยความเปึนจริงครับ ตรงไปตรงมา สํานักนายกรัฐมนตรีมีองค์กรกํากับดูแลอีกองค์กรหนึ่งครับ ก.พ.ร. หรือองค์กรกํากับ ข้าราชการพลเรือน ซึ่งเงินเดือนค่าจ้างสวัสดิการกินไปเกือบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของ สํานักงบประมาณแล้ว เปึนรายจ่ายประจํานี่ละครับ กินเงินเปึนรายจ่ายประจํา ทั้งค่าจ้างเงินเดือนเกือบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เงิน ๑๐๐ บาทเปึนค่าจ้างเงินเดือน เงินจ่ายประจํา ๖๐ บาทแล้ว เดี๋ยวให้ไปเถียงกันวันนี้ ๒๐ กว่าบาทเพื่อจะไปลงทุน เพื่อจะเอาไปสร้าง ถนนหนทาง ท่านประธานที่เคารพ ผมห่วงใยข้าราชการ ที่ผมมาสอบถามว่า ก.พ.ร. เรื่องของการตั้งสหภาพข้าราชการไปถึงไหน ทําไมผมต้องสอบถามครับ วันนี้ข้าราชการ ชั้นผู้น้อยเลื่อน ลด ปลด ย้าย ไม่ได้รับความเปึนธรรม คนทํางานก็ทํางานแทบตาย เพราะไม่มีเวลามาเลียกระโปกเจ้านาย คนขยันขันแข็งไปอยู่ชายแดน ไปโน่นไปนี่ครับ ผมเสียดายครับท่านประธาน ผมเสียดายว่าข้าราชการพันธุ์แท้คนที่ทุ่มเทเสียสละ จะเสียโอกาส ผมถึงสนับสนุนให้มีการตั้งสหภาพข้าราชการ วัตถุประสงค์ของการตั้ง สหภาพข้าราชการก็เพื่อที่จะปกปัองสิทธิประโยชน์ของข้าราชการที่ตั้งหน้าตั้งตาทํางาน สนองคุณแผ่นดิน สนองคุณเบื้องยุคลบาท จะได้ดิบได้ดีไม่ต้องมาสนองสอพลอผู้มีอํานาจ เปึนช่วง ๆ มันอย่างนี้ครับ ผมก็ต้องถาม ก.พ.ร. ผ่านไปยังกรรมาธิการงบประมาณว่า ท่านได้ติดตามเรื่องนี้หรือไม่ที่ท่านเอาเงินไปหลายร้อยล้านบาท เรื่องสหภาพข้าราชการ ท่านจะว่าอย่างไร วันนี้รูปแบบออกมาหรือยัง หรือว่ากลัวการจัดตั้งสหภาพข้าราชการ กลัวข้าราชการจะรวมตัวเพื่ออัปเปหิฝ์ายบริหาร ท่านประธานไม่ต้องกลัวครับ การตั้ง สหภาพเปึนเจตนารมณ์ที่ดี อย่างน้อยก็มีการถ่วงดุลและตรวจสอบฝ์ายบริหาร อย่างถูกต้องแม่นยําด้วยครับ

ท่านประธานครับ ประเด็นสุดท้าย ผมไม่สบายใจครับท่านประธาน กับการตั้งงบประมาณเรื่องของความมั่นคงที่เน้นในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง หรืองบชุมชน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธาน ผมยกตัวอย่างครับ จังหวัดลําพูน ของกระผมมี ๘ อําเภอ ๕๖๑ หมู่บ้าน ประชากร ๔๐๐,๐๐๐ คนโดยประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์มีอาชีพเกษตรกร ปรากฏว่าท่านเปลี่ยนโครงการชุมชนพอเพียง จังหวัดลําพูนได้ประมาณ ๑๑๐ หมู่บ้านเองครับ เหลืออีก ๔๐๐ กว่าหมู่บ้านครับ ท่านประธาน เปึนไปได้อย่างไร เขียนแล้วเขียนอีกจนผู้ใหญ่บ้านไม่ต้องเขียนแล้ว ถ่ายเอกสารรอเอาไว้เลย ๕ ฉบับครับ อันนั้นตีกลับเอาอันนี้ใส่ อันนี้ตีกลับเอาอันนั้นใส่ ค่าถ่ายเอกสารเครื่องถ่ายเอกสารจะไหม้แล้วครับ นายอําเภอก็ส่ายหัว ผมต้องพูดอย่างนี้ ผมต้องกล่าวหาครับ กล่าวหาท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่าท่านได้ตรวจสอบงบ อย่างนี้โดยถูกต้องหรือไม่ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เดิมนั้นเกิดมาจากปรัชญาคือโครงการ ที่จัมพ์ (Jump) ตรงจากสํานักนายกรัฐมนตรีไม่ต้องผ่านภูมิภาค ไม่ต้องผ่านส่วนกลาง จัมพ์ไปลงกลางหมู่บ้านเลย เขาเรียกโครงการเอสเอ็มแอลนี่ปรัชญาต้องเปึนอย่างนี้ เพื่อต้องการให้พี่น้องประชาชนในชุมชน ในหมู่บ้าน บริหารจัดการงบโดยตรง เพราะมี คําเล่าลือว่างบประมาณแผ่นดินเหมือนไอติม ส่วนกลางดูด ท้องถิ่นดูด ไปถึงชาวบ้านเหลือแต่ไม้ไอติม เขาก็เลยทดลองว่า เอาละ ถ้าประชาชนในหมู่บ้าน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ มีฉันทานุมัติให้สร้างอะไรก็ใช้งบได้เลย ๒๕๐,๐๐๐ บาท ๓๕๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท ชาวบ้านมีความสุขกันใหญ่ ศาลาเอสเอ็มแอลหลังใหญ่กว่า ศาลา อบต. ครับ ท่านไม่รู้หรือเต็นท์เอสเอ็มแอล เต็นท์งานศพสวยงามกว่าเต็นท์ อบต. ครับ มันมีความเปรียบเทียบให้เห็น เพราะฉะนั้นปรัชญาตรงนี้ต้องคงไว้ ผมไม่กล่าวถึง พอท่านมาเปึนรัฐบาลจากการจัดซื้อจัดจ้างจัดหาโดยชาวบ้านได้ ๕๕ อย่าง ท่านให้เหลือ ๕ อย่าง มันถึงมีปัญหาอยู่ทุกวันนี้ ๕ อย่างมีอะไร เดี๋ยวก็ เครื่องกรองน้ํา เดี๋ยวก็พลังงานแสงอาทิตย์